คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangกรุงเทพฯ · เปลี่ยน

กาฬโรค อันตรายแค่ไหน รู้จักเชื้อร้าย หลังเจ้าหน้าที่แล็บไซบีเรีย เสียชีวิตปริศนา

ที่มา: The Thaiger

กาฬโรค อันตรายแค่ไหน รู้จักเชื้อร้าย หลังเจ้าหน้าที่แล็บไซบีเรีย เสียชีวิตปริศนา

รู้จักเชื้อกาฬโรค Yersinia pestis หลังเจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการในไซบีเรียเสียชีวิตจากปอดอักเสบรุนแรง ท่ามกลางข้อสงสัยว่าอาจสัมผัสเชื้อจากหลอดทดลองแตก เปิดอาการ ช่องทางติดต่อ วิธีรักษา ประเมินความเสี่ยงต่อประเทศไทย

เชื้อกาฬโรค คนรู้จัก แต่ห่างหายจากการแพร่ระบาดไปนานแล้ว แต่ล่าสุดเกิดความกังวล หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการของสถาบันวิจัยต่อต้านกาฬโรคในภูมิภาคไซบีเรีย ประเทศรัสเซีย เสียชีวิตจากอาการปอดอักเสบรุนแรง คาดว่าอาจทำหลอดทดลองซึ่งบรรจุเชื้อกาฬโรคแตก ต่อมา ทางรัฐบาลรัสเซียติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิดเกือบ 200 คน แต่จนถึงวันที่ 5 ตุลาคม 2569 เพื่อมากักกันเชื้อดูอาการ

อย่างไรก็ตาม กาฬโรคเป็นโรคติดเชื้อที่มีอันตรายจริง โดยเฉพาะชนิดที่เชื้อลงปอด ซึ่งสามารถแพร่ระหว่างคนผ่านละอองฝอยและคร่าชีวิตผู้ป่วยได้อย่างรวดเร็วหากไม่ได้รับการรักษา

ประวัติ Daria Shipilova นักเทคนิคแล็บวัย 28 ปี ก่อนเสียชีวิตปริศนา ปมหลอดกาฬโรคแตก

กาฬโรคเกิดจากเชื้ออะไร

กาฬโรค หรือ Plague เกิดจากแบคทีเรียชื่อ Yersinia pestis ไม่ใช่เชื้อไวรัส เชื้อนี้มีสัตว์ฟันแทะ เช่น หนู เป็นแหล่งรังโรคตามธรรมชาติ และมักแพร่มาสู่คนผ่านหมัดที่ดูดเลือดสัตว์ติดเชื้อ

โรคนี้เคยก่อการระบาดครั้งใหญ่หลายระลอกในประวัติศาสตร์ รวมถึงเหตุการณ์ “กาฬมรณะ” ในช่วงปี ค.ศ. 1346–1353 คร่าประชากรยุโรปเสียชีวิตราว 30% ถึง 60%

แม้ปัจจุบันจะไม่เกิดการระบาดระดับเดียวกับในอดีต แต่เชื้อกาฬโรคยังไม่สูญพันธุ์ องค์การอนามัยโลกระบุว่า ยังพบโรคนี้ได้ในบางพื้นที่ของแอฟริกา เอเชีย และทวีปอเมริกา โดยประเทศที่พบผู้ป่วยเป็นประจำ ได้แก่ มาดากัสการ์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก และเปรู

กาฬโรคมี 3 ชนิด ต่างกันอย่างไร

กาฬโรคในคนแบ่งเป็น 3 รูปแบบสำคัญตามตำแหน่งที่เชื้อเข้าสู่ร่างกายและลุกลาม ได้แก่

1. กาฬโรคต่อมน้ำเหลือง

กาฬโรคต่อมน้ำเหลือง หรือ Bubonic plague เป็นชนิดที่พบได้บ่อยที่สุด มักเกิดจากหมัดที่มีเชื้อกัด หลังติดเชื้อประมาณ 2–6 วัน ผู้ป่วยจะมีไข้สูง หนาวสั่น ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย และต่อมน้ำเหลืองบวมเจ็บ โดยเฉพาะบริเวณขาหนีบ รักแร้ หรือคอ

หากไม่ได้รับยาปฏิชีวนะ เชื้ออาจเข้าสู่กระแสเลือดหรือแพร่ไปยังปอด ทำให้อาการรุนแรงขึ้น

2. กาฬโรคในกระแสเลือด

กาฬโรคในกระแสเลือด หรือ Septicaemic plague เกิดเมื่อเชื้อเพิ่มจำนวนในกระแสเลือด ผู้ป่วยอาจมีไข้สูง อ่อนแรง ปวดท้อง เลือดออกผิดปกติ ความดันโลหิตต่ำ และอวัยวะล้มเหลว

บางรายมีเนื้อเยื่อบริเวณปลายนิ้วมือ นิ้วเท้า หรือจมูกขาดเลือดจนเปลี่ยนเป็นสีดำ ลักษณะดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของที่มาคำว่า “Black Death”

3. กาฬโรคปอด

กาฬโรคปอด หรือ Pneumonic plague เป็นชนิดที่อันตรายที่สุดและเป็นชนิดเดียวที่แพร่จากคนสู่คนผ่านละอองฝอยจากการไอหรือจามได้โดยตรง ผู้ติดเชื้อมักต้องสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่มีอาการ

ระยะฟักตัวมักสั้นเพียง 1–3 วัน ผู้ป่วยอาจมีไข้สูง ไอ เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก และมีเสมหะปนเลือด อาการสามารถทรุดลงอย่างรวดเร็ว หากไม่ได้รับยาปฏิชีวนะโดยเร็ว กาฬ

- ประวัติ Daria Shipilova นักเทคนิคแล็บวัย 28 ปี ก่อนเสียชีวิตปริศนา ปมหลอดกาฬโรคแตก

- รัสเซียยันไม่พบกาฬโรค แต่กัก 197 คน สหรัฐฯ จี้เปิดข้อมูล หลังนักวิจัยสาวดับ

- เฝ้าระวัง! กาฬโรคระบาดที่มองโกเลียใน จีนยกระดับป้องกันขั้น 3

พัฒนาการของเหตุการณ์: 2 รายงาน

ความคิดเห็น