อิสราเอลเชื่อเป็นคดี – รอยเตอร์ รายงานวันที่ 1 ต.ค. ถึงความคืบหน้าเหตุระทึกขวัญบน เที่ยวบินเอฟซี 103 (FZ103) ของ สายการบินฟลายดูไบ สายการบินต้นทุนต่ำสัญชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) เมื่อวันที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมาว่า
รัฐบาลอิสราเอลเชื่อว่าเหตุการณ์บนเที่ยวบินจากยูเออีไปอิสราเอล ก่อนเปลี่ยนเส้นทางไปลงจอดฉุกเฉินที่ซาอุดีอาระเบียนั้นอาจเป็นการพยายาม “ก่อการร้าย” โดยนักบินคนใดคนหนึ่ง นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอล กล่าวในเวลาต่อมาว่า เจ้าหน้าที่ซาอุดีอาระเบียจับกุมนักบินผู้ช่วยแล้วและว่าผู้ก่อเหตุพยายามขับเครื่องบินพุ่งชน
เจ้าหน้าที่อิสราเอลกล่าวว่า นักบินผู้ช่วยก่อเหตุแทงกัปตันซึ่งเป็นนักบินหลักก่อนที่ลูกเรือจะเข้าไปในห้องนักบินและควบคุมเครื่องบินไว้ได้ ส่วนสัญญาณฉุกเฉินถูกส่งหลังจากนักบินทั้งสองมีปากเสียงกัน โฆษกสำนักงานนายกรัฐมนตรีอิสราเอลกล่าวว่า เหตุดังกล่าวไม่น่าจะเป็นการจี้เครื่องบิน แต่เป็นความพยายามก่อการร้ายและไม่ได้เกี่ยวข้องกับปัญหาสุขภาพจิตของนักบินคนใดคนหนึ่ง
ด้าน บีบีซี รายงานว่า เที่ยวบินเอฟซี 103 ส่งสัญญาณฉุกเฉินและตามด้วยการแจ้งเตือนเหตุจี้เครื่องบินหลังเปลี่ยนทิศทางกะทันหันและลดระดับความสูงลงอย่างรวดเร็ว โดยเครื่องบินลดระดับลงถึง 17,000 ฟุต (5,200 เมตร) ภายในเวลาเพียง 2 นาที
อย่างไรก็ตาม ฟลายดูไบยืนยันว่าผู้โดยสารทุกคนปลอดภัยและได้รับการดูแลครบถ้วน หลังแจ้งเหตุไปยังหอบังคับการบิน เที่ยวบินเอฟซี 103 ลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินนานาชาติปรินซ์สุลต่าน บิน อับดุลอาซิซ หรือสนามบินทาบุก เมื่อเวลา 08:44 น. ของวันที่ 30 ก.ย. โดยกัปตันและนักบินผู้ช่วยถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลแล้ว
ขณะเดียวกันผู้โดยสารเปิดเผยว่ามีนักบินถูกแทงภายในห้องนักบิน ส่งผลให้นักบินอีกสองคนที่อยู่ด้านหลังเครื่องต้องเข้าควบคุมสถานกาารณ์นำเครื่องลงจอดได้อย่างปลอดภัยในเวลาต่อมาราวๆ 1 ชั่วโมง แต่ข้อมูลส่วนนี้ยังไม่ได้รับการยืนยันข้อเท็จจริง