"ลอรีอัล" บริษัทเครื่องสำอางรายใหญ่ของฝรั่งเศส ระบุว่า กระแสการใช้ยาลดน้ำหนักกำลังส่งผลต่อพฤติกรรมการซื้อผลิตภัณฑ์ความงาม โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ขณะที่บริษัทพัฒนาสินค้าที่ออกแบบมาเพื่อดูแลปัญหาผิวหย่อนคล้อยจากการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว แม้ยอดขายไตรมาส 3 เติบโต 7.7% สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้
ลอรีอัล (L’Oréal) บริษัทเครื่องสำอางยักษ์ใหญ่ของฝรั่งเศส เปิดเผยว่า การใช้ยาลดน้ำหนักในกลุ่ม GLP-1 ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง กำลังส่งผลต่อการบริโภคสินค้าเพื่อความงาม โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ดูแลผิว เนื่องจากผู้ใช้ยาบางรายเผชิญปัญหาผิวหย่อนคล้อยหลังน้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว
นิโกลาส์ เอียโรนิมุส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของลอรีอัล กล่าวว่า ตลาดความงามทั่วโลกยังคงมีความยืดหยุ่น แม้เศรษฐกิจเผชิญความท้าทาย แต่ปรากฏการณ์การใช้ยากลุ่ม GLP-1 ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการบริโภคผลิตภัณฑ์ความงาม โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์บำรุงผิว
ยากลุ่ม GLP-1 ซึ่งรวมถึงโอเซมปิก (Ozempic) วีโกวี (Wegovy) และมอนจาโร (Mounjaro) เดิมพัฒนาขึ้นเพื่อรักษาโรคเบาหวานบางประเภท แต่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นจากคุณสมบัติช่วยลดความอยากอาหารและน้ำหนักตัว อย่างไรก็ตาม การลดน้ำหนักอย่างรวดเร็วอาจทำให้บางคนมีผิวหย่อนคล้อย รวมถึงบริเวณใบหน้า ซึ่งไม่ได้เกิดจากฤทธิ์ยาโดยตรง
เอียโรนิมุสระบุว่า แบรนด์สกินซูติคัลส์ (SkinCeuticals) และคีลส์ (Kiehl’s) ในเครือบริษัท มีผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาขึ้นเพื่อใช้ควบคู่กับการใช้ยากลุ่ม GLP-1 และช่วยดูแลปัญหาผิวที่เกี่ยวข้องกับการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้ ลอรีอัลยังขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาดเวชศาสตร์ความงาม โดยเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นในกัลเดอร์มา (Galderma) บริษัทด้านผิวหนังและเวชศาสตร์ความงามเป็น 20% เมื่อเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา ทั้งสองบริษัทกำลังทดสอบผลิตภัณฑ์ในกลุ่มผู้ใช้ยาลดน้ำหนักที่กังวลเรื่องผิวหย่อนคล้อย โดยกัลเดอร์มามีผลิตภัณฑ์อย่างสคัลป์ตรา (Sculptra) ซึ่งเป็นสารฉีดกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และเรสทิเลน (Restylane) ซึ่งเป็นสารเติมเต็มผิว
ขณะเดียวกัน ลอรีอัลรายงานยอดขายช่วงเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน เพิ่มขึ้น 7.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หลังปรับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนและปัจจัยทางบัญชีแล้ว อยู่ที่ 11,560 ล้านยูโร หรือราว 12,950 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเติบโต 5.9%
ธุรกิจสินค้าหรูของบริษัท ซึ่งสร้างรายได้มากกว่าหนึ่งในสามของยอดขายทั้งหมด เติบโต 7% จากความต้องการน้ำหอมระดับพรีเมียมและผลิตภัณฑ์บำรุงผิวระดับสูงในจีน ส่วนยอดขายในยุโรปเพิ่มขึ้นเกือบ 9% ขณะที่ภูมิภาคเอเชียใต้และตะวันออกกลางเติบโต 19.5% จากความต้องการที่แข็งแกร่งในกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับและเวียดนาม
บริษัทระบุด้วยว่า ตลาดความงามของจีนเริ่มกลับมาขยายตัวอีกครั้ง หลังหดตัวต่อเนื่องเป็นเวลา 2 ปี โดยผู้บริโภคชนชั้นกลางหันมาใช้จ่ายกับผลิตภัณฑ์ความงามระดับพรีเมียมมากขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจความงามยังเป็นหนึ่งในตลาดที่เติบโตได้ดี แม้ภาคสินค้าอุปโภคบริโภคโดยรวมเผชิญภาวะซบเซา
ภายหลังการประกาศผลประกอบการ หุ้นลอรีอัลที่จดทะเบียนซื้อขายในสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้น 8.3% ขณะที่ราคาหุ้นของบริษัทในตลาดฝรั่งเศสเพิ่มขึ้นแล้ว 11% นับตั้งแต่ต้นปี.