คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangกรุงเทพฯ · เปลี่ยน

มาครงปฏิเสธคำขอลาออก รมว.มหาดไทย หลังเหตุจลาจล จับกุม 2,400 คน ตำรวจเจ็บเกือบ 1,000 นาย

ที่มา: ไทยรัฐ

ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส ปฏิเสธคำขอลาออกของนายโลรองต์ นูเนซ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หลังยอมรับว่าตำรวจสูญเสียการควบคุมสถานการณ์ในบางเมือง ระหว่างเหตุจลาจลจากการประท้วงต่อต้านค่าครองชีพที่สูงขึ้น ซึ่งทำให้เกิดการปล้นร้านค้า วางเพลิงอาคาร และปะทะกับเจ้าหน้าที่ทั่วประเทศ ขณะที่รัฐบาลเตรียมประชุมฉุกเฉินเพื่อรับมือผลกระทบ

ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส ปฏิเสธคำขอลาออกของนายโลรองต์ นูเนซ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หลังเกิดเหตุจลาจลรุนแรงทั่วประเทศเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยทำเนียบประธานาธิบดีเปิดเผยเมื่อวันจันทร์ว่า นายมาครงต้องการให้นายนูเนซดำรงตำแหน่งต่อ เพื่อรักษาความต่อเนื่องในการบังคับบัญชาของตำรวจและหน่วยงานความมั่นคง พร้อมสั่งให้เร่งจัดทำมาตรการใหม่เพื่อรับมือกลุ่มผู้ก่อเหตุปล้นทรัพย์

นูเนซยอมรับว่า ตำรวจสูญเสียการควบคุมสถานการณ์ในบางเมือง และการเตรียมความพร้อมรับมือเหตุการณ์ยังขาดการคาดการณ์ล่วงหน้า โดยเขาตัดสินใจยื่นหนังสือลาออก เพราะรู้สึกว่าต้องรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่นายมาครงไม่ยอมรับการลาออกดังกล่าว

เหตุประท้วงเริ่มจากความไม่พอใจของประชาชนต่อค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น คุณภาพการศึกษาที่ถดถอย และบริการสาธารณะที่มีปัญหา การชุมนุมเมื่อวันเสาร์ (17 ต.ค.) มีผู้เข้าร่วมมากกว่า 500,000 คนในหลายสิบเมืองทั่วประเทศ ส่วนใหญ่ชุมนุมอย่างสงบ แต่กลุ่มผู้ก่อเหตุบางส่วนฉวยโอกาสสร้างความรุนแรง ทั้งปล้นร้านค้าหรูและซูเปอร์มาร์เก็ต ทุบทำลายรถตำรวจ จุดไฟเผาอาคาร และปะทะกับเจ้าหน้าที่

รัฐมนตรีมหาดไทยระบุว่า ตำรวจจับกุมผู้ต้องสงสัยทั่วประเทศได้ประมาณ 2,400 คน และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บเกือบ 1,000 นาย ขณะที่มีผู้เสียชีวิต 1 คน หลังเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นระหว่างการชุมนุมในกรุงปารีส

เหตุรุนแรงยังเกิดขึ้นในหลายเมืองสำคัญ รวมถึงกรุงปารีส มาร์กเซย ลียง และลิโมฌ โดยมีรายงานการบุกรุกศาลาว่าการเมืองมาร์กเซยช่วงสั้น ๆ ขณะที่สำนักงานการท่องเที่ยวเมืองลียงและศาลาว่าการเมืองลิโมฌถูกวางเพลิง เหตุไฟไหม้ที่ลิโมฌทำให้หอนาฬิกาของศาลาว่าการพังถล่ม สร้างความเสียหายอย่างหนักแก่สถานที่ราชการ

ส่วนในกรุงปารีส เกิดเหตุปล้นร้านค้าและทำลายทรัพย์สินอีกครั้งในเย็นวันอาทิตย์ แม้ความรุนแรงจะลดลงจากวันก่อนหน้า ตำรวจระบุว่าจับกุมผู้เกี่ยวข้องได้มากกว่า 100 คน และมีร้านค้าถูกปล้น 5 แห่ง โดยเจ้าหน้าที่ใช้แก๊สน้ำตาสลายกลุ่มผู้ก่อเหตุที่รวมตัวกันบริเวณย่านชาเตอเลต์ เหตุการณ์ยืดเยื้อไปจนหลังเที่ยงคืน

นายกรัฐมนตรีเซบาสเตียง เลอกอร์นู เตรียมจัดประชุมคณะรัฐมนตรีฉุกเฉินในวันจันทร์ เพื่อหารือผลกระทบทางเศรษฐกิจ ความเสียหายต่อธุรกิจ และมาตรการบังคับใช้กฎหมาย ขณะที่กลุ่มนายกเทศมนตรีเตรียมรวมตัวหน้าศาลาว่าการท้องถิ่นในเวลาเที่ยงวัน เพื่อประณามการโจมตีสถาบันประชาธิปไตย

ก่อนหน้านี้ มาครงกล่าวผ่านการถ่ายทอดสดถึงประชาชนว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างทั้งความโกรธและความอับอาย พร้อมย้ำว่าไม่มีเหตุผลใดที่สามารถใช้เป็นข้ออ้างในการก่อความรุนแรงได้ อย่างไรก็ตาม เขาแยกแยะระหว่างผู้ชุมนุมโดยสงบซึ่งมีข้อเรียกร้องที่ชอบธรรม กับกลุ่มที่มุ่งก่อความวุ่นวาย และระบุว่ารัฐบาลจะเปิดทางให้ผู้ว่าการจังหวัดสั่งห้ามการชุมนุมได้ หากจำเป็นต่อการคุ้มครองอาคารสาธารณะและธุรกิจในท้องถิ่น โดยยังไม่ได้ประกาศใช้สถานการณ์ฉุกเฉิน

ด้านนางมารีน เลอ แปน ผู้นำพรรคเนชันแนล แรลลี ซึ่งมีแนวคิดขวาจัด เรียกร้องให้ทุกฝ่ายรักษาความสงบ ขณะที่นายฌอง-ลุก เมล็องชง นักการเมืองฝ่ายซ้าย เรียกร้องให้มาครงตอบสนองข้อเรียกร้องของนักเรียนมัธยมที่เข้าร่วมการประท้วง

ส่วนภาคธุรกิจได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยนายอเล็กซองดร์ บอมพาร์ด ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของคาร์ฟูร์ เปิดเผยว่า ร้านค้าของบริษัทได้รับความเสียหาย 50 แห่ง ในจำนวนนี้ถูกปล้นสะดม 20 แห่ง คิดเป็นมูลค่าความเสียหายหลายสิบล้านยูโร ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจให้คำมั่นว่าจะช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ และย้ำว่าผู้ก่อเหตุจะต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น

เหตุจลาจลครั้งนี้เพิ่มแรงกดดันต่อรัฐบาลฝรั่งเศส ซึ่งกำลังเผชิญความไม่พอใจจากประชาชนเกี่ยวกับค่าครองชีพ บริการสาธารณะ และคุณภาพการศึกษา ขณะที่รัฐบาลต้องเร่งฟื้นฟูความสงบและจัดการกับความเสียหายที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ.

ความคิดเห็น