“เลี้ยวซ้ายผ่านตลอด” ไม่ต้องรอไฟเขียวจริงหรือ คนไทยเข้าใจผิดเยอะมาก
เลี้ยวซ้ายผ่านตลอด ไม่ต้องรอไฟเขียว ไม่ใช่กฎที่ใช้ได้ทุกแยก เข้าใจผิดกันมาก เสี่ยงทั้งอุบัติเหตุและใบสั่ง
หนึ่งในความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดบนถนนเมืองไทย คือความเชื่อที่ว่าเมื่อจะเลี้ยวซ้ายที่สี่แยก สามารถเลี้ยวได้เลยหากรถว่าง โดยไม่ต้องรอไฟเขียว ทั้งที่ตามกฎหมาย การเลี้ยวซ้ายผ่านตลอดไม่ใช่กฎที่ใช้ได้กับทุกแยก แต่ขึ้นอยู่กับป้ายจราจรที่ติดตั้งไว้ในแต่ละจุด
ความเข้าใจผิดๆ นี้นำไปสู่สองปัญหา คือคนขับที่เลี้ยวโดยไม่ได้รับอนุญาตอาจถูกปรับหรือเกิดอุบัติเหตุ ส่วนคนขับที่จอดรอตามกฎกลับถูกรถคันหลังบีบแตรไล่
พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 21 กำหนดว่าผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามสัญญาณจราจรและเครื่องหมายจราจรที่ติดตั้งไว้ หรือทำให้ปรากฏในทาง หรือที่พนักงานเจ้าหน้าที่แสดงให้ทราบ
ส่วนมาตรา 22 (2) ระบุว่า เมื่อพบสัญญาณจราจรไฟสีแดง หรือเครื่องหมายจราจรสีแดงที่มีคำว่าหยุด ให้ผู้ขับขี่หยุดรถหลังเส้นให้หยุดรถ
หลักสำคัญคือไฟแดงหมายถึงหยุด เว้นแต่จะมีป้ายหรือสัญญาณอนุญาตให้ไปได้
แบบไหนถึงเลี้ยวซ้ายได้เลย
มีป้ายเลี้ยวซ้ายผ่านตลอด ซึ่งเป็นป้ายพื้นสีน้ำเงินตัวอักษรสีขาว กรณีนี้เลี้ยวซ้ายได้โดยไม่ต้องรอไฟเขียว แต่ก็ไม่ได้แปลว่าให้เลี้ยวไปทันที สิ่งที่ต้องทำคือชะลอความเร็ว หากมีคนกำลังข้ามถนนต้องหยุดให้ก่อน และต้องดูรถที่มาจากทางเอกด้านขวา ปล่อยให้ผ่านไปก่อนจึงเลี้ยวได้อย่างปลอดภัย
แต่ถ้ามีป้ายเลี้ยวซ้ายรอสัญญาณไฟ ห้ามเลี้ยวซ้ายขณะไฟแดงเด็ดขาด ต้องหยุดรถหลังเส้นให้สนิท แม้ถนนจะว่างโล่งเพียงใดก็ตาม
แล้วถ้าแยกนั้นไม่มีป้ายใดติดตั้งไว้
กรณีนี้ต้องหยุดรอจนกว่าจะได้สัญญาณไฟเขียวพร้อมกับรถในทิศทางเดียวกัน แล้วจึงเลี้ยวได้ โดยยังต้องมองรถจากทางตรงให้แน่ใจว่าปลอดภัยก่อน
ที่นี้เมื่อสิ่งที่เห็นบนถนนไม่ตรงกัน เช่น มีป้ายอย่างหนึ่งแต่เครื่องหมายบนพื้นทางบอกอีกอย่าง ให้ยึดลำดับดังนี้
อันดับแรกคือสัญญาณไฟจราจร ถ้ามีไฟลูกศรกำกับทิศทางเลี้ยวซ้ายโดยเฉพาะ ให้ยึดตามไฟนั้น
อันดับถัดมาคือเครื่องหมายจราจรบนพื้นทาง เช่น ลูกศรที่ตีไว้บนถนน ซึ่งบอกว่าเลนนั้นใช้ไปทิศทางใดได้บ้าง
อันดับสุดท้ายคือป้ายพื้นสีน้ำเงิน ซึ่งเป็นป้ายแนะนำ
บทลงโทษ
การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามสัญญาณจราจรและเครื่องหมายจราจร มีโทษปรับตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522
ในกรณีที่ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายจากการกระทำโดยประมาท จะมีโทษหนักขึ้น และอาจถูกดำเนินคดีอาญาในข้อหาขับรถโดยประมาท รวมถึงถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่
เรื่องที่คนขับหลังไม่ควรทำ
ที่พบบ่อยคือรถคันหน้าจอดรอไฟเขียวตามกฎ แต่รถคันหลังบีบแตรไล่ให้เลี้ยวซ้ายทันที ทำเช่นนี้อาจกดดันให้รถคันหน้าเลี้ยวออกไปทั้งที่ไม่ปลอดภัย และก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้
อีกกรณีที่พบบ่อยคือรถที่อยู่เลนซ้ายสุดแต่ตั้งใจจะตรงไป ซึ่งหากเครื่องหมายบนพื้นทางระบุว่าเลนนั้นใช้ตรงไปหรือเลี้ยวซ้ายได้ทั้งสองอย่าง ผู้ขับขี่มีสิทธิ์จอดรอสัญญาณไฟเขียวเพื่อตรงไปตามปกติ
- ไฟแดงคือหยุด เว้นแต่มีป้ายอนุญาตให้เลี้ยวซ้ายผ่านตลอด
- มีป้ายอนุญาตแล้วก็ยังต้องหยุดให้คนข้ามถนนและรถทางเอกก่อน
- ไม่มีป้าย คือต้องรอไฟเขียว
ที่มา: พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, กรมการขนส่งทางบก, สนุกดอทคอม
ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย กรณีเฉพาะควรตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรในพื้นที่