กมธ.ศาสนา ขอหยุดนำพุทธศาสนาทำเป็นคอนเทนต์ ไม่ใช่เรื่องขำระวังคุก
นางธิวัลรัตน์ ประธานกมธ.ศาสนา ขอหยุดนำพุทธศาสนาทำเป็นคอนเทนต์ ไม่ใช่เรื่องขำระวังคุก มีกฎหมายแต่งตัวเป็นนักบวชโดยมิชอบ
นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ สส.เพชรบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร กล่าวเตือนสติสังคม ภายหลังปรากฏการนำกรณีอดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์หรือสมีโชติ ซึ่งกำลังเป็นข่าว และอยู่ในความสนใจของประชาชน ไปดัดแปลง ล้อเลียน แต่งกายเลียนแบบ หรือสร้างคอนเทนต์ในลักษณะสองแง่สองง่ามและลามก ผ่านสื่อสังคมออนไลน์และการแสดงบนเวที เพื่อเรียกเสียงหัวเราะ ยอดไลค์ ยอดแชร์ และยอดรับชม
ไม่ว่าจะกระทำด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ความคึกคะนอง หรือมีเจตนาแสวงหาผลประโยชน์จากกระแสข่าว ขอให้ทุกฝ่ายหยุดคิดก่อนเผยแพร่ เพราะเรื่องดังกล่าวไม่ได้กระทบเพียงบุคคลหนึ่งบุคคลใด แต่กำลังพาดพิงไปถึง สมณเพศ สัญลักษณ์ทางพระพุทธศาสนา และความรู้สึกของพุทธศาสนิกชนจำนวนมาก
คนคนหนึ่งอาจประพฤติผิดและเสื่อมจากสมณเพศได้ แต่พระพุทธศาสนาไม่ได้เสื่อมตามคนคนนั้น อย่าเอาความผิดของบุคคลหนึ่งมาเป็นข้ออ้างในการเหยียบย่ำสิ่งที่คนทั้งประเทศเคารพ ก่อนจะล้อ ก่อนจะแชร์ หรือก่อนจะเอาขึ้นเวที ขอให้คิดสักนิดว่าเสียงหัวเราะของเรา กำลังแลกมาด้วยความสะเทือนใจของชาวพุทธหรือไม่
เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นหรือการสร้างสรรค์เนื้อหามีขอบเขต โดยเฉพาะเมื่อเกี่ยวข้องกับศาสนาและการแสดงออกในลักษณะลามก ไม่ควรเข้าใจว่าการอ้างว่าเป็น “มุกตลก” หรือ “คอนเทนต์” จะทำให้พ้นจากความรับผิดตามกฎหมายได้ทุกกรณี
ทั้งนี้ หากมีการแต่งกายหรือใช้เครื่องหมายแสดงตนเป็นพระภิกษุ สามเณร หรือนักบวชโดยมิชอบ เพื่อให้บุคคลอื่นเชื่อว่าตนเป็นบุคคลเช่นนั้น อาจเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 208 มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ขณะที่หากพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการกระทำต่อวัตถุหรือสถานอันเป็นที่เคารพทางศาสนาในลักษณะเหยียดหยาม อาจต้องพิจารณา มาตรา 206 ซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่ 1-7 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000-140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนการแสดงลามกต่อหน้าธารกำนัลอาจเข้าข่าย มาตรา 388 มีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท ทั้งนี้ ต้องพิจารณาข้อเท็จจริงและองค์ประกอบความผิดเป็นรายกรณี
สังคมสามารถวิพากษ์วิจารณ์ผู้ที่กระทำผิดได้เต็มที่ และผู้กระทำผิดก็ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง แต่ต้องแยกให้ออกระหว่าง “การตรวจสอบคนทำผิด” กับ “การนำศาสนามาย่ำยีเพื่อความบันเทิง” เพราะสองเรื่องนี้ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน พร้อมเรียกร้องให้ประชาชน ผู้จัดงาน ผู้ประกอบการสถานบันเทิง ผู้ผลิตคอนเทนต์ อินฟลูเอนเซอร์ และผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ ช่วยกันสอดส่อง หากพบการแสดงหรือพฤติกรรมที่อาจเข้าข่ายดูหมิ่น เหยียดหยามศาสนา แต่งกายแอบอ้างเป็นพระสงฆ์ หรือแสดงออกในลักษณะลามกไม่เหมาะสม ขอให้รวบรวมหลักฐานและแจ้งตำรวจหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมาย
“ยอดไลก์อาจอยู่เพียงไม่กี่วัน คลิปไวรัลอาจถูกลืมในไม่กี่สัปดาห์ แต่บาดแผลที่เกิดกับศรัทธาของผู้คนอาจอยู่ยาวนานกว่านั้น อย่าปล่อยให้ความคึกคะนองของคนไม่กี่คน กลายเป็นการทำร้ายความรู้สึกของชาวพุทธทั้งสังคม” นางธิวัลรัตน์ กล่าวปิดท้าย
- เจออีก! สำนักพุทธลำปาง เดินหน้าเอาผิด นักร้องแต่งตัวคล้ายพระ เต้นท่าไม่เหมาะสม
- สำนักพุทธฯ โคราช ฮึ่ม! เล็งเอาผิดแก๊ง แต่งเลียนแบบพระ เต้นหน้าเวทีหมอลำ
- ตำรวจยัน “โต๊ะกลมสีส้ม” ไม่ใช่หลักฐานของกลาง เอาออกเพราะกลัวคนตามเช็คอิน