คนเกิด 2 ก.ย. 2510–1 ก.ย. 2511 รัฐแจกเงิน 600 บาท เช็กขั้นตอนรับเงิน
เปิดยืนยันสิทธิรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ปีงบประมาณ 2571 คนเกิดระหว่างวันที่ 2 กันยายน 2510 ถึง 1 กันยายน 2511 เตรียมบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน และสมุดบัญชี ติดต่อสำนักงานเขต เทศบาล หรือ อบต. ตามทะเบียนบ้าน
ผู้ที่กำลังจะมีอายุครบ 60 ปี เตรียมตรวจสอบสิทธิรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ประจำปีงบประมาณ 2571 โดยผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ 2 กันยายน 2510 ถึงวันที่ 1 กันยายน 2511 สามารถยืนยันสิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2570
ผู้ผ่านคุณสมบัติจะได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุในอัตราเริ่มต้นเดือนละ 600 บาท เงินจะเริ่มจ่ายตามเดือนที่มีอายุครบ 60 ปี ไม่ใช่จ่ายทันทีให้ทุกคนหลังยื่นเอกสาร
ทำไมต้องเกิดระหว่าง 2 ก.ย. 2510–1 ก.ย. 2511
ปีงบประมาณ 2571 เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2570 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2571 ดังนั้น ผู้ที่จะมีอายุครบ 60 ปีและเริ่มมีสิทธิในปีงบประมาณดังกล่าว จึงครอบคลุมผู้เกิดระหว่างวันที่ 2 กันยายน 2510 ถึงวันที่ 1 กันยายน 2511
ส่วนผู้ที่เกิดวันที่ 1 กันยายน 2510 จะมีอายุครบ 60 ปีตั้งแต่เดือนกันยายน 2570 จึงอยู่ในรอบสิทธิของปีงบประมาณก่อนหน้า ขณะที่ผู้เกิดวันที่ 2 กันยายน 2510 จะเริ่มรับเงินได้ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2570 หากยืนยันสิทธิและมีคุณสมบัติครบถ้วน
สำหรับผู้ที่เกิดวันที่ 1 ของเดือน หลักเกณฑ์กำหนดให้สามารถเริ่มรับเงินในเดือนที่มีอายุครบ 60 ปีได้ ส่วนผู้เกิดวันที่ 2 เป็นต้นไป จะเริ่มรับเงินในเดือนถัดจากเดือนที่อายุครบ 60 ปี
ใครต้องยืนยันสิทธิเบี้ยผู้สูงอายุ
ผู้ที่ควรติดต่อหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อตรวจสอบและยืนยันสิทธิ ประกอบด้วย
- ผู้ที่มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์แล้ว แต่ยังไม่เคยยืนยันสิทธิรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ
- ผู้ที่จะมีอายุครบ 60 ปีในปีงบประมาณ 2571 หรือผู้เกิดระหว่างวันที่ 2 กันยายน 2510 ถึงวันที่ 1 กันยายน 2511
- ผู้สูงอายุที่เคยรับเบี้ยยังชีพอยู่แล้ว แต่ย้ายทะเบียนบ้านไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งใหม่ และยังไม่ได้ยืนยันสิทธิในพื้นที่ใหม่
ผู้สูงอายุที่ได้รับเบี้ยยังชีพต่อเนื่องและไม่ได้ย้ายทะเบียนบ้าน โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องลงทะเบียนใหม่ทุกปี แต่ควรตรวจสอบข้อมูลบัญชีธนาคารและสถานะทะเบียนบ้านให้เป็นปัจจุบัน
คุณสมบัติผู้มีสิทธิรับเงิน 600 บาท
ผู้ยืนยันสิทธิต้องมีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ ได้แก่
- มีสัญชาติไทย
- มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ยื่นเรื่อง
- มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ หรือจะครบ 60 ปีในปีงบประมาณที่ยืนยันสิทธิ
- ไม่เป็นผู้ได้รับสวัสดิการหรือสิทธิประโยชน์ประจำจากหน่วยงานรัฐบางประเภท เช่น เงินบำนาญ เบี้ยหวัด หรือค่าตอบแทนประจำ ตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
- ไม่พักอาศัยอยู่ในสถานสงเคราะห์ของรัฐหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งจัดสวัสดิการให้เป็นประจำ
ยืนยันสิทธิที่ไหน
ผู้สูงอายุสามารถยืนยันสิทธิได้ที่หน่วยงานซึ่งรับผิดชอบตามที่อยู่ในทะเบียนบ้าน ได้แก่
- กรุงเทพมหานคร ติดต่อสำนักงานเขตตามทะเบียนบ้าน
- เขตเทศบาล ติดต่อสำนักงานเทศบาล
- เขตองค์การบริหารส่วนตำบล ติดต่อ อบต.
- เมืองพัทยา ติดต่อหน่วยงานที่เมืองพัทยากำหนด
ระยะเวลายืนยันสิทธิสำหรับปีงบประมาณ 2571 เปิดตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2570 อย่างไรก็ตาม ไม่ควรรอจนใกล้หมดเขต เพราะการยืนยันสิทธิล่าช้าอาจทำให้เริ่มรับเงินช้าตามไปด้วย
เอกสารที่ต้องใช้
กรณีผู้สูงอายุเดินทางไปยืนยันสิทธิด้วยตนเอง ควรเตรียมเอกสารดังต่อไปนี้
- บัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริง
- ทะเบียนบ้านฉบับจริง
- สมุดบัญชีเงินฝากธนาคารที่ต้องการใช้รับเงิน
- แบบยืนยันสิทธิหรือแบบคำขอที่หน่วยงานจัดเตรียมไว้
บางพื้นที่อาจขอสำเนาเอกสารเพิ่มเติม จึงควรโทรศัพท์สอบถามสำนักงานเขต เทศบาล หรือ อบต. ก่อนเดินทาง
กรณีมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการแทน
หากผู้สูงอายุไม่สามารถเดินทางไปยืนยันสิทธิได้ สามารถมอบอำนาจให้บุคคลอื่นดำเนินการแทน โดยทั่วไปต้องเตรียมเอกสาร ได้แก่
- หนังสือมอบอำนาจที่กรอกข้อมูลและลงลายมือชื่อครบถ้วน
- สำเนาบัตรประชาชนของผู้สูงอายุ
- สำเนาทะเบียนบ้านของผู้สูงอายุ
- สำเนาสมุดบัญชีธนาคารสำหรับรับเงิน
- สำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ
- สำเนาทะเบียนบ้านของผู้รับมอบอำนาจ
สำเนาทุกฉบับควรลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง หากต้องการให้โอนเงินเข้าบัญชีของบุคคลอื่น ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่และจัดทำหนังสือมอบอำนาจรับเงินตามแบบที่หน่วยงานกำหนด
เบี้ยผู้สูงอายุได้เดือนละเท่าไร
ปัจจุบันเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุจ่ายแบบขั้นบันไดตามช่วงอายุ ดังนี้
- อายุ 60–69 ปี รับเดือนละ 600 บาท
- อายุ 70–79 ปี รับเดือนละ 700 บาท
- อายุ 80–89 ปี รับเดือนละ 800 บาท
- อายุ 90 ปีขึ้นไป รับเดือนละ 1,000 บาท
ดังนั้น ผู้เกิดระหว่างวันที่ 2 กันยายน 2510 ถึงวันที่ 1 กันยายน 2511 ซึ่งกำลังเข้าสู่ช่วงอายุ 60 ปี จะเริ่มได้รับเงินเดือนละ 600 บาท เมื่อถึงเดือนที่มีสิทธิและผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติเรียบร้อยแล้ว
ผู้สูงอายุและครอบครัวควรตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยงานตามทะเบียนบ้านอีกครั้ง เนื่องจากแบบฟอร์ม จำนวนสำเนาเอกสาร และขั้นตอนการรับยืนยันสิทธิของแต่ละพื้นที่อาจมีรายละเอียดเพิ่มเติม