คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangกรุงเทพฯ · เปลี่ยน

กมธ.แรงงานรับหนังสือ เครือข่ายแรงงานข้ามชาติ จี้รัฐบาลเร่งสัตยาบันอนุสัญญา ILO 87, 98

ที่มา: ไทยรัฐ

กมธ.แรงงานรับหนังสือ เครือข่ายแรงงานข้ามชาติร้อง จ่อยื่น 3 ข้อเสนอเร่งด่วนจี้รัฐบาลเร่งสัตยาบันอนุสัญญา ILO 87, 98 ชี้ปัญหาเรื้อรังมากว่า 30 ปี กับข้ออ้างตั้งคณะทำงานศึกษาซ้ำซาก

วันที่ 30 ตุลาคม 2569 เครือข่ายองค์กรด้านประชากรข้ามชาติและเครือข่ายรณรงค์รับรองอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ฉบับที่ 87 และ 98 ได้ยื่นหนังสือต่อประธานคณะกรรมาธิการการแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร เรียกร้องให้รัฐบาลไทยและกระทรวงแรงงานแสดงความจริงจังในการรับรองอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 87 ว่าด้วยเสรีภาพในการสมาคมและการคุ้มครองสิทธิในการรวมตัว และฉบับที่ 98 ว่าด้วยสิทธิในการรวมตัวและการร่วมเจรจาต่อรอง

ตัวแทนจากเครือข่ายแรงงาน กล่าวว่า ตลอดเวลากว่า 30 ปีที่ผ่านมา ขบวนการแรงงานไทยได้ยื่นข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลมาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้รับรองอนุสัญญาฉบับที่ 87 และ 98 เพื่อคุ้มครองเสรีภาพในการรวมตัวและสิทธิในการเจรจาต่อรองร่วมของคนงาน ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานและเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความเป็นธรรมในสังคม

แต่ที่ผ่านมาแรงงานยังคงเผชิญกับการขัดขวางการจัดตั้งสหภาพแรงงาน การถูกแทรกแซง และการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมโดยปราศจากความคุ้มครอง ส่งผลให้ความมั่นคงในการทำงานลดลงและความเหลื่อมล้ำทางสังคมเพิ่มสูงขึ้น

ขณะที่รัฐบาลทุกยุคทุกสมัยเมื่อเข้ารับตำแหน่ง มักใช้แนวทาง "ตั้งคณะทำงานศึกษา" ซึ่งกินเวลานานกว่า 40 ปี โดยไม่มีความคืบหน้าจริงจัง

ตัวแทนเครือข่ายแรงงานกล่าวต่อว่า เครือข่ายฯ และคณะกรรมาธิการการแรงงาน ได้ยื่นข้อเสนอ 3 ข้อหลักเพื่อให้รัฐบาลและกระทรวงแรงงานเร่งดำเนินการ โดยต้องระบุระยะเวลาที่แน่นอนว่าประเทศไทยจะให้สัตยาบันอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 87 และ 98 เมื่อใด เพื่อยุติการซื้อเวลา 2. ปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ให้สอดคล้องกับอนุสัญญาฯ พร้อมทั้งมีมาตรการที่มีประสิทธิภาพในการคุ้มครองการแทรกแซง การเลิกจ้าง และการทำลายสหภาพแรงงาน รวมถึงให้แรงงานทุกกลุ่มมีสิทธิรวมตัวและเจรจาต่อรอง และ 3. ควบคุมให้กลุ่มนายทุนและผู้ประกอบการทุกกลุ่มในประเทศ ดำเนินกิจการภายใต้การเคารพคุณธรรม จริยธรรม สิทธิมนุษยชน และมาตรฐานสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด

นายสหัสวัต คุ้มคง สส.พรรคประชาชน และในฐานะประธานกมธ.แรงงาน กล่าวว่า การรับรองอนุสัญญา ILO ทั้งสองฉบับนี้มีความผูกพันกับเวทีการค้าระหว่างประเทศ ทั้งองค์การการค้าโลก (OECD) และความตกลงการค้าเสรี (FTA) ระหว่างไทยกับสหภาพยุโรป (EU) ซึ่งมักมีเงื่อนไขด้านสิทธิแรงงานขั้นพื้นฐานเข้ามาเกี่ยวข้อง

ส่วนที่ข้ออ้างที่บอกว่ากฎหมายดังกล่าวจะทำให้นายทุนย้ายฐานการผลิต ตนเองขอยืนยันว่าปัจจุบันนักลงทุนไม่ได้ย้ายฐานเพราะเรื่องสิทธิแรงงาน เนื่องจากสิทธิแรงงานเป็นสิทธิมนุษยชนสากล และการเปิดรับแรงงานข้ามชาติเข้าสู่ระบบสหภาพภายใต้กฎหมายไทย ก็เป็นการยกระดับมาตรฐานทางกฎหมายของประเทศให้ทัดเทียมระดับสากล

นายสหัสวัต กล่าวว่า คณะกรรมาธิการแรงงานนั้น จะนำเอาเรื่องนี้เข้าหารือและบรรจุเป็นวาระในชั้นกรรมาธิการ และจะเชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาร่วมชี้แจงและเร่งรัดการจัดตั้งคณะอนุกรรมการศึกษาและผลักดันการรับรองอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 87 และ 98 รวมถึงการแก้ไข พ.ร.บ. แรงงานสัมพันธ์ ให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด

เช่นเดียวกับนางสาวธนพร วิจันทร์ สส.พรรคประชาชนและโฆษกกรรมาธิการการแรงงาน เรียกร้องให้รัฐบาลรับรองอนุสัญญา ILO ทั้งสองฉบับนี้ เพราะเป็นการต่อสู้และเรียกร้องภาคประชาชนและแรงงานมาอย่างยาวนานกว่า 30 ปี แต่ที่ผ่านมากลับยังไม่เคยประสบความสำเร็จ เนื่องจากภาครัฐมักใช้ข้ออ้างเดิมๆ ในการดึงเช็งและเตะถ่วงกระบวนการพิจารณามาโดยตลอด เรื่องสิทธิแรงงานและคุณค่าด้านแรงงานมักถูกละเลย และไม่เคยถูกหยิบยกขึ้นมาพูดคุยบนโต๊ะเจรจาอย่างจริงจังโดยภาครัฐ ตนเองจึงเห็นว่าครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญที่รัฐบาลไทยจะต้องปรับเปลี่ยนทัศนคติ นำเรื่องสิทธิแรงงาน การรวมตัว และสิทธิในการเจรจาต่อรอง ไปบรรจุไว้ในข้อตกลงและเงื่อนไขการค้าต่างๆ อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อยกระดับมาตรฐานแรงงานของไทยให้ทัดเทียมสากลและเป็นที่ยอมรับของนานาประเทศ

“หมดเวลาสำหรับการอ้างข้ออ้างเดิมๆ เพื่อชะลอการตัดสินใจแล้ว ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลจะต้องเร่งคืน “ประชาธิปไตยในสถานที่ทำงาน” และคืนสิทธิขั้นพื้นฐานให้แก่คนทำงานทุกคนในประเทศ ด้วยการรับรองอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 87 และ 98 โดยเร็วที่สุด”

ความคิดเห็น