นาโตลั่นยกระดับหนุนยูเครน! – เอพี รายงานวันที่ 15 ก.ย. ว่า นายมาร์ค รุตเตอ เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) กล่าวว่าการโจมตีด้วยโดรนของรัสเซียใกล้ชายแดนยูเครน-โปแลนด์ รวมถึงเหตุโจมตีรถไฟหลังเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่เดินทางเยือนยูเครนเพิ่งผ่านสถานีเดียวกัน
นายรุตเตอกล่าวที่สำนักงานใหญ่ขององค์การนาโตในกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม ว่า การโจมตี “ใกล้ดินแดนของนาโต” แสดงให้เห็นถึงความสิ้นหวังและความปรารถนาที่จะหว่านความหวาดกลัวและก่อการร้ายของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน “รัสเซียกำลังประมาทมากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่ยังคงทำสงครามอันน่าสยดสยองกับยูเครนต่อไป”
นายรุตเตอให้คำมั่นว่าจะเพิ่มการสนับสนุนยูเครนและเสริมสร้างศักยภาพการป้องกันของกลุ่มพันธมิตรนาโตซึ่งมีสมาชิก 32 ประเทศ ตลอดแนวชายแดนฝั่งตะวันออกที่ทอดยาวติดกับรัสเซีย “เขาคิดว่าจะสามารถขัดขวางไม่ให้เราสนับสนุนยูเครนและบั่นทอนความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของเราได้ แต่เขาคิดผิด” นายรุตเตอกล่าวถึงนายปูติน
เหตุโจมตีใกล้ชายแดนโปแลนด์เมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 ก.ย. ถือเป็นเหตุการณ์ล่าสุดที่สะท้อนถึงความตั้งใจของนายปูตินในการยกระดับความขัดแย้งอย่างเป็นระบบ ขณะที่รัสเซียกำลังทดสอบปฏิกิริยาตอบสนองขององค์การนาโตควบคู่ไปกับการรุกคืบโจมตียูเครน
ด้านนายกรัฐมนตรีโดนัลด์ ทัสก์ ผู้นำโปแลนด์ เตือนว่ารัสเซียดูเหมือนพร้อมที่จะเพิ่มความรุนแรงในการโจมตีชายแดนยูเครนที่ติดกับประเทศในยุโรป ยูเครนกำลังเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนักจากปฏิบัติการโจมตีทางอากาศของรัสเซียที่ใช้ขีปนาวุธและโดรนติดเครื่องยนต์ไอพ่นเพื่อเจาะทะลวงแนวป้องกัน
“ในอีกไม่กี่สัปดาห์และหลายเดือนข้างหน้าจะเป็นช่วงเวลาของการดำเนินการที่เข้มข้นขึ้นมากจากฝ่ายรัสเซีย และน่าเสียดายที่เราไม่สามารถตัดความเป็นไปได้ที่การยกระดับความรุนแรงนี้จะส่งผลกระทบต่อดินแดนของเราด้วย” นายทัสก์กล่าว
เมื่อวันจันทร์ที่ 14 ก.ย. นายดมิทรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซีย (เครมลิน) ถูกถามเกี่ยวกับการโจมตีรถไฟใกล้ชายแดนโปแลนด์ว่า กองกำลังรัสเซียกำลังปฏิบัติการ “ทั่วทั้งดินแดนของยูเครน และยังคงดำเนินการต่อไป และจะยังคงดำเนินการต่อไป”
ก่อนเสริมถึงบทบาทที่เป็นไปได้ของประเทศในซีกโลกใต้ในการแก้ไขปัญหา โดยกล่าวว่า “ประเทศใดก็ได้สามารถใช้อิทธิพลของตนต่อรัฐบาลยูเครนเพื่อกระตุ้นให้รัฐบาลแสดงความยืดหยุ่นมากขึ้น”
นายเปสคอฟกล่าวว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน และนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมที แห่งอินเดีย ต่างแสดงความเต็มใจที่จะช่วยไกล่เกลี่ยข้อพิพาทระหว่างการประชุมกับปูตินเมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งนายปูตินได้บรรยายสรุปสถานการณ์ในยูเครนให้บรรดาผู้นำเหล่านี้รับทราบ
นอกจากนี้นายเปสคอฟยังกล่าวถึงคำเรียกร้องของ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐอเมริกา ที่ร้องขอให้ยูเครนยุติการโจมตีโรงกลั่นน้ำมันดีเซลของรัสเซียว่า “การเรียกร้องใดๆ ต่อรัฐบาลยูเครนให้หยุดการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจของพลเรือนนั้นเป็นสิ่งที่น่ายินดีอย่างยิ่ง”
สำหรับการเรียกร้องของสหรัฐนั้นนายทรัมป์ให้เหตุผลว่าการโจมตีทำให้เกิดการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงทั่วโลก หลังจากราคาน้ำมันดีเซลในสหรัฐพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์เมื่อวันศุกร์ที่ 12 ก.ย. โดยทะลุระดับเฉลี่ย 6 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 199.50 บาท) ต่อแกลลอน