คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangกรุงเทพฯ · เปลี่ยน

น้ำท่วมปี 69 ไวซ์ไซท์ ชี้ คนเลิกแค่ติดตามข่าว หันหา “ข้อมูลเอา ...

ที่มา: โพสต์ทูเดย์

น้ำท่วมปี 69 ไวซ์ไซท์ ชี้ คนเลิกแค่ติดตามข่าว หันหา “ข้อมูลเอาตัวรอด”

เสียงสะท้อนบนโซเชียลมีเดีย วิกฤตน้ำท่วมกรุงเทพฯ 2569 พุ่งกว่า 40 ล้านเอนเกจเมนต์ ข้อมูล Zocial Eye คนเลิกแค่ติดตามข่าว หันหา “ข้อมูลเอาใช้ได้ทันที เพื่อเอาตัวรอด”

บริษัท ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) ได้เก็บข้อมูลจาก Zocial Eye ระหว่างวันที่ 16–26 กันยายน 2569 พบข้อความที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ที่ติดตามรวม 126,524 ข้อความ โดยเมื่อสถานการณ์รุนแรงขึ้น รูปแบบของบทสนทนาก็เปลี่ยนตามสถานการณ์ ตั้งแต่การติดตามข่าว การรายงานพื้นที่น้ำท่วม การหาเส้นทางและที่จอดรถ ไปจนถึงการแชร์เบอร์ฉุกเฉินและการช่วยเหลือผู้ประสบภัย

ข้อมูลสะท้อนพฤติกรรมสำคัญอย่างหนึ่งว่า เมื่อเหตุการณ์เริ่มกระทบชีวิตประจำวัน ผู้ใช้โซเชียลเริ่มเปลี่ยนจากการ “ติดตามสถานการณ์” ไปสู่การ “แลกเปลี่ยนข้อมูลที่นำไปใช้ได้ทันที”

จากข่าวน้ำท่วม เริ่มตั้งคำถามว่าตรงไหนท่วมบ้าง?

เมื่อแยกข้อความตามประเด็นที่ถูกพูดถึงในช่วงวันที่ 22–26 กันยายน พบว่า การรายงานจุดน้ำท่วมเป็นหัวข้อที่มีจำนวนข้อความสูงสุด 11,156 ข้อความ ตามด้วยการเตือนภัยและพยากรณ์ 10,683 ข้อความ และ การเดินทางและการจราจร 5,916 ข้อความ

ประเด็นอื่นเริ่มมีบทบาทมากขึ้นเมื่อสถานการณ์รุนแรงขึ้น เช่น การเตรียมรับมือและขนของ 3,926 ข้อความ การส่งกำลังใจและขอบคุณ 3,635 ข้อความ เรื่องสัตว์เลี้ยง 1,221 ข้อความ รถหรือทรัพย์สินเสียหาย 1,096 ข้อความ การอาสาและบริจาค 987 ข้อความ และการขอความช่วยเหลือ 801 ข้อความ

ประเด็นที่จอดรถหนีน้ำมี 690 ข้อความ แต่เป็นหัวข้อที่มีอัตราการเพิ่มขึ้นสูงที่สุด โดยวันที่ 25 กันยายนเพิ่มขึ้น 127 เท่าเมื่อเทียบกับวันปกติ

ตัวเลขนี้ช่วยอธิบายการเปลี่ยนแปลงของความต้องการข้อมูลได้ชัดขึ้น เพราะเมื่อความเสี่ยงเข้ามาใกล้ตัว คำถามบนโซเชียลเริ่มเฉพาะเจาะจงกับการตัดสินใจในชีวิตจริงมากขึ้น

ที่จอดรถหนีน้ำ กลายเป็นข้อมูลที่คนต้องการทันที

เมื่อเจาะเฉพาะบทสนทนาเรื่องที่จอดรถหนีน้ำ พบทั้งหมด 690 ข้อความแบบไม่นับข้อความซ้ำ

องค์กรหรือสถานที่ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ เซ็นทรัล 121 ข้อความ ตามด้วย รฟม./รถไฟฟ้า MRT 93 ข้อความ และฟิวเจอร์พาร์ค & สเปลล์ 89 ข้อความ

กลุ่มที่ตามมา ได้แก่ แฟชั่นไอส์แลนด์ เดอะมอลล์/เอ็มดิสทริค โรบินสัน โลตัส และอิมแพ็ค

บทสนทนาจึงไม่ได้มองหาพื้นที่จอดรถเพียงอย่างเดียว แต่มีแนวโน้มมองหาพื้นที่ที่เข้าถึงง่าย เดินทางต่อสะดวก และเชื่อมกับกิจวัตรประจำวันได้

Future Park & Zpell เป็นอีกกรณีที่น่าสนใจ เพราะโพสต์เกี่ยวกับการเปิดพื้นที่จอดรถฟรีสร้าง Engagement รวม 74,120 Engagement

ข้อมูลส่วนนี้เปิดคำถามต่อสำหรับภาคธุรกิจว่า ในสถานการณ์ฉุกเฉิน สถานที่ของแบรนด์สามารถทำหน้าที่อะไรให้กับชุมชนรอบตัวได้บ้าง

คนเริ่มระบุถนนและแยกชัดขึ้น เพื่อให้คนอื่นตัดสินใจได้ทันที

ข้อมูลโพสต์ที่รายงานจุดน้ำท่วมและการจราจรพบว่า ผู้ใช้เริ่มระบุชื่อถนนและแยกอย่างชัดเจนมากขึ้น

- ถนนที่ถูกพูดถึงมาก ได้แก่ แจ้งวัฒนะ 90 ครั้ง สุขุมวิท 78 ครั้ง พหลโยธิน 70 ครั้ง งามวงศ์วาน 47 ครั้ง และศรีนครินทร์ 40 ครั้ง

- ส่วนแยกที่ถูกพูดถึง ได้แก่ ลาดพร้าว 34 ครั้ง กิ่งแก้ว 31 ครั้ง เกษตร 26 ครั้ง หลักสี่ 25 ครั้ง และดินแดง 23 ครั้งโดยลาดพร้าว เป็นเขตที่ถูกระบุในโพสต์รายงานมากที่สุด 215 ครั้ง

- จำนวนโพสต์รายงานสถานการณ์บน X ยังเพิ่มจากประมาณ 15 โพสต์ต่อวันในวันที่ 17 กันยายน เป็น 626 โพสต์ภายในครึ่งวันของวันที่ 26 กันยายน

รูปแบบดังกล่าวสะท้อนการใช้ Social Media เป็นเครือข่ายข้อมูลจากผู้ที่อยู่ในพื้นที่จริง โดยข้อมูลอย่างชื่อถนน แยก เวลา และสภาพพื้นที่ สามารถช่วยให้คนอื่นตัดสินใจว่าจะเดินทางต่อ เปลี่ยนเส้นทาง หรือหลีกเลี่ยงพื้นที่ใด

เมื่อสถานการณ์เร่งด่วน คนเริ่มแชร์ “ช่องทางติดต่อ” มากขึ้น

อีกพฤติกรรมหนึ่งที่เห็นชัดคือการแชร์เบอร์และช่องทางสำหรับขอความช่วยเหลือ

- เบอร์ 1784 ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ถูกพูดถึงมากที่สุด 420 ข้อความ ตามด้วย 1555 ของกรุงเทพมหานคร290 ข้อความ และ Traffy Fondue 290 ข้อความ

- เบอร์อื่นที่ถูกแชร์ ได้แก่ 1669 สำหรับผู้ป่วยฉุกเฉิน 199 สำหรับเหตุเพลิงไหม้ 191 สำหรับตำรวจ 1130 ของการไฟฟ้านครหลวง และ 1586 ของกรมทางหลวง

- จำนวนข้อความเกี่ยวกับเบอร์ฉุกเฉินในช่วงครึ่งวันของวันที่ 26 กันยายนเพิ่มขึ้นประมาณ 18 เท่าเมื่อเทียบกับวันปกติ

โพสต์ที่พูดถึง Traffy Fondue ยังสร้าง Engagement สูงสุดในกลุ่มนี้ประมาณ 172,000 Engagement เมื่อสถานการณ์เริ่มกระทบการใช้ชีวิต ข้อมูลที่ถูกส่งต่อจึงขยับจาก “เกิดอะไรขึ้น” ไปสู่ “ต้องติดต่อใคร”

Facebook ยังเป็นฐานหลัก แต่ X มีบทบาทมากขึ้นเมื่อเหตุการณ์เริ่มเร่งด่วน

ข้อมูลรายชั่วโมงระหว่างวันที่ 24–26 กันยายนพบความแตกต่างของพฤติกรรมการใช้งานแต่ละแพลตฟอร์ม

- Facebook มีสัดส่วนประมาณ 71% ของข้อความทั้งหมด และยังเป็นช่องทางหลักของบทสนทนา

- อย่างไรก็ตาม สัดส่วนข้อความบน X เพิ่มจากประมาณ 6% ในช่วงปกติเป็น 24% ในวันที่ 26 กันยายน เวลา 09.00 น. ของวันที่ 26 กันยายน มีข้อความบน X ประมาณ 1,856 ข้อความภายในหนึ่งชั่วโมง

รูปแบบนี้บ่งชี้ว่าเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนเร็ว ผู้ใช้จำนวนหนึ่งหันมาใช้ X เพื่อรายงานและติดตามข้อมูลที่เกิดขึ้น ณ ขณะนั้นมากขึ้น ขณะที่ Facebook ยังคงมีฐานบทสนทนาขนาดใหญ่กว่า

ปริมาณบทสนทนาพุ่งจากหลักร้อยเป็นหลักพันข้อความต่อชั่วโมง

เมื่อดูข้อความเกี่ยวกับน้ำท่วมทุกช่องทางแบบรายชั่วโมง ช่วงวันที่ 16–21 กันยายนมีค่าเฉลี่ยประมาณ 117 ข้อความต่อชั่วโมง

- วันที่ 23 กันยายน เวลา 10.00 น. ปริมาณข้อความเริ่มเกิน 500 ข้อความต่อชั่วโมง

- วันที่ 25 กันยายน เวลา 14.00 น. ปริมาณข้อความเพิ่มขึ้นประมาณ 50% ภายในหนึ่งชั่วโมง

- ก่อนขึ้นไปถึงประมาณ 6,400 ข้อความต่อชั่วโมงในวันที่ 26 กันยายน เวลา 10.00 น. เมื่อเทียบกับช่วงปกติ ชั่วโมงที่มีข้อความสูงสุดเพิ่มขึ้นประมาณ 55 เท่า

- ช่วง 00.00–05.00 น. ของวันที่ 26 กันยายนยังมีข้อความเฉลี่ยประมาณ 1,209 ข้อความต่อชั่วโมง จากระดับปกติประมาณ 20 ข้อความต่อชั่วโมง

- และช่วง 08.00–10.00 น. เป็นช่วงที่พบโพสต์มากที่สุดในข้อมูลวันที่ 22–26 กันยายน

ตัวเลขเหล่านี้ทำให้เห็นว่าความต้องการข้อมูลในภาวะวิกฤตสามารถเปลี่ยนได้ในระดับ “ชั่วโมง” การดูเพียงยอดรวมรายวันจึงอาจไม่เพียงพอสำหรับองค์กรที่ต้องสื่อสารหรือรับมือกับเหตุการณ์ได้อย่างรวดเร็ว

หลังจากรายงานสถานการณ์ บทสนทนาเริ่มกลายเป็นเครือข่ายช่วยเหลือ

เมื่อสถานการณ์ดำเนินต่อไป บทสนทนาเกี่ยวกับการช่วยเหลือเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

ข้อความเรื่องสัตว์เลี้ยงที่เกี่ยวข้องกับการพาสัตว์หนีน้ำ การช่วยเหลือสัตว์ และการหาที่พักให้สัตว์ มีรวม 1,391 ข้อความ จากระดับปกติประมาณ 28 ข้อความต่อวัน เพิ่มเป็น 423 ข้อความในวันที่ 25 กันยายน

ส่วนข้อความส่งกำลังใจและขอบคุณมี 3,942 ข้อความ จากระดับปกติประมาณ 51 ข้อความต่อวัน และเพิ่มเป็น 1,933 ข้อความภายในครึ่งวันของวันที่ 26 กันยายน

กรณีน้ำท่วมครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า Social Data สามารถใช้ติดตามการเปลี่ยนแปลงของความต้องการข้อมูลในแต่ละช่วงของเหตุการณ์ได้

- ช่วงแรก คนต้องการรู้ว่าสถานการณ์เป็นอย่างไร

- เมื่อความเสี่ยงเพิ่มขึ้น คนเริ่มถามว่าพื้นที่ไหนท่วม ถนนไหนผ่านได้ รถควรนำไปไว้ที่ไหน และควรติดต่อหน่วยงานใด

- เมื่อผลกระทบขยายตัว บทสนทนาเรื่องความช่วยเหลือ สัตว์เลี้ยง อาสาสมัคร และกำลังใจก็เพิ่มตามมา

- สำหรับหน่วยงานรัฐ แบรนด์ ศูนย์การค้า ผู้ให้บริการขนส่ง หรือองค์กรที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่สาธารณะ ข้อมูลลักษณะนี้สามารถใช้ดูได้ว่า ประชาชนกำลังต้องการข้อมูลอะไรในแต่ละช่วงเวลา และคำถามใดกำลังเพิ่มขึ้นเร็วกว่าปกติ

ความคิดเห็น