คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangกรุงเทพฯ · เปลี่ยน

ครูกว่า 30 คนร้อง ‘คำรณวิทย์’ ผอ.คุกคามจนเด็กผวา เปิดใจเจ็บปวดป้องลูกศิษย์ไม่ได้ จ่อตั้งกก.สอบด่วน

ที่มา: มติชน

เผยสภาพจิตใจนักเรียนกว่า 600 ชีวิตตกอยู่ในความหวาดระแวงอย่างหนัก แค่ได้ยินเสียงก็สะดุ้งผวา ชี้พฤติกรรม ผอ. ไร้ความเข้าใจ ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อจิตใจเด็กและเด็กพิเศษที่โดนดุต่อหน้าผู้อื่น ด้านผู้นำชุมชนและนายก อบจ. จ่อเร่งยื่นมือตรวจสอบด่วน

เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 8 ตุลาคม 2569 ผู้นำเครือข่ายผู้ปกครองและชุมชน นำคุณครูจากโรงเรียนดังแห่งหนึ่งย่านอำเภอคลองหลวง กว่า 30 คน ซึ่งมีนักเรียนอยู่ในความดูแลประมาณ 600 คน ได้เดินทางเข้าพบ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (นายก อบจ.) ปทุมธานี พร้อมด้วยผู้นำชุมชนในพื้นที่ โดยการเข้าพบและพูดคุยในครั้งนี้ใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมงเต็ม ในการระบายความชอกช้ำและร้องขอความช่วยเหลือ จากกรณีถูกผู้อำนวยการโรงเรียนใช้อำนาจข่มขู่ กดดัน และสร้างบรรยากาศแห่งความหวาดกลัวจนส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสภาพจิตใจของทั้งครูและนักเรียนทั้งโรงเรียน

ในระหว่างการพูดคุยนานกว่า 1 ชั่วโมง ตัวแทนคุณครูได้เปิดใจถึงพฤติกรรมของผู้บริหารโรงเรียนรายนี้ โดยเน้นย้ำถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับเด็กนักเรียนว่า กำลังตกอยู่ในภาวะหวาดกลัวและระแวงตลอดเวลา เด็กๆ ไม่มีความสุขในการมาโรงเรียน และแทบไม่เห็นภาพเด็กวิ่งเล่นอย่างสบายใจเหมือนโรงเรียนทั่วไป

“เด็กตอนนี้เวลาได้ยินเสียง ผอ. ก็จะตกใจ พูดหนึ่งคำ เด็กจะสะดุ้งเลย ตอนนี้มันเป็นความหวาดระแวง เด็กเมื่อไหร่ก็ตามที่ได้ไปหน้าตึกที่ ผอ. อยู่ จะกลัวมากเลยค่ะ จะไม่มีใครอยากจะเดินผ่านตรงนั้น เพราะว่าถ้าไปปุ๊บเด็กก็จะโดน ขนาดถักเปีย ห้องหนูจัดเรียบร้อยมาก ถักเปียแล้ว ผอ. ก็จะมองว่าเส้นผมยาวกว่านี้อีกแล้วก็จะตำหนิเด็กตรงนั้น”

คุณครูระบุเพิ่มเติมว่า ความเข้มงวดและการจ้องจับผิดในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ทำให้เด็กนักเรียนหลายคนถึงกับร้องไห้ด้วยความตกใจจนครูต้องเข้าไปช่วยปลอบใจ กระทั่งผู้ปกครองสังเกตเห็นความผิดปกติและต้องไลน์มาสอบถามครูว่าเกิดอะไรขึ้นที่โรงเรียน

“ถามว่าตนเองกลัวไหม กลัว แต่เด็กกลัวมากกว่าพวกหนูค่ะ แค่เอ่ยชื่อว่า ผอ. มา เด็กเป็นหินไปแล้วค่ะ ตอนนี้เด็กๆ ถามว่ามีความสุขไหม น้อยมากที่จะเห็นเด็กได้วิ่งเล่นหรือว่าเล่นกันแบบสบายใจ ถ้า ผอ. เดินมาเมื่อไหร่ ทุกคนก็เหมือนก้อนหินหนึ่งก้อนที่ไร้วิญญาณ ซึ่งคุณครูทุกท่านเองก็ไม่อยากเห็นเด็กเป็นแบบนี้ พวกเราไม่สามารถปกป้องเด็กได้แล้วตอนนี้ ก็เลยหนักใจ หาทางออกไม่เจอจริงๆ ค่ะ”

นอกจากนี้ กลุ่มคุณครูยังได้กล่าวอ้างถึงพฤติกรรมความเข้มงวดและการกระทำที่ไม่เหมาะสมของผู้บริหารรายนี้ โดยมีครูที่เห็นเหตุการณ์เล่าว่า เคยมีเด็กนักเรียนไม่ได้ตัดผมตามระเบียบ ซึ่งคาดว่าอาจมาจากทางบ้านมีฐานะยากจน ขาดแคลนทุนทรัพย์ แต่ ผอ. กลับแสดงพฤติกรรมด้วยการใช้มือขยุ้มหัวเด็ก นอกเหนือจากนั้น ยังมีคำกล่าวอ้างจากทางฝั่งคุณครูอีกด้วยว่า มีเด็กนักเรียนบางคนบังเอิญมีชื่อจริงตรงกับชื่อของ ผอ. ก็กลับถูก ผอ. พูดจาไล่ให้เด็กไปเปลี่ยนชื่อใหม่ ซึ่งสร้างความสะเทือนใจและทำให้เกิดข้อกังขาแก่กลุ่มครูที่พบเห็นเป็นอย่างมาก

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือผลกระทบทางจิตใจที่เกิดขึ้นกับเด็กทุกคน รวมถึงกลุ่มเด็กที่มีความต้องการพิเศษ (เด็กพิเศษ) ซึ่งในโรงเรียนแห่งนี้ คุณครูต้องดูแลเด็กพิเศษหลายคน และมีบางห้องเรียนที่มีเด็กพิเศษอยู่รวมกันมากถึง 8 คน ซึ่งคุณครูผู้สอนต่างพยายามทุ่มเทดูแลอย่างใกล้ชิด แต่กลับพบว่า ผอ. ขาดความเข้าใจในบริบทและธรรมชาติของเด็ก ทั้งยังแสดงพฤติกรรมดุและตำหนิต่อหน้าผู้อื่น จนส่งผลกระทบสะเทือนใจต่อตัวเด็กนักเรียนอย่างรุนแรง

“ซึ่งมีเด็กที่มีความต้องการพิเศษหลายคน ที่อยู่ในโรงเรียนเรา และเด็กคนนั้นมีพฤติกรรมที่อยู่ไม่นิ่ง ซึ่งเป็นปกติอยู่แล้วของเด็กที่มีความต้องการพิเศษ แต่ท่านผู้อำนวยการมาบอกว่าแบบนี้ไม่ได้ แล้วก็ดุต่อหน้าเด็กคนนั้นเลย แล้วก็เรียกคุณครูมาตำหนิติติง สั่งเลยว่าต้องมีระเบียบ เดี๋ยวนี้ต้องทำให้ได้ ต้องทำให้ได้เหมือนปกติ ซึ่งในแง่ความเป็นจริงมันไม่ได้อยู่แล้วค่ะ”

ซึ่งเด็กก็หวาดกลัวมาก ขณะเดียวกัน ฝั่งของคุณครูข้าราชการก็ต้องเผชิญกับสภาวะกดดันอย่างหนักเช่นกัน เนื่องจาก ผอ. มักนำเรื่องขั้นเงินเดือนและการประเมินผลงานมาใช้พูดข่มขู่ตลอดเวลา หากพบข้อผิดพลาดเพียงเล็กน้อย

ทางด้าน พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี หลังใช้เวลารับฟังการระบายความรู้สึกและข้อมูลเชิงลึกจากกลุ่มครูตลอด 1 ชั่วโมงเต็ม ได้แสดงความห่วงใยต่อสภาพจิตใจของเด็กนักเรียนทั้ง 600 คนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเด็กๆ และเด็กพิเศษที่ต้องได้รับการดูแลและเข้าใจ ไม่ใช่การใช้อารมณ์ข่มขู่หรือตำหนิต่อหน้าผู้อื่น พร้อมยืนยันว่าจะไม่ปล่อยให้คุณครูและนักเรียนต้องเผชิญกับภาวะกดดันเช่นนี้เพียงลำพัง โดยจะประสานงานและตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน เพื่อคืนความยุติธรรมและสร้างความปลอดภัยทางจิตใจให้เด็กๆ ทุกคน

ขณะที่ นางภาณิกา พ่วงอ่างทอง ผู้นำชุมชนในพื้นที่ ได้กล่าวเสริมว่า ชุมชนห่วงใยเด็กๆ และพร้อมยืนเคียงข้างกลุ่มครู เพราะโรงเรียนควรเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับเด็กทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเด็กทั่วไปหรือเด็กพิเศษ ตั้งแต่ผู้อำนวยการโรงเรียนมาไม่เคยมีการประสานกับเครือข่ายหรือมวลชนในพื้นที่ ทางเครือข่ายจะร่วมมือกับทาง อบจ. เพื่อติดตามปัญหานี้จนกว่าจะได้รับทางออกที่เหมาะสมที่สุด

ความคิดเห็น