คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangกรุงเทพฯ · เปลี่ยน

ความมั่นคงทาง ‘พลังงาน’ โจทย์ใหญ่ประเทศไทย 15 ก.ย. 2569

ที่มา: bangkokbiznews.com

กรุงเทพฯ เจ้าภาพจัดงาน Gastech 2026 ระหว่างวันที่ 14-17 ก.ย. ไม่ได้เป็นเพียงการนำเวทีอุตสาหกรรมก๊าซและ LNG ระดับโลกมาจัดในประเทศไทย แต่เป็นโอกาสสำคัญที่ทำให้เห็นภาพ “การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน” ของโลก

- ความมั่นคงทางพลังงานกลายเป็นโจทย์ที่ซับซ้อนขึ้นจากปัจจัยระดับโลก เช่น สงคราม ภูมิรัฐศาสตร์ และความผันผวนของราคา ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อประเทศไทย

- การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดต้องบริหารจัดการอย่างสมดุล เพื่อให้มีพลังงานเพียงพอในราคาที่เหมาะสม และรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากเศรษฐกิจดิจิทัล เช่น AI และดาต้าเซนเตอร์

- ประเทศไทยยังพึ่งพาก๊าซธรรมชาติในสัดส่วนสูง จึงจำเป็นต้องสร้างความหลากหลายของแหล่งพลังงาน ควบคู่กับการลงทุนในระบบกักเก็บและโครงข่ายไฟฟ้าให้เพียงพอ

- ไทยต้องเปิดรับและลงทุนในเทคโนโลยีพลังงานแห่งอนาคต เช่น โรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (SMR) และระบบดักจับคาร์บอน (CCUS) เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

ซึ่งกำลังเดินเข้าสู่ยุคที่ความมั่นคงทางพลังงานมีความซับซ้อนกว่าที่ผ่านมา ทั้งสงคราม ความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ ความผันผวนราคาพลังงาน และเศรษฐกิจโลกที่ไม่แน่นอน ล้วนทำให้ประเทศต่างๆ ต้องกลับมาให้ความสำคัญกับคำว่าความมั่นคงทางพลังงาน และการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ Gastech ปีนี้ สะท้อนชัดว่าโลกพลังงานกำลังเชื่อมโยงเข้ากับเทคโนโลยีใหม่ ตั้งแต่ LNG ไฮโดรเจน พลังงานคาร์บอนต่ำ ไปจนถึงระบบไฟฟ้าและ AI

โจทย์ใหญ่ไม่ได้อยู่ที่ว่าโลกจะเปลี่ยนจากพลังงานฟอสซิลไปสู่พลังงานสะอาดได้เร็วเพียงใด แต่คือ จะบริหารการเปลี่ยนผ่านอย่างไรให้พลังงานมีเพียงพอ ราคาสมเหตุสมผล และระบบไฟฟ้ามีเสถียรภาพ เพราะความต้องการใช้ไฟฟ้ากำลังเพิ่มขึ้นจากการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม การใช้ระบบคลาวด์ AI และ ดาต้าเซนเตอร์ ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่เศรษฐกิจยุคดิจิทัล

การเปลี่ยนผ่านพลังงานในโลกจริง จึงควรเป็นการสร้างระบบพลังงานที่ผสมผสานก๊าซธรรมชาติ LNG พลังงานหมุนเวียน ระบบกักเก็บพลังงาน โครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ รวมถึงเทคโนโลยีลดคาร์บอนให้ทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับประเทศไทย ถือว่าเรามีความท้าทายมาก เพราะระบบไฟฟ้ายังพึ่งพาก๊าซธรรมชาติในสัดส่วนสูง สะท้อนว่า “ก๊าซ” ยังเป็นฐานสำคัญของความมั่นคงทางไฟฟ้าไทยช่วงเปลี่ยนผ่าน ดังนั้น การลดคาร์บอนโดยไม่คำนึงถึงความมั่นคงของระบบ หรือการเพิ่มพลังงานหมุนเวียนโดยไม่มีระบบสำรองและโครงข่ายที่เพียงพอ ย่อมไม่ใช่คำตอบ ไทยจำเป็นต้องเร่งสร้างความหลากหลายของแหล่งพลังงาน ลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาแหล่งใดแหล่งหนึ่ง และลงทุนในระบบส่ง ระบบกักเก็บ และโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้าที่รองรับความต้องการใหม่

เราเห็นว่า ไทยต้องเปิดพื้นที่ให้เทคโนโลยีพลังงานแห่งอนาคตอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็น SMR หรือ โรงไฟฟ้าขนาดเล็ก , CCUS ระบบดักจับและกักเก็บคาร์บอน ,ระบบไฮโดรเจน รวมไปถึงเทคโนโลยีใหม่ที่ยังอยู่ระหว่างการพัฒนา สิ่งที่ไทยต้องทำจึงต้องออกแบบยุทธศาสตร์พลังงาน ที่พร้อมรับมือโลกที่ผันผวน และมีพลังงานเพียงพอสำหรับเศรษฐกิจยุคใหม่ ทั้งอุตสาหกรรมขั้นสูง AI คลาวด์ และดาต้าเซนเตอร์ วันนี้พลังงานกำลังกลายเป็น โครงสร้างพื้นฐานของเศรษฐกิจยุคใหม่ และความมั่นคงทางพลังงาน คือยุทธศาสตร์ความสามารถในการแข่งขันของไทยในระยะยาว

ความคิดเห็น