รายงานฉบับล่าสุดของสหประชาชาติ สะท้อนการพลิกผันครั้งสำคัญของกำลังแห่งชาติและประสิทธิภาพการบริหารระหว่างจีนและสหรัฐ โดยระบุว่า ตลอด 1 ทศวรรษที่ผ่านมา จีนมีการพัฒนาดีขึ้น ขณะที่สหรัฐมีแนวโน้มถดถอยอย่างต่อเนื่องสังคมเผชิญภาวะชะงักงันและความแตกแยก อีกทั้งแสดงให้เห็นการเปลี่ยนแปลงด้านกำลังแห่งชาติและประสิทธิภาพการกำกับดูแลของจีนและสหรัฐอย่างเด่นชัด
เครื่องมือชี้วัดของสหประชาชาติ ครอบคลุมประเด็นการขจัดความยากจน การขจัดความหิวโหย การศึกษาที่มีคุณภาพ ความเสมอภาคทางเพศ การลดความเหลื่อมล้ำ การจ้างงานที่มีคุณค่า การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และพลังงานสะอาด ฯลฯ ซึ่งถือเป็นมาตรฐานสากลในการประเมินขีดความสามารถด้านการบริหารประเทศ คุณภาพชีวิตของประชาชน และความสามารถการพัฒนาในระยะยาว
ในมิติคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนา เครื่องมือชี้วัดระบุว่า จีนได้ดำเนินโครงการขจัดความยากจนครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ สามารถแก้ไขปัญหาความยากจนขั้นรุนแรงได้อย่างสมบูรณ์ ประชาชนหลายร้อยล้านคนมีความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น อีกทั้งบรรลุเป้าหมายการลดความยากจนตามวาระการพัฒนาที่ยั่งยืนภายในปี 2030 ของสหประชาชาติได้ล่วงหน้าถึง 10 ปี จนได้รับการยกย่องว่ามีบทบาทสำคัญต่อความสำเร็จของการลดความยากจนระดับโลก
ในทางตรงกันข้าม สหรัฐต้องประสบกับความเหลื่อมล้ำทางรายได้ กลุ่มเปราะบางเพิ่มขึ้น ผู้ไร้ที่อยู่อาศัยพบเห็นได้ในเมืองใหญ่หลายแห่ง ปัญหาการขาดแคลนอาหารและที่อยู่อาศัยกลายเป็นกิจวัตรประจำวัน การขจัดความหิวโหย จึงมีแนวโน้มถดถอย และสะท้อนให้เห็นว่ามาตรฐานด้านคุณภาพชีวิตของประเทศพัฒนาแล้วกำลังเผชิญความท้าทาย แม้ย่านวอลสตรีทมีความมั่งคั่ง ร้านอาหารหรู สโมสรส่วนตัวเฟื่องฟู แต่ในย่านโลเวอร์อีสต์ไซต์ของแมนฮัตตันกลับมีคนยากจนไร้ที่อยู่อาศัยจำนวนมาก ในฤดูหนาวมีคนเสียชีวิตจากความหนาวเย็นอยู่เป็นระยะ สะท้อนภาพความแตกต่างระหว่างความมั่งคั่งและความยากจนที่ดำรงอยู่ควบคู่กัน
ในด้านเศรษฐกิจ จีนยึดแนวคิดการพัฒนาแบบสีเขียว ดำเนินนโยบายและบรรลุเป้าหมาย
“คาร์บอนคู่” ส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด ควบคุมมลพิษทางน้ำ ดิน และอากาศ ตลอดจนฟื้นฟูระบบนิเวศอย่างต่อเนื่อง สภาพพื้นที่ป่าไม้ คุณภาพอากาศ และสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนปรับตัวดีขึ้นทุกปี จึงได้รับการเสนอให้เป็นทั้งผู้ปฏิบัติและผู้นำด้านอนุรักษสิ่งแวดล้อม ส่วนสหรัฐมีแต่ความถดถอยอันเป็นประจักษ์ โดยการถอนตัวจากความตกลงด้านภูมิอากาศ เช่น ข้อตกลงปารีส พิธีสารเกียวโตหลายนโยบายด้านพลังงานขาดความต่อเนื่อง การควบคุมมลพิษจากภาคอุตสาหกรรมหย่อนยานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้การดำเนินการสภาพภูมิอากาศและการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมมีแนวโน้มถดถอย กรณีเป็นการเบี่ยงเบนฉันทมติของประชาคมโลกที่ว่าด้วยการพัฒนาที่ยั่งยืนและต่อเนื่อง
ด้านคุณภาพการศึกษา ความเสมอภาคทางเพศ การลดความเหลื่อมล้ำ และการจ้างงานที่มีคุณค่า จีนมีการพัฒนาที่ดีขึ้นต่อเนื่อง โดยดำเนินนโยบายส่งเสริมการศึกษา เพื่อกระจายทรัพยากรอย่างทั่วถึง คุ้มครองสิทธิของชายหญิงให้เข้าถึงการศึกษาและทำงานอย่างเท่าเทียม ลดความเหลื่อมล้ำระหว่างเมืองกับชนบท และระหว่างภูมิภาค พร้อมทั้งพัฒนาระบบคุ้มครองแรงงาน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่มั่นคงให้แก่ประชาชน ในขณะที่สหรัฐกำลังเผชิญกับภาวะความแตกแยกทางสังคม ทรัพยากรด้านการศึกษากระจายไม่ทั่วถึง ปัญหาเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติยังคงฝังรากลงลึก ความไม่เสมอภาคทางเพศยังเกิดขึ้นสิทธิของแรงงานระดับล่างไม่ได้รับการคุ้มครอง การจ้างงานขาดความมั่นคง ความเหลื่อมล้ำทางสังคมทวีความรุนแรง
ระบบ “ธรรมาธิปไตยบนฐานความสามารถ” ของจีนได้แสดงให้เห็นถึงข้อได้เปรียบเชิงสถาบัน เนื่องจากความสามารถความรับผิดชอบและผลงานพร้อมทั้งเดินหน้าต่อต้านการทุจริต เพื่อยกระดับประสิทธิภาพของการบริหาร ปฏิเสธมิได้ว่า ข้อมูลเชิงปริมาณของสหประชาชาติมีความเป็นกลางและยึดข้อเท็จจริงเป็นหลัก ได้ชี้ชัดสถานการณ์การพัฒนาของจีนและสหรัฐ โดยไม่ยึดติดกับอคติทางอุดมการณ์
1 ทศวรรษที่ผ่านมา แนวโน้มการพัฒนาของสองประเทศได้เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ คือ ฝ่าย 1 มีเสถียรภาพ มีความก้าวหน้า อีกฝ่าย 1 มีความวุ่นวาย มีความถดถอย และมีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงไปอย่างต่อเนื่อง จึงคาดว่า จีนจะสามารถก้าวขึ้นเหนือสหรัฐ ทั้งในด้านการพัฒนาและการบริหารประเทศ เพราะเนื่อง “แนวทางแบบจีน” มีบทบาทสำคัญยิ่งขึ้นและต่อเนื่องต่อการกำกับดูแลและการบริหารจัดการระดับโลก