คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangกรุงเทพฯ · เปลี่ยน

กวาดล้างแก๊งเงินกู้ออนไลน์เถื่อนนอกระบบ ดอกเบี้ยโหดในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง

ที่มา: ข่าวสด

ตร.ไซเบอร์4 เปิดปฏิบัติการ ทลายขบวนการเงินกู้ออนไลน์ นายทุนเรียกดอกเบี้ยโหด ในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง หลังผบ.ตร.สั่งกวาดล้าง ปมเหตุทำ 3 แม่ลูกเสียชีวิตที่ปทุมธานี

วันที่ 21 ต.ค.2569 พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.ทินกร รังมาตย์ ผบช.สอท. เร่งสืบสวนจับกุมผู้ร่วมขบวนการ ทลายเครือข่ายแอปพลิเคชันเงินกู้ออนไลน์เถื่อนนอกระบบ หลอกเหยื่อและชักชวนให้ประชาชนทั่วไป กู้เงินผ่านสื่อสังคมออนไลน์

จากกรณีเหตุสะเทือนใจ แม่-ลูกเสียชีวิต 3 ศพ ในบ้านพักย่านปทุมธานี โดยพบมีมิจฉาชีพสร้างแอปพลิเคชันเงินกู้หลอกเหยื่อให้กู้เงิน ซึ่งขบวนการดังกล่าว มีพฤติการณ์ปกปิด ซ่อนเร้น และอำพรางตัวตน เพื่อให้ยากต่อการสืบสวนจับกุม ขบวนการดังกล่าวทำให้เกิดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ สถาบันการเงิน และประชาชน โดยพบเงินหมุนเวียนในเครือข่ายจำนวนมาก

โดย

ล่าสุด พล.ต.ต.กฤตัชญ์ บำรุงรัตนยศ ผบก.สอท.4 พ.ต.อ.ดำรงศักดิ์ อ่อนตา พ.ต.อ.นรวัตน์ คำภิโล พ.ต.อ.ศุภกร ธัญญกรรม พ.ต.อ.สมชาย ธีรภัทรไพศาล พ.ต.อ.คมสัน มีภักดี รอง ผบก.สอท.4 ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ณัฐพล รัตนมงคลศักดิ์ ผกก.3 บก.สอท.4 พ.ต.ท.ทรงกรด มาสม พ.ต.ท.นนท์สมรรถ โบว์สุวรรณ รอง ผกก. พ.ต.ท.สมคิด ยะราช พ.ต.ท.นพดล แสงวรรณ ร.ต.อ.วีรยุทธ แก้วยม พร้อมชุดสืบสวน กก.3 บก.สอท.4 เปิดปฏิบัติการทลายเครือข่ายเงินกู้นอกระบบโหด ขออนุมัติหมายค้นศาลจังหวัดพิษณุโลก เข้าตรวจค้นจับกุมเป้าหมาย 6 ราย ในจังหวัดพิษณุโลก

สามารถจับกุม นายอรรถพล อายุ 25 ปี นายสวัสดิ์ อายุ 32 ปี นายภานุวัตร์ อายุ 24 ปี นายชวัลวิทย์ อายุ 45 ปี นายธนกร อายุ 40 ปี และนายยอดยิ่ง อายุ 44 ปี พร้อมด้วยของกลาง นามบัตรโฆษณาเงินกู้พร้อม QR CODE อาวุธปืนสั้นกึ่งอัตโนมัติ ขนาด 9 มม. ยี่ห้อ CZ รุ่น 2075 จำนวน 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน 29 นัด โทรศัพท์มือถือ จำนวน 10 เครื่อง คอมพิวเตอร์ จำนวน 2 เครื่อง และเงินสด จำนวน 52,320 บาท

จากการสอบสวนทราบว่า เมื่อประมาณต้นเดือน ต.ค.69 แก็งมิจฉาชีพได้สร้างแอปพลิเคชันเงินกู้หลอกให้เหยื่อโอนเงิน โดยพบมีเหยื่อจำนวนมาก และพบว่าขบวนการเครือข่ายดังกล่าว จะมีลักษณะลักลอบอำพรางการให้กู้ยืมเงิน โดยเรียกดอกเบี้ยโหดเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด และลักลอบประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต มีลักษณะเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายแบ่งหน้าที่กันทำงาน เพื่อยักย้ายถ่ายเทปกปิดซ่อนเร้นทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำความผิด

ชุดสืบสวนจึงได้แฝงตัวเข้าไปในเครือข่ายขบวนการ เพื่อสืบสวนติดตามจับกุมตัวผู้ร่วมขบวนการ โดยพบว่าขบวนการดังกล่าวมีผู้ร่วมขบวนการประมาณ 100 คน และจากการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์ จนทราบว่านายอรรถพล, นายสวัสดิ์, นายภานุวัตร์, นายชวัลวิทย์ ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าสาย ควบคุมการทำหน้าที่เก็บเงินของพนักงานในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง นายธนกร ทำหน้าที่เป็นแอดมินผู้ดูแลระบบ และนายยอดยิ่ง เป็นเจ้าของโต๊ะเงินกู้นอกระบบ

จากการสืบสวนทางการเงินอย่างเป็นระบบ จนทราบว่า มีกลุ่มลูกค้าประมาณ 1,000 คน ทั้งนักธุรกิจ พ่อค้าแม่ค้า นักศึกษาและข้าราชการ มีเงินหมุนเวียนในเครือข่ายเดือนละประมาณ 10 ล้านบาท โดยพบบัญชีธนาคารของเครือข่ายจำนวนมาก ที่ใช้ในการโอน รับโอน ผลประโยชน์ที่ได้จากแอปพลิเคชันเงินกู้ออนไลน์

โดยแอปพลิเคชันดังกล่าว มีระบบการจัดการด้วยการแบ่งผู้ดูแลตามภูมิภาคต่างๆ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงได้ลงพื้นที่ สะกดรอยกลุ่มผู้ต้องหาแต่ละคน เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน ขออนุมัติหมายค้นศาลจังหวัดพิษณุโลก เข้าตรวจค้นบ้านเป้าเพื่อยึดพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง จนนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหา

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคล ภายใต้การกำกับเป็นทางการค้าปกติ โดยไม่ได้รับอนุญาต, บุคคลใดให้บุคคลอื่นกู้ยืมเงินหรือกระทำการใดๆ อันมีลักษณะอำพราง การให้กู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้, ประกอบธุรกิจให้สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับในทางการค้าปกติ โดยไม่ได้ขออนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และจะได้ขยายผลดำเนินคดีเครือข่ายกลุ่มผู้ต้องหาทั้งหมด เพื่อยึดทรัพย์ที่เกี่ยวเนื่องจากการกระทำความผิดทั้งหมดต่อไป

ความคิดเห็น