คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangกรุงเทพฯ · เปลี่ยน

น้ำท่วมขยะพิษผุด

ที่มา: มติชน

น้ำท่วมขยะพิษผุด

สถานการณ์น้ำท่วมใน 19 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร ในขณะนี้ มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 78 อำเภอ 595 ตำบล 4,081 หมู่บ้าน ผู้ได้รับผลกระทบรวม 450,944 ครัวเรือน (หรือประมาณ 1.36 ล้านคน)

ตัวเลขตามที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย เปิดเผยล่าสุด

แม้ในหลายพื้นที่สถานการณ์น้ำท่วมเริ่มคลี่คลาย ขณะที่รัฐบาลเร่งจ่ายเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ท่ามกลางดราม่าได้รับเงินช้า-เร็ว บางพื้นที่ต้องยื่นเอกสารยืนยันเพิ่มเติม กลายเป็นการเพิ่มภาระให้ผู้ประสบอุทกภัย

แต่ในสถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ หลายปัญหาผุดขึ้นมา ท้าทายการบริหารจัดการของผู้มีอำนาจ ตั้งแต่ระดับผู้กำกับนโยบายไปจนถึงฝ่ายปฏิบัติ ในลักษณะ “น้ำท่วมตอผุด”

โดยเฉพาะปัญหาน้ำเน่าเสีย อันมีสาเหตุมาจากโรงงาน กำจัดกากอุตสาหกรรม เมื่อเกิดน้ำท่วมใหญ่ในพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี เกิดมลพิษและสารเคมีไหลลงแม่น้ำลำคลอง ส่งผลกระทบเกิดอันตรายต่อสุขภาพของประชาชน

จนชาวบ้านใน จ.ปราจีนฯ และจังหวัดใกล้เคียง รวมตัวกันกว่า 2 พันคน คัดค้าน และเรียกร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ย้ายโรงงานรีไซเคิลขยะออกไปจากพื้นที่ เพราะไม่อยากเจอสภาพตายผ่อนส่ง

ร้อนถึงนายกรัฐมนตรี เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง “ปกรณ์ นิลประพันธ์” รองนายกรัฐมนตรี

“วราวุธ ศิลปอาชา” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม “สุชาติ ชมกลิ่น” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ “พลพีร์ สุวรรณฉวี” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

เดินหน้าบูรณาการทำงานและแก้ปัญหาดังกล่าวร่วมกัน

เพราะการแก้ปัญหาโรงงานกำจัดกากอุตสาหกรรม โรงงานรีไซเคิลขยะ ตั้งแต่การขออนุญาตจัดตั้งโรงงาน การนำเข้าขยะอุตสาหกรรม การตรวจสอบมลพิษที่อาจเกิดขึ้นจากโรงงานกำจัดขยะแต่ละแห่ง

ล้วนต้องผ่านการอนุมัติพิจารณาจากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องข้างต้น เพราะแต่ละกระทรวง กรม กองต่างๆ มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายกันคนละฉบับ

การจะดำเนินการเอาผิดกับโรงงานกำจัดกากอุตสาหกรรมอย่างจริงจัง ให้เกิดผลในทางปฏิบัติ จึงต้องบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องทุกฉบับอย่างเด็ดขาด

ไม่ให้ผู้ประกอบการธุรกิจโรงงานกำจัดกากอุตสาหกรรมใช้สารพัดวิธี อาศัยช่องว่างทางกฎหมาย การละเว้นการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ มาสร้างมลพิษทำลายสุขภาพของประชาชน และสิ่งแวดล้อมของประเทศ

กฎหมายบางฉบับที่บังคับใช้มานาน บทลงโทษน้อยเกินไป ไม่สามารถควบคุมการลักลอบปล่อยมลพิษและสารเคมีได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็มีความจำเป็นต้องปรับแก้ไขให้ทันต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

ตามคำยืนยันของ “วราวุธ ศิลปอาชา” ที่ยอมรับว่า ประเด็นสำคัญในขณะนี้ คือการจัดการกากอุตสาหกรรมผิดกฎหมาย ยอมรับว่ากฎหมายบางฉบับใช้มานาน 40-50 ปี

โทษปรับเดิมไม่เกิน 200,000 บาท ต่ำจนผู้ประกอบการบางรายอาจเลือกจ่ายค่าปรับแทนการบำบัดของเสียที่ถูกต้อง

ขณะนี้กระทรวงอุตสาหกรรมอยู่ระหว่างแก้ พ.ร.บ.โรงงาน และกฎหมายกากอุตสาหกรรม โดยจะหารือกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และกรมศุลกากร เพื่อยกระดับการเอาผิดให้เชื่อมถึงเส้นทางการเงิน ตามยึดทรัพย์เจ้าของกิจการ และปรับแก้ค่าปรับผู้กระทำความผิด เพิ่มถึงระดับ 8 หลัก

เมื่อน้ำท่วมแล้วทุกฝ่ายได้เห็นตอผุด อย่างปัญหากากขยะอุตสาหกรรม ที่สร้างความเสียหายต่อสภาพแวดล้อมของประเทศ

จากนี้ คือ การเดินหน้าแก้ปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจัง โดยมีสุขภาพและชีวิตของประชาชนเป็นเดิมพัน

จตุรงค์ ปทุมานนท์

ความคิดเห็น