คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangกรุงเทพฯ · เปลี่ยน

IMF ปรับขึ้น GDP ไทยปีนี้อยู่ที่ 2.1% เตือนคลังรัดเข็มขัด 13 ต.ค. 2569

ที่มา: bangkokbiznews.com

IMF ปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทย จาก 1.9% เป็น 2.1% แต่ยังมีแนวโน้มโตชะลอตัว ห่วงดุลบัญชีเดินสะพัดเสี่ยงพลิกติดลบ แนะภาครัฐคุมวินัยการคลังเข้มงวด รับมือแรงกดดันภูมิรัฐศาสตร์โลก

วันที่ 13 ต.ค.2569 กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลก (World Economic Outlook: Resilience Under Strain, Urgent Choices) ฉบับล่าสุด ณ กรุงเทพมหานคร ระหว่างห้วงการประชุมประจำปี IMF-World Bank 2026 โดยทีมนักเศรษฐศาสตร์ของ IMF เปิดเผยประมาณการตัวเลขเศรษฐกิจไทยปรับเพิ่มขึ้นจากครั้งก่อนหน้า พร้อมฉายภาพความท้าทายรอบด้านที่กำลังกดดันการฟื้นตัวของภูมิภาค

จับตา 4 ตัวเลขเศรษฐกิจไทย

รายงาน WEO ระบุว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจของไทยกำลังเผชิญแรงหน่วงจากปัจจัยทั้งในและต่างประเทศ ส่งผลให้ตัวเลขสำคัญปรับเปลี่ยน ดังนี้

การเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ปี 2026 คาดว่าจะขยายตัว 2.1% ชะลอตัวลงจาก 2.4% ในปี 2025 และมีแนวโน้มทรงตัวในระดับต่ำต่อเนื่องที่ 2.1% ในปี 2027

อย่างไรก็ตาม การประมาณครั้งนี้เป็นการปรับเพิ่มขึ้น จากเดือน เม.ย. ที่คาดว่าจะขยายตัว 1.5% และเดือน ก.ค. ที่ 1.9%

สำหรับอัตราเงินเฟ้อ คาดว่าจะดีดตัวขึ้นมาแตะ 2.1% ในปี 2026 จากระดับ -0.1% ในปีก่อนหน้า ก่อนจะทยอยชะลอลงสู่ 1.7% ในปี 2027

ส่วนดุลบัญชีเดินสะพัด ตัวเลขการค้าและบริการสุทธิของประเทศส่งสัญญาณน่ากังวล โดยคาดว่าจะพลิกกลับมาติดลบ -1.2% ของ GDP ในปี 2026 จากที่เคยเกินดุล 3.0% ในปี 2025 ก่อนจะฟื้นกลับมาเกินดุล 1.4% ในปี 2027

ด้านตลาดแรงงานยังคงแข็งแกร่ง โดยอัตราว่างงานทรงตัวในระดับต่ำมากที่ 1.0% ตลอดช่วงปี 2025 ถึง 2027

อานิสงส์บูม AI ตัวช่วยพยุงส่งออก

แม้เศรษฐกิจโลกจะเผชิญภาวะโตไม่ทั่วถึง แต่ไทยในฐานะสมาชิกกลุ่มประเทศ ASEAN-5 ยังได้รับอานิสงส์ทางอ้อมผ่านห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยี โดยเฉพาะกระแสการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI Hardware) จากผู้ผลิตชั้นนำในเอเชียอย่างเกาหลีใต้และไต้หวัน ซึ่งเข้ามาช่วยหนุนภาคการผลิตและการส่งออกของไทยได้บางส่วน

IMF ชี้เศรษฐกิจโลกสองขั้ว แนะ 2 ยาแรงคุมหนี้-เงินเฟ้อ

ซิลวานา เทนเรย์โร ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและที่ปรึกษาทางการเงินของ IMF ระบุว่า ภาพรวมเศรษฐกิจโลกจะขยายตัว 3.1% ในปี 2026 และ 3.4% ในปี 2027 โดยภาพรวมถูกขับเคลื่อนด้วยสองแรงปะทะหลัก คือ ปัจจัยลบด้านราคาพลังงานที่พุ่งขึ้นจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ สวนทางกับปัจจัยบวกจากเม็ดเงินลงทุนในเทคโนโลยี AI

พร้อมกันนี้ IMF ได้ส่งสัญญาณเชิงนโยบายชัดเจนถึงรัฐบาลและธนาคารกลางทั่วโลก โดยระบุว่านโยบายการคลังต้องรัดเข็มขัด รัฐบาลจำเป็นต้องเร่งลดยอดขาดดุลงบประมาณและสกัดหนี้สาธารณะ โดยยกเลิกการแจกเงินแบบหว่านแห และจำกัดมาตรการอุดหนุนค่าครองชีพให้เป็นแบบเฉพาะกลุ่มเปราะบางและมีกรอบเวลาชัดเจนเท่านั้น

ส่วนนโยบายการเงินต้องตรึงดอกเบี้ย ธนาคารกลางต้องรักษาความเป็นอิสระในการดำเนินนโยบาย และคงอัตราดอกเบี้ยในระดับที่เข้มงวดเพียงพอ เพื่อสกัดไม่ให้ราคาสินค้าแพงลุกลามจนคุมไม่อยู่ในระยะยาว

ความคิดเห็น