'ไบแนนซ์' เผยมีเงินไหลออกสุทธิ 3.6 พันล้านดอลลาร์ หลังกลับมาเปิดรับฝาก-ถอนอีกครั้ง แต่กระทบสินทรัพย์แค่ 2% ย้ำชดเชยสินทรัพย์ที่ถูกขโมยแล้ว 95% ลูกค้าไม่ต้องรับภาระความเสียหาย ขณะราคาคริปโทฯ เริ่มทรงตัว
"ไบแนนซ์" (Binance) แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีที่ใหญ่ที่สุดในโลก เปิดเผยว่า มีสินทรัพย์ไหลออกสุทธิ 3.6 พันล้านดอลลาร์ (ราว 1.2 แสนล้านบาท) หลังจากที่บริษัทกลับมาเปิดให้ลูกค้าถอนสินทรัพย์ได้อีกครั้งเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 พ.ย.
ทั้งนี้ ลูกค้าจำนวนมากเร่งถอนสินทรัพย์ออกจากไบแนนซ์ ภายหลังเกิดเหตุการณ์แฮกซึ่งทำให้เกิดความเสียหายมากถึงราว 6.3 พันล้านดอลลาร์ และนับเป็นเหตุโจรกรรมคริปโทฯ ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์
บริษัทระบุผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า ระหว่างเวลา 13.00-22.30 น. วันอาทิตย์ที่ 1 พ.ย. ตามเวลาในไทย มีการถอนสินทรัพย์รวม 4.65 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่มีเงินฝากเข้าระบบ 1.01 พันล้านดอลลาร์
ส่งผลให้มีเงินไหลออกสุทธิ 3.64 พันล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็น 2.1% ของสินทรัพย์ทั้งหมด 1.71 แสนล้านดอลลาร์ของบริษัท
ไบแนนซ์ ระบุว่า ปริมาณการถอนสินทรัพย์เริ่มลดลงและกลับมาทรงตัวแล้ว หลังพุ่งสูงในช่วงแรก ขณะที่ยังมีเงินฝากเข้าระบบในปริมาณมาก
บริษัทเริ่มทยอยเปิดให้ถอนสินทรัพย์อีกครั้งตั้งแต่เวลา 13.00 น. ตามเวลาไทยของวันอาทิตย์ โดยกลับมาให้บริการถอนคริปโทฯ ได้ครบทั้ง 15 สกุล และ 15 เครือข่ายบล็อกเชนที่กำหนดไว้ในระยะแรก ภายในเวลา 19.36 น. ส่วนสินทรัพย์และเครือข่ายที่เหลือยังอยู่ระหว่างการทดสอบระบบ
ฉางเผิง จ้าว หรือ CZ ผู้ก่อตั้งและอดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารไบแนนซ์ พยายามสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ใช้งานหลังเกิดเหตุแฮก โดยโพสต์ผ่าน X ว่า “98% เลือกที่จะอยู่ต่อ!” และระบุด้วยว่า เงินทุนไหลออกสุทธิส่วนใหญ่เกิดขึ้นในช่วง "สองชั่วโมงแรก" หลังเปิดให้ถอนสินทรัพย์อีกครั้ง
“ความเชื่อมั่นไม่ได้เกิดจากสิ่งที่คุณพูดในวันที่ทุกอย่างราบรื่น แต่เกิดจากสิ่งที่คุณทำในช่วงเวลาที่ยากลำบาก” CZ กล่าว
การถอนสินทรัพย์ครั้งนี้เกิดขึ้นหลัง Binance ถูกแฮกมูลค่า 6.3 พันล้านดอลลาร์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งนับเป็นเหตุโจรกรรมคริปโทฯ ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยสำนักงานสอบสวนกลางแห่งสหรัฐ (FBI) ระบุว่า กลุ่มแฮกเกอร์ "เกาหลีเหนือ" เป็นผู้ก่อเหตุภายใต้ปฏิบัติการที่มีชื่อว่า "TraderTraitor"
ไบแนนซ์ ยืนยันว่า บริษัทจะรับภาระความเสียหายทางการเงินจากสินทรัพย์ที่ถูกขโมยทั้งหมดเอง โดยไม่ผลักภาระไปยังผู้ใช้งาน
ล่าสุด บริษัทระบุว่า ชดเชยมูลค่าสินทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบแล้วประมาณ 95% เพิ่มขึ้นจาก 90% ในการรายงานความคืบหน้าครั้งก่อน ส่วนอีก 5% ที่เหลือเป็นโทเคนที่มีสภาพคล่องต่ำ ซึ่งต้องใช้เวลามากกว่าในการจัดหาสินทรัพย์ให้ได้ครบตามจำนวนที่ต้องการ
ที่มา: CNBC