นายกฯ อนุทิน โชว์ลีลาเป่าแซกโซโฟน สร้างสีสันในงานเลี้ยงรับรอง IMF–World Bank สานมิตรภาพผู้นำเศรษฐกิจโลก พร้อมเผยเสน่ห์ไทยผ่านอาหาร วัฒนธรรม และไมตรีจิตของคนไทย
วันนี้ (16 ตุลาคม 2569) เวลา 19.00 น. ณ One Bangkok Forum เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในงานเลี้ยงรับรองของรัฐบาลในโอกาสที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ประจำปี 2569 (Thai Government Reception) โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นางคริสตาลินา กอร์เกียวา (Kristalina Georgieva) กรรมการผู้จัดการ IMF นายอาเจย์ บังกา (Ajay Banga) ประธานกลุ่มธนาคารโลก ตลอดจนรัฐมนตรี ผู้บริหาร ผู้แทนจากนานาประเทศ และผู้แทนจากภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประมาณ 3,000 คน
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณผู้เข้าร่วมงานที่ได้ร่วมประชุมและหารือกันอย่างเข้มข้นตลอดหลายวันที่ผ่านมา พร้อมกล่าวว่า งานเลี้ยงรับรองในค่ำคืนนี้เป็นโอกาสให้ทุกคนได้ผ่อนคลาย เพลิดเพลินกับอาหาร ดนตรี และมิตรภาพในบรรยากาศที่เป็นกันเอง อีกทั้งได้สัมผัสเสน่ห์และความอบอุ่นของประเทศไทยในอีกมิติหนึ่ง นอกเหนือจากการประชุมในห้องประชุม
ประเทศไทยมีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุมอีกครั้ง หลังจากไทยเป็นเจ้าภาพการประชุม IMF และกลุ่มธนาคารโลกครั้งล่าสุดเมื่อ 35 ปีก่อน แม้ประเทศไทยและโลกจะเปลี่ยนแปลงไปมาก แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงสำคัญเสมอคือการทำงานร่วมกันเพื่อสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้แก่ประชาชน
นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า อาหารไทยเป็นมากกว่าอาหาร แต่เป็นสิ่งที่เชื่อมโยงผู้คนและคนต่างรุ่นเข้าด้วยกัน อีกทั้งยังเป็นแหล่งรายได้และโอกาสทางเศรษฐกิจของคนไทยจำนวนมาก ตั้งแต่เกษตรกร ผู้ค้าริมทาง ไปจนถึงเชฟและเจ้าของร้านอาหาร ขณะเดียวกัน ภูมิปัญญาและประเพณีที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น ทั้งอาหารไทย การดูแลสุขภาพตามวิถีดั้งเดิม และการต้อนรับอย่างอบอุ่น ยังสามารถต่อยอดสู่โอกาสใหม่ ๆ ในสาขาการดูแลสุขภาพ ธุรกิจสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี (Wellness) และเศรษฐกิจอายุยืน (Longevity Economy)
พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงบทบาทของคนรุ่นใหม่ที่นำแนวคิดและความคิดสร้างสรรค์มาพัฒนาต่อยอดอาหารไทย การออกแบบ ศิลปะ และอุตสาหกรรมอื่น ๆ ทำให้เอกลักษณ์ของไทยเป็นสิ่งที่ผู้คนทั่วโลกสามารถเข้าถึงและชื่นชมได้ โดยประเทศไทยมุ่งนำจุดแข็งด้านมรดกทางวัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์ และเทคโนโลยีใหม่มาผสมผสานกัน เพื่อสร้างโอกาสสำหรับอนาคต พร้อมเปิดกว้างให้พันธมิตรจากทั่วโลกเข้ามาร่วมสร้างโอกาสดังกล่าวไปด้วยกัน
ทั้งนี้ การประชุมประจำปี IMF และกลุ่มธนาคารโลกเป็นเวทีที่ผู้คนจากหลากหลายประเทศและมีประสบการณ์แตกต่างกันได้มาพบปะแลกเปลี่ยนมุมมอง นายกรัฐมนตรีหวังว่าผู้เข้าร่วมประชุมจะได้รับทั้งผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์จากการประชุม และความทรงจำที่ดีเกี่ยวกับประเทศไทยและคนไทย รวมถึงมิตรภาพและความเป็นหุ้นส่วนที่เข้มแข็งขึ้นจะดำเนินต่อไปแม้การประชุมสิ้นสุดลงแล้ว พร้อมเชิญผู้เข้าร่วมงานร่วมดื่มอวยพรเพื่อมิตรภาพ ความเป็นหุ้นส่วน และความสำเร็จของการทำงานร่วมกัน
ภายหลังกล่าวสุนทรพจน์เสร็จสิ้น นายกรัฐมนตรีได้เป่าแซกโซโฟน มอบความสุขและสร้างสีสันให้แก่ผู้เข้าร่วมงาน เรียกเสียงปรบมือและเสียงเชียร์อย่างอบอุ่น สร้างบรรยากาศแห่งความประทับใจและความเป็นกันเอง นับเป็นการปิดท้ายความสำเร็จของการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีของ IMF และกลุ่มธนาคารโลกของประเทศไทยในครั้งนี้อย่างสมบูรณ์