คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangกรุงเทพฯ · เปลี่ยน

น้ำท่วมกรุงเทพฯ และอีกหลายจังหวัดยังวิกฤต ด้าน กทม. ประกาศ ...

ที่มา: BBCอ่านแล้ว: 1

น้ำท่วมกรุงเทพฯ และอีกหลายจังหวัดยังวิกฤต ด้าน กทม. ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติ 50 เขต เรารู้อะไรบ้าง

สถานการณ์น้ำท่วมหลังจากฝนตกหนักต่อเนื่องมาตั้งแต่เมื่อวานนี้ (25 ก.ย.) ทำให้หลายพื้นที่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมทั้งหลายจังหวัดในภาคตะวันออก ที่เผชิญกับฝนตกหนักมาแล้วหลายวัน ยังคงอยู่ในสภาวะวิกฤต

ล่าสุดกรุงเทพมหานครได้ประกาศขยายพื้นที่ประสบสาธารณภัยน้ำท่วมครอบคลุมทั้ง 50 เขต พร้อมเตือนประชาชนริมคลองเฝ้าระวังระดับน้ำวิกฤต ขณะที่รัฐบาลสั่งการกระทรวงมหาดไทยยกระดับการรับมือสถานการณ์อุทกภัยเชิงรุกเพื่อช่วยเหลือประชาชน

เมื่อเวลา 10.16 น. กรุงเทพมหานคร (กทม.) เผยแพร่โพสต์ทางเฟซบุ๊กระบุว่า ประกาศขยายพื้นที่ประสบสาธารณภัยให้ครอบคลุมทั้ง 50 เขต มีผลตั้งแต่วันที่ 25 ก.ย. ที่ผ่านมา เนื่องจากยังมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขัง ปัญหาการจราจรติดขัด และกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชน

สาเหตุสำคัญในการประกาศของ กทม. ก็เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ได้อย่างรวดเร็วและเป็นระบบ โดย กทม. จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อบรรเทาผลกระทบในทุกพื้นที่ นอกจากนี้ กทม. ยังได้แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำริมคลองให้ยกสิ่งของขึ้นที่สูงและหลีกเลี่ยงการสัญจร เนื่องจากระดับน้ำอยู่ในเกณฑ์วิกฤตและมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น

ด้านนางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลได้สั่งการยกระดับการบริหารจัดการสถานการณ์อุทกภัย โดยมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลักในการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน เบื้องต้นกระทรวงมหาดไทยสั่งการผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศดำเนิน 3 มาตรการเร่งด่วนรับมืออุทกภัย โดยให้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ฝนและระดับน้ำ พร้อมเตรียมกำลังคน เครื่องจักร และสถานที่อพยพเพื่อช่วยเหลือประชาชน ขณะเดียวกันให้สำนักงาน ปภ.จังหวัด บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดทำข้อมูลพื้นที่เสี่ยงและแผนเผชิญเหตุให้เป็นปัจจุบัน รวมถึงเตรียมระบบแจ้งเตือนและการอพยพ ส่วนสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดรับหน้าที่สื่อสารข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อให้ประชาชนเตรียมพร้อมและปฏิบัติตามคำแนะนำของทางการ

ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนประชาชนทั่วประเทศเฝ้าระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและน้ำท่วมฉับพลันจนถึงวันที่ 27 ก.ย. นี้ โดยเจ้าหน้าที่กรมอุตุนิยมวิทยาระบุผ่านการถ่ายทอดสดของกรมฯ ชี้ว่าปริมาณฝนในพื้นที่กรุงเทพมหานครและภาคกลางจะมีแนวโน้มลดลงในวันพรุ่งนี้ (27 ก.ย.)

สถานการณ์น้ำท่วมล่าสุด

หลังจากกรุงเทพมหานครยกระดับการรับมือสถานการณ์อุทกภัย โดยประกาศให้บางพื้นที่เป็นเขตประสบสาธารณภัยครอบคลุมทั้ง 50 เขตแล้ว ส่วนหน่วยงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยประเมินว่าพื้นที่เมืองหลวงและภาคตะวันออกยังคงมีความเสี่ยงเผชิญน้ำท่วมขังและน้ำป่าไหลหลากไปจนถึงช่วงสุดสัปดาห์นี้ นี่คือสถานการณ์ล่าสุด บีบีซีไทยรวบรวมมาดังนี้

- สถานการณ์ในกรุงเทพมหานคร

หลังเที่ยงคืนวันที่ 26 ก.ย. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงนามประกาศให้พื้นที่ 3 เขต ได้แก่ เขตหนองจอก (8 แขวง) เขตสวนหลวง (3 แขวง) และเขตคันนายาว (2 แขวง) เป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย เนื้อหาระบุว่าประกาศดังกล่าวมีขึ้นเพื่อให้ส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง สามารถเข้าดำเนินการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนตามอำนาจหน้าที่ หลังเกิดเหตุอุทกภัยที่ส่งผลกระทบต่อการสัญจรและการเข้าถึงพื้นที่

ต่อมา เมื่อเวลา 05.00 น. นายชัชชาติได้เป็นประธานการประชุมศูนย์บัญชาการติดตามสถานการณ์อุทกภัย ณ สำนักการระบายน้ำ (ดินแดง) เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำฝน โดยผู้ว่าฯ กทม. ได้มอบหมาย 7 มาตรการ เพื่อรองรับการช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ กรุงเทพมหานครเตรียมประกาศพื้นที่ประสบสาธารณภัยครอบคลุมทั้ง 50 เขต เพื่อให้ประชาชนสามารถขอรับความช่วยเหลือตามระเบียบได้ พร้อมแนะนำให้เก็บหลักฐานความเสียหายไว้ประกอบการยื่นขอความช่วยเหลือ ขณะเดียวกันได้เร่งสำรวจผู้ป่วยติดเตียงและกลุ่มเปราะบาง จัดเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราวและจุดจอดรถในโรงเรียนสังกัด กทม. รวมถึงเร่งแจกจ่ายกระสอบทรายในพื้นที่เสี่ยง ดูแลการจราจรและจัดยานพาหนะช่วยเหลือประชาชน ตลอดจนเร่งระบายน้ำ เก็บขยะ และประสานข้อมูลทุกหน่วยงานเพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วมอย่างต่อเนื่อง

ต่อมาจึงได้มีการประกาศพื้นที่ประสบสาธารณภัยครอบคลุมทั้ง 50 เขต

ล่าสุด นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ระบุผ่านวิดีโอคลิปเพื่ออัปเดตสถานการณ์เมื่อเวลา 9.55 น. ว่า กรุงเทพมหานครยังต้องเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมอย่างใกล้ชิด หลังหลายพื้นที่ฝั่งตะวันออกมีฝนสะสมเกือบ 300 มม. ตั้งแต่วันที่ 24 ก.ย. ขณะที่ฝนจากนนทบุรีและปทุมธานียังไหลเข้ามาเติม ทำให้ระดับน้ำในคลองสายหลักหลายแห่งอยู่ในระดับสูง

ทั้งนี้ในคลิปเดียวกัน เจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครฯ แนะนำให้ประชาชนที่อาศัยริมคลองย้ายทรัพย์สินและรถยนต์ขึ้นที่สูง พร้อมจัดเตรียมที่พักพิงชั่วคราว กระสอบทราย และติดตามดูแลผู้ป่วยติดเตียง โดยขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากทางการอย่างใกล้ชิด เนื่องจากยังประเมินได้ยากว่าจะมีฝนตกเพิ่มหรือไม่

- สถานการณ์ใน จ.นนทบุรี

สถานการณ์น้ำท่วมขังใน จ.นนทบุรีส่วนใหญ่ส่งผลกระทบต่อเส้นทางการจราจรสายหลัก โดยเมื่อ เวลา 09.06 น. และ 09.40 น. ในวันนี้ (วันที่ 26 ก.ย.) เทศบาลนครปากเกร็ดออกประกาศเตือนประชาชนให้หลีกเลี่ยงถนนแจ้งวัฒนะทั้งฝั่งขาเข้าและขาออก หลังเกิดน้ำท่วมขังสูงประมาณ 50 เซนติเมตร ระดับน้ำดังกล่าวส่งผลให้รถยนต์ขนาดเล็กไม่สามารถสัญจรได้ และเจ้าหน้าที่ต้องปิดการจราจรตั้งแต่จุดกลับรถถนนเลี่ยงเมืองปากเกร็ดไปจนถึงคลองประปา

ต่อมาเวลา 09.44 น. เทศบาลนครนนทบุรีรายงานสภาพการจราจรบริเวณถนนติวานนท์ หน้าการไฟฟ้านครหลวง เขตนนทบุรี (ข้อมูล ณ เวลา 09.30 น.) ว่ามีน้ำท่วมขังสูงประมาณ 10 เซนติเมตรทั้งสองฝั่ง ทำให้รถสัญจรได้ช้าและการจราจรติดขัด

- สถานการณ์ใน จ.นครปฐม

สำนักงานประชาสัมพันธ์ จ.นครปฐมรายงานสภาพการจราจรเมื่อเวลา 08.00 น. ว่า บริเวณถนนเพชรเกษมฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ หน้าปั๊มน้ำมันบางจาก ต.ลำพยา และบริเวณแยกหนองขาหยั่ง มีน้ำท่วมขังรอการระบายเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม รถเล็กยังสามารถสัญจรได้ตามปกติ โดยงานจราจร สภ.เมืองนครปฐม แนะนำให้ผู้ใช้รถใช้ถนนลดความเร็วและเพิ่มความระมัดระวังในการเดินทาง

- สถานการณ์ใน จ.ปทุมธานี

สำนักงานประชาสัมพันธ์ จ.ปทุมธานีรายงานสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อเวลา 07.37 น. วันนี้ (26 ก.ย.) ระบุว่า ฝนที่ตกหนักในช่วงวันที่ 24-25 ก.ย. ส่งผลให้น้ำท่วมขังบ้านเรือนและพื้นที่ลุ่มต่ำใน 5 ตำบลของอำเภอหนองเสือ รวมถึงทำให้น้ำจากคลองส่งน้ำที่ 13 เอ่อล้นท่วมถนนเป็นระยะทางกว่า 2 กิโลเมตร

ถัดมาในเวลา 07.42 น. สำนักงานฯ รายงานว่าพื้นที่อำเภอลาดหลุมแก้วมีน้ำเอ่อล้นเข้าหมู่บ้านและถนนหลายแห่ง ทำให้หน่วยงานท้องถิ่นต้องเร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำ ขณะที่เทศบาลเมืองบึงยี่โถได้ประกาศปิดจุดกลับรถบริเวณสวนทวดจีบ คลอง 4 ธัญบุรี ชั่วคราว ตั้งแต่ช่วงเย็นของวันที่ 25 ก.ย. เนื่องจากมีระดับน้ำท่วมสูง

- สถานการณ์ใน จ.พระนครศรีอยุธยา

สำนักงานประชาสัมพันธ์ จ.พระนครศรีอยุธยารายงานสถานการณ์น้ำท่วมตั้งแต่วานนี้ (25 ก.ย.) โดยระบุว่าที่ผ่านมาเขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำท้ายเขื่อนอยู่ที่ 1,750 ลบ.ม./วินาที ส่งผลให้ระดับน้ำในคลองโผงเผงและคลองบางบาลเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้มีน้ำเอ่อล้นตลิ่งตั้งแต่วันที่ 22-25 ก.ย. ที่ผ่านมา และเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนแล้ว 14 ตำบล 74 หมู่บ้าน รวม 3,221 หลังคาเรือน

ขณะที่วานนี้ เวลา 22.41 น. สำนักงานประชาสัมพันธ์ จ.พระนครศรีอยุธยาฯ แจ้งเตือนว่าเขื่อนเจ้าพระยาจะระบายน้ำเพิ่มขึ้น และขอให้ประชาชนยกของขึ้นที่สูง

- สถานการณ์ในพื้นที่อื่น ๆ

สำหรับสถานการณ์ในพื้นที่บริเวณใกล้เคียงและภาคตะวันออก ข้อมูลการคาดการณ์สถานการณ์สาธารณภัยจากศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประจำวันที่ 26 ก.ย. เวลา 08.00 น. ระบุว่า ในระยะ 24 ชั่วโมง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงจังหวัดในภาคตะวันออก ได้แก่ จ.นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด เป็นพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขังในระยะสั้น

ส่วนแนวโน้มในอนาคต ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติประเมินการคาดการณ์ในระยะ 1-3 วัน (27-29 ก.ย.) ว่า กรุงเทพมหานคร และจังหวัดภาคตะวันออกตอนล่าง ได้แก่ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด จะยังคงเป็นพื้นที่เสี่ยงที่ต้องเตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากอย่างต่อเนื่อง โดย ปภ.ซึ่งเป็นหน่วยงานส่วนกลางได้ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวัง ติดตามข้อมูลข่าวสาร และปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุ

กรมอุตุฯ เตือนทั่วไทยรับมือฝนตกหนักถึง 27 ก.ย. คาด กทม. ฝนเริ่มลดลงวันพรุ่งนี้

ตามประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับที่ 10 (226/2569) ลงวันที่ 26 ก.ย. 2569 ระบุว่า ในช่วงวันที่ 26-27 ก.ย. บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ จะมีฝนตกหนักหลายพื้นที่และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง สาเหตุเกิดจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่ปกคลุมภาคกลางตอนล่างและกรุงเทพฯ จะเคลื่อนตามแนวร่องมรสุม ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังแรงขึ้น

ประกาศดังกล่าวยังเตือนให้ประชาชนระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำและลาดเชิงเขา รวมถึงแนะนำให้เรือเล็กบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันตอนบนงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 27 ก.ย.

นอกจากนี้ ในการถ่ายทอดสดของกรมอุตุนิยมวิทยาเมื่อเวลา 08.45 น. ที่ผ่านมา ผู้ดำเนินรายการของกรมฯ พร้อมด้วยหัวหน้าเวรพยากรณ์อากาศกล่าวรายงานสถานการณ์ว่า พื้นที่ภาคกลางและกรุงเทพฯ ยังคงมีฝนตกกระจายตัวครอบคลุมพื้นที่ แต่ความเข้มข้นของฝนเริ่มเบาลงเมื่อเทียบกับเมื่อวาน

เจ้าหน้าที่พยากรณ์อากาศระบุเพิ่มเติมว่า ปริมาณฝนในกรุงเทพฯ จะมีแนวโน้มเบาลงอย่างเห็นได้ชัดในวันพรุ่งนี้ (27 ก.ย.) อย่างไรก็ตาม เขาประเมินว่ากลุ่มฝนจะเคลื่อนตัวไปทางตะวันตก ทำให้ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษในพื้นที่ภาคกลางตอนบน เช่น จังหวัดกาญจนบุรี อุทัยธานี และนครสวรรค์ ซึ่งอาจมีฝนตกหนักถึงหนักมากได้

นอกจากนี้ ข้อมูลอัปเดตสถานการณ์ฝนเมื่อเวลา 09.00 น. ของกรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า ยังคงพบกลุ่มฝนปกคลุมภาคตะวันออกเป็นบริเวณกว้าง โดยมีฝนปานกลางถึงหนักบางแห่งในจังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ทางกรมฯ ได้เน้นย้ำให้พื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังหรือมีฝนสะสมมากอยู่แล้ว ระมัดระวังปริมาณฝนที่จะตกลงมาเพิ่มเติม

ผู้เชี่ยวชาญอธิบายสาเหตุอย่างไรบ้าง

นักวิชาการด้านวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำ อธิบายสาเหตุปรากฏการณ์ฝนตกต่อเนื่องในกรุงเทพมหานครและภาคกลาง พร้อมประเมินสถานการณ์ว่าปริมาณฝนจะเริ่มลดลงในวันที่ 27 ก.ย. และแนะนำให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงยกสิ่งของขึ้นที่สูงเพื่อรับมือระดับน้ำ

ดร.บัญชา ธนบุญสมบัติ ผู้อำนวยการฝ่ายเผยแพร่ความรู้เทคโนโลยีวัสดุ ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) อธิบายปรากฏการณ์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ลักษณะฝนที่ตกโปรยปรายต่อเนื่องเกิดจากเมฆ "นิมโบสเตรตัส" (Nimbostratus) ซึ่งก่อตัวในหย่อมความกดอากาศต่ำ เมฆชนิดนี้มีลักษณะเป็นแผ่นหนาทึบปกคลุมบริเวณกว้างและมักไม่มีพายุฟ้าคะนองรุนแรง

ดร.บัญชายังระบุถึงปัจจัยที่ทำให้ฝนตกยาวนานว่า มาจากการที่หย่อมความกดอากาศต่ำดึงความชื้นเข้ามาเติมที่ฐานเมฆอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับโครงสร้างเมฆที่มีเสถียรภาพ และกระบวนการรวมตัวของหยดน้ำในชั้นเมฆที่ตกลงมาเป็นฝนอย่างสม่ำเสมอ

ด้าน รศ.ดร.สิตางศุ์ พิลัยหล้า ภาควิชาวิศวกรรมทรัพยากรน้ำ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ ระบุผ่านเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 26 ก.ย. ว่า ปริมาณฝนสะสม 24 ชั่วโมงในกรุงเทพฯ บางจุดสูงถึง 238 มิลลิเมตรที่สถานีวัดบางบัว และ 200 มิลลิเมตรที่บางนา ตัวเลขดังกล่าวเกินกว่าศักยภาพของระบบระบายน้ำกรุงเทพฯ ที่ออกแบบไว้ให้รองรับน้ำฝนได้ประมาณ 120 มิลลิเมตรต่อวัน

รศ.ดร.สิตางค์ ประเมินทิศทางของสถานการณ์ว่า ฝนในกรุงเทพฯ และภาคกลางจะตกต่อเนื่องในลักษณะสลับหนักเบาตลอดวันที่ 26 ก.ย. ก่อนจะเริ่มคลี่คลายในวันที่ 27 ก.ย. เนื่องจากกลุ่มฝนจะเคลื่อนตัวไปทางภาคตะวันตกและภาคเหนือตอนล่าง

พร้อมกันนี้ นักวิชาการน้ำยังให้คำแนะนำแก่ประชาชนว่าควรยกสิ่งของขึ้นที่สูงประมาณ 1 เมตร อุดท่อระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำผุด และงดเว้นการเดินทางออกจากบ้านเพื่อความปลอดภัย

ความคิดเห็น