คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangกรุงเทพฯ · เปลี่ยน

‘ขอบฟ้าใหม่’ ยกเครื่องประเทศ หนุนใช้ AI เพิ่มผลิตภาพการผลิต 09 ต.ค. 2569

ที่มา: bangkokbiznews.com

“ธนาคารโลก” แนะไทยดึง AI เพิ่มผลิตภาพ ก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลาง “สันติธาร” ชูแนวคิด 2 ยุทธศาสตร์ AI ดันไทยเข้าห่วงโซ่การผลิต หนุนยกเครื่องระบบปฏิบัติการประเทศ ทลายการทำงานแยกส่วนแบบไซโล

“กรุงเทพธุรกิจ” จัดงาน Thailand Economic Outlook 2027: New Horizon Beyond The Trap วันที่ 8 ต.ค.2569 ที่โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ เพื่อนำเสนอทิศทางขับเคลื่อนประเทศผ่านการสร้างขอบฟ้าใหม่ของไทยให้ก้าวข้ามกับดักสู่ประเทศรายได้สูง

“ฟรานซิสกา โอนซอร์เกอ” หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ประจำภูมิภาคเอเชีย ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) กล่าวในหัวข้อ New Horizon Beyond The Trap ว่า การเพิ่มผลิตภาพเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภาวะประชากรวัยทำงานกำลังทรงตัวหรือลดลง

แม้ปัจจุบันไทยมีบางภาคส่วนของระบบเศรษฐกิจโดดเด่นระดับโลก โดยบริษัทไทยชั้นนำแข่งขันในเวทีสากลและมีผลิตภาพเทียบเท่าบริษัทในประเทศรายได้สูง รวมถึงนักเรียนสาย STEM ของไทยทำคะแนนสอบมาตรฐานสากลดีเยี่ยมกว่าบางประเทศ

ในมุมมองของนักเศรษฐศาสตร์ ความท้าทายหลักอยู่ที่การเพิ่มอัตราการเติบโตของผลิตภาพ โดยเฉพาะในภาวะประชากรวัยทำงานกำลังทรงตัวหรือหดตัวลง โดยมองว่ามี 2 แนวทางสำคัญ คือ การจัดสรรทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อส่งเสริมการแข่งขัน และการยกระดับทางเทคโนโลยีซึ่งจะสามารถช่วยเพิ่มผลิตภาพให้กับทุกคนในระบบเศรษฐกิจ

แต่ทว่าฟรานซิสกาเผยถึงตัวเลขที่น่าสนใจของการนำ AI มาประยุกต์ใช้งานจริงที่ภูมิภาคนี้ยังคงล้าหลังอยู่มาก

ผลสำรวจพบว่ามีภาคธุรกิจไทยเพียง 12% เท่านั้นที่มีการใช้งาน AI ซึ่งยังต่ำกว่าภาคธุรกิจในสหรัฐอเมริกา ที่มีอัตราการใช้อยู่ที่ 43% อย่างมาก โดยสาเหตุสำคัญอันดับแรกมาจากอุปสรรคเรื่องการขาดแคลนความรู้ และทักษะในการนำ AI ไปใช้งานจริง

ดังนั้นการขยายการใช้งาน AI ให้แพร่หลายจำเป็นต้องพึ่งพาบทบาทของภาครัฐ ทั้งในมิติเฉพาะด้าน AI โดยนำ AI ไปปรับใช้ในบริการของภาครัฐให้มากขึ้น รวมทั้งการเป็นผู้กำกับดูแล เพื่อกำหนดขอบเขตที่ชัดเจนให้ภาคเอกชนนำ AI ไปใช้ได้อย่างมั่นใจ

3 ปัจจัยพลิกเกมลงทุน AI ใน ‘อาเซียน’

ทั้งนี้ เมื่อมองในภาพรวมของการแข่งขันดึงดูดการลงทุนระดับภูมิภาค ประเทศในเอเชียต่างแข่งขันกันเพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุน โดยปัจจัยชี้วัดความสามารถในการแข่งขันด้านบุคลากร ประกอบด้วย 3 ประเด็น คือ

- การลงทุนด้านดาต้าเซนเตอร์ โดยจากการศึกษาทำเลที่ตั้งของดาต้าเซนเตอร์หลายพันแห่งทั่วโลก พบว่าปัจจัยหลักไม่ได้มีแค่เรื่อง “ราคาถูก” แต่สิ่งที่สำคัญสุดคือ พลังงานที่มั่นคง และมีปริมาณมากเพียงพอควบคู่ไปกับความพร้อมของแรงงานที่มีทักษะ และสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่มีกฎระเบียบชัดเจน

- การเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานที่กำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุค AI โดยในภูมิภาคนี้ยังไม่พบการเลิกจ้างงานจำนวนมาก แต่กำลังเกิดการ “ปรับรูปแบบ” ของตลาดแรงงาน

ทั้งนี้ เมื่อบริษัทต่างๆ มองหาทักษะด้าน AI พวกเขาไม่ได้มองหาแค่ตัวเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ต้องการ “ทักษะที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพด้วย AI” เช่น ทักษะคณิตศาสตร์เชิงปริมาณ การคิดเชิงวิเคราะห์ และทักษะการสื่อสาร

- บทเรียนจากการปรับใช้เทคโนโลยี โดยหากย้อนดูตั้งแต่ยุค Machine Learning ในช่วงปี 2016 เป็นต้นมาจะเห็น Multinational Corporations ที่มีทุนเดิมด้านเทคโนโลยีและแรงกดดันทางธุรกิจ เป็นกลุ่มแรกที่ปรับตัวและนำเทคโนโลยีมาใช้ได้เร็ว

‘จุดแข็งไทย’ ในเวทีอาเซียน

ขณะที่ไทยมีฐานการผลิตที่มั่นคงและมีอุตสาหกรรมบริการเข้มแข็ง โดยไทยและหลายประเทศในเอเชียตะวันออกมีจุดแข็งสำคัญที่ การเป็นหนึ่งในห่วงโซ่ซัปพลายเชน AI ระดับโลก โดยเฉพาะฝั่งการผลิตฮาร์ดแวร์และสินค้าเทคโนโลยี

นอกจากนี้ ไทยยังมีความโดดเด่นเชิงโครงสร้างในภาคการท่องเที่ยว และบริการ ซึ่งมีสัดส่วนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ หรือ GDP ของประเทศในระดับที่สูง

ดึงลงทุนคุณภาพสร้างงาน-เชื่อมรายย่อย

นายสันติธาร เสถียรไทย กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง กล่าวว่า การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ระลอกใหญ่ไหลเข้าประเทศปี 2568 สูงกว่า 40,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งแรงผลักดันสำคัญมาจากความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์และภูมิเศรษฐศาสตร์ทำให้แต่ละประเทศปรับตัว และกระจายความเสี่ยงห่วงโซ่อุปทาน

อีกด้านเป็นความพร้อมด้านภูมิศาสตร์ โครงสร้างพื้นฐาน โลจิสติกส์ และความสัมพันธ์อันดีกับนานาชาติ ซึ่งทำให้ไทยมีจุดแข็งในฐานะ

“ตัวเชื่อมทางเศรษฐกิจที่น่าเชื่อถือ” (Trusted Connector Economy) และเป็นจุดหมายสำคัญรองรับการกระจายห่วงโซ่อุปทานของผู้ประกอบการระดับโลกในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น ยานยนต์แห่งอนาคต, พลังงานสะอาด, และปัญญาประดิษฐ์ (AI)

2 ยุทธศาสตร์ AI ดันไทยเข้าห่วงโซ่

นายสันติธาร กล่าวว่า ไทยต้องปรับตัวรับกระแสเทคโนโลยีด้วยยุทธศาสตร์ AI สองขา ได้แก่

- All in AI ผลักดันไทยมีส่วนร่วมในห่วงโซ่มูลค่า AI ระดับโลกทั้งการผลิตชิ้นส่วนหน่วยความจำ, ชิป, โฟโทนิกส์ และ เพาเวอร์อิเล็กทรอนิกส์ควบคู่การดึงศูนย์วิจัยเข้ามาในประเทศ

- AI in All เน้นกระจายการใช้ AI ทุกภาคส่วน โดยเฉพาะเศรษฐกิจฐานรากและผู้ค้ารายย่อยผ่านการนำ AI ขนาดเล็กที่ใช้งานง่ายฝังในกระเป๋าเงินดิจิทัลผ่านโครงการ “AI นกกระซิบ” ช่วยผู้ค้าวิเคราะห์ต้นทุนวัตถุดิบ บริหารสต๊อก คาดการณ์ยอดขายและทำบัญชีเบื้องต้น เพื่อยกระดับทักษะธุรกิจและเปิดโอกาสให้เข้าถึงสินเชื่อในระบบการเงินง่ายขึ้น

ยกเครื่องระบบปฏิบัติการเคลื่อนสู่ขอบฟ้าใหม่

นอกจากนี้ หากมองเศรษฐกิจไทยเป็นเสมือนระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์หรือเครื่องจักร โดยสิ่งที่ไทยต้องเปลี่ยนไม่ใช่ฮาร์ดแวร์หรือซอฟต์แวร์ แต่เป็นการยกเครื่องระบบปฏิบัติการ (Operating System) ของประเทศโดยตรงทั้งระบบ

ทั้งนี้ ปัญหาของไทยในอดีตอยู่ที่แต่ละหน่วยงานทำงานแบบแยกส่วน (Silos) ดังนั้น การยกเครื่องระบบปฏิบัติการต้องเชื่อมโยงจุดที่อยู่แยกจากกันเข้าหากัน (Connect the dots) เพื่อให้ทุกองค์ประกอบทำงานสอดประสานกัน

ความคิดเห็น