หนุ่มเมาทำปืนลั่นใส่เพื่อนดับ ในบ้านย่านดอนเมือง ก่อนจ่อยิงใต้คางตัวเองหนีผิด แต่ดวงไม่ถึงฆาต ขึ้นรถพาแฟนสาวหลบหนี จนมุมถูกจับกุมที่ จ.นนทบุรี
เมื่อเวลา 22.15 น. วันที่ 4 พ.ย. 69 ร.ต.ท.ศตวรรษ หาญนอก รอง สว.(สอบสวน) สน.ดอนเมือง รับแจ้งเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิต เหตุเกิดบ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่บ้านมั่นคงเปรมประชาสมบูรณ์ ถนนเชิดวุฒากาศ แขวงดอนเมือง เขตดอนเมือง กทม. จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.ท.อำนาจ ฉ่ำชะเอม รอง ผกก.สส.สน.ดอนเมือง พ.ต.ท.วรภัทร สุขไทย รอง ผกก.ป.สน.ดอนเมือง พ.ต.ท.ชยพัธ หีบทอง สว.สส.สน.ดอนเมือง พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันและปราบปรามและฝ่ายสืบสวน สน.ดอนเมือง แพทย์นิติเวช รพ.ภูมิพล เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานและอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู
ที่เกิดเหตุอยู่ด้านหลังวัดดอนเมือง เป็นบ้านทาวน์เฮาส์ สูง 2 ชั้น ภายในบ้านชั้นล่าง พบศพ นายสนทรรศน์ นิมิตหลิวพานิชน์ หรือ แจ็ค อายุ 42 ปี สภาพนอนหงาย มีบาดแผลถูกกระสุนปืน ขนาด .38 ยิงเข้าที่ชายโครงซ้าย 1 แผล นอนเสียชีวิต เจ้าหน้าที่จึงนำร่างส่งไปชันสูตรที่แผนกนิติเวชวิทยา รพ.ภูมิพลฯ
จากการสอบสวน น.ส.ปุณิกา อายุ 37 ปี ภรรยาผู้เสียชีวิตกล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุนายแจ็คนั่งดื่มสุรากับนายตั้ม ผู้ก่อเหตุ และนายตั้มนำอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ ขนาด .38 ออกมาล้างทำความสะอาด เกิดปืนลั่นใส่นายแจ็ค ขณะนั้นตนได้ยินเพียงเสียงปืน ดังขึ้น 1 นัด ส่วนผู้ก่อเหตุได้หลบหนีออกจากบริเวณที่เกิดเหตุไป แพทย์พยายามทำ CPR แต่ไม่เป็นผลเสียชีวิตในเวลาต่อมา
ต่อมาฝ่ายสืบสวน สน.ดอนเมือง ได้รับการประสานจากตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี หลังมีพลเมืองดีแจ้งให้มาตรวจสอบ หลังพบ นายประพันธ์ ทองมา หรือ ตั้ม อายุ 40 ปี ผู้ก่อเหตุ นั่งอยู่ที่บริเวณกลางซอยสามัคคี 51 แขวงท่าทราย อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี จึงควบคุมตัวเอาไว้ได้ อยู่ในสภาพบาดเจ็บสาหัส ร้องโอดโอยเลือดไหลออกจำนวนมาก จากการใช้อาวุธปืนยิงเข้าบริเวณใต้คางฝั่งซ้ายของตัวเอง กระสุนฝังในแก้ม คาดพยายามหลบหนีความผิดหลังก่อเหตุ ก่อนขึ้นรถมากับแฟนสาว
ด้าน น.ส.น้ำ อายุ 38 ปี แฟนสาว อ้างว่าไม่ได้หลบหนี แต่นั่งรถแท็กซี่เพื่อมาคลินิก ส่วนอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ ผู้ต้องหาอ้างว่านำไปโยนทิ้งบริเวณปากข้างทางใกล้กับที่เกิดเหตุ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ ก่อนส่งรักษาที่ รพ.พระนั่งเกล้า จ.นนทบุรี
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐาน และรอสอบปากคำนายตั้ม ผู้ก่อเหตุ เพื่อให้แพทย์รักษาให้อาการหายดี รวมถึงแบ่งกำลังติดตามค้นหาอาวุธปืนบริเวณจุดเกิดเหตุ เพื่อมาประกอบสำนวนก่อนพิจารณาแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นฯ และความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน