คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangกรุงเทพฯ · เปลี่ยน

แคนาดายินดี! อียูเสนอ “สมาชิกสมทบ” เป็นประเทศแรก-ทรัมป์ยัวะมองเป็นปฏิปักษ์

ที่มา: ข่าวสด

แคนาดายินดี! – เอพี รายงานวันที่ 18 ก.ย. ว่า นายกรัฐมนตรีมาร์ก คาร์นีย์ ผู้นำแคนาดา กล่าวว่ามีความยินดีกับโอกาสที่แคนาดาจะกลายเป็นสมาชิกสมทบรายแรกของ สหภาพยุโรป (อียู) พร้อมเสริมว่าความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นกับยุโรปจะทำให้มั่นใจได้ว่าไม่มีประเทศใดสามารถควบคุมตลาดของแคนาดาหรือบ่อนทำลายอธิปไตยของประเทศได้

นายคาร์นีย์กล่าวสุนทรพจน์ต่อรัฐสภายุโรปที่เมืองสตราสบูร์ก ประเทศฝรั่งเศส โดยยกย่องความร่วมมือระหว่างยุโรปและแคนาดา ขณะที่ความสัมพันธ์กับสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นประเทศที่กำหนดเศรษฐกิจของแคนาดามานานหลายทศวรรษ กลับเสื่อมถอยลงเรื่อยๆ

และเป็นหนึ่งประเด็นสำคัญที่นายคาร์นีย์กล่าวถึง ทั้งมาตรการขึ้นภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ข้อเรียกร้องสัมปทานทางเศรษฐกิจ และการพูดถึงการทำให้แคนาดาเป็นรัฐที่ 51 ต่างผลักดันให้แคนาดาต้องลดการพึ่งพาประเทศเพื่อนบ้านและแสวงหาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ ความมั่นคง และการเมืองที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นกับยุโรป

นายคาร์นีย์กล่าวว่ายินดีกับข้อเสนอของ นางอัวร์ซูลา ฟ็อน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป โดนยอมรับว่าสภานะสมาชิกสมทบต้องมีการกำหนดให้ชัดเจนต่อไป ผู้นำแคนาดาบอกกับผู้สื่อข่าวว่าตนไม่ได้มุ่งหวังที่จะเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปอย่างเต็มรูปแบบ

“เราไม่ได้แสวงหาอำนาจเพื่อครอบงำผู้อื่น ในทางตรงกันข้ามเรากำลังแสวงหาความยืดหยุ่นเพื่อไม่ให้ใครควบคุมตลาดของเรา บั่นทอนอธิปไตยของเรา คุกคามบูรณภาพดินแดนของเรา หรือทำลายเสรีภาพ ประชาธิปไตย และหลักนิติธรรมของเราได้”

เมื่อวันพุธที่ 16 ก.ย. ประธานคณะกรรมาธิการยุโรปเสนอให้แคนาดาเข้ามาเป็นสมาชิกสมทบรายแรกของสหภาพยุโรปซึ่งถือเป็นสถานะที่ยังไม่มีบัญญัติไว้ในสนธิสัญญาของกลุ่ม และจำเป็นต้องมีการกำหนดสถานะนี้ขึ้นมาใหม่

โดยระบุว่ายุโรปต้องการยกระดับความสัมพันธ์กับแคนาดาให้ไปสู่ “ระดับสูงสุดเท่าที่จะเป็นไปได้” ซึ่งสมาชิกสภานิติบัญญัติต่างลุกขึ้นยืนเพื่อแสดงการสนับสนุนข้อเสนอดังกล่าว ทั้งนี้ นายคาร์นีย์จะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดร่วมกับผู้นำสหภาพยุโรปที่เมืองมอนทรีออลในวันที่ 29-30 ต.ค. คาดว่าทั้งสองฝ่ายจะหารือในรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรูปแบบความสัมพันธ์ใหม่นี้

ก่อนหน้านี้นายทรัมป์ระบุว่าข้อตกลงที่สหภาพยุโรปเสนอมานั้นอาจถือเป็น “การกระทำที่เป็นปฏิปักษ์” และขู่ว่าจะเรียกเก็บภาษีในอัตราสูงกับยุโรปหากมองว่าเจตนาของอีกฝ่ายไม่เป็นมิตร ซึ่งเป็นการเพิ่มความตึงเครียดก่อนที่นายคาร์นีย์จะขึ้นกล่าวสุนทรพจน์

เมื่อถูกถามถึงความเห็นของนายทรัมป์ นายคาร์นีย์กล่าวว่าชาวแคนาดามีจุดยืนเดียวกันในการปฏิเสธความพยายามจากภายนอกที่จะเข้ามาบงการทางเลือกของประเทศ

“ชาวแคนาดามีความเห็นตรงกันว่าจะไม่มีใครมาสั่งเราได้ว่าเราควรใช้ภาษาอะไร จะไม่มีใครมากำหนดวัฒนธรรมของเรา หรือกำหนดว่าเราจะทำข้อตกลงระหว่างประเทศกับใครได้บ้าง” นายคาร์นีย์กล่าวย้ำ

ความคิดเห็น