ประชาชน 3 คน เสียชีวิตจากการโจมตีสนามบินซาอุดีอาระเบีย ขณะที่การสู้รบระหว่างกลุ่มฮูตีที่อิหร่านหนุนหลัง กับกองทัพเยเมนที่ซาอุดีสนับสนุนเข้มข้นทุกขณะ
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานถ้อยแถลงจากสำนักงานการบินพลเรือนซาอุดีอาระเบีย เมื่อวันพุธ (7 ต.ค.) ว่า ประชาชน 1 คนเสียชีวิตและอีก 8 คนบาดเจ็บจากการโจมตีสนามบินนานาชาติคิงคาลิดในกรุงริยาด อีก 2 คนเสียชีวิตและ 28 คนบาดเจ็บ จากการโจมตีสนามบินอาบา เหตุเกิดในวันอังคาร (6 ต.ค.) และวันพุธ สำนักงานการบินพลเรือนไม่ได้ระบุว่าเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นวันไหน
กองกำลังผสมนำโดยซาอุดีอาระเบียที่กำลังต่อสู้กับกลุ่มฮูตี ออกแถลงการณ์เมื่อกลางดึกวันพุธประกาศเอาคืน และว่ากองกำลังของตนได้โจมตีฐานทัพฮูตีกว่า 80 แห่ง ทั่วเขตซาดา โฮเดดาห์ เญาว์ฟ และมาริบ
ในวันพุธฮูตีโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางการบินหลายแห่ง หนึ่งในนั้นคือโจมตีสนามบินซาอุดีอาระเบีย ด้านกระทรวงคมนาคมเยเมนแถลงว่า ก่อนหน้านั้นในวันพุธฮูตีใช้ขีปนาวุธและโดรนบรรทุกระเบิดโจมตีสนามบินนานาชาติในเมืองเอเดน
ขีปนาวุธลูกหนึ่งตกใกล้กับรันเวย์ เพียงไม่กี่นาทีก่อนที่เที่ยวบินจากกรุงไคโรจะลงจอด สนามบินดังกล่าวถือเป็นประตูหลักสำหรับการเดินทางระหว่างประเทศของเยเมนในพื้นที่ที่กลุ่มฮูตีไม่ได้ควบคุม
ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา การสู้รบในเยเมนเน้นพื้นที่รอบช่องแคบบับเอลมันเดบ เส้นทางเดินเรือที่ทวีความสำคัญสำหรับการส่งออกพลังงาน หลังช่องแคบฮอร์มุซใช้การได้จำกัดจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน
สัปดาห์นี้กองกำลังรัฐบาลเยเมนซึ่งได้รับการสนับสนุนทางอากาศจากกองกำลังพันธมิตรที่นำโดยซาอุดีอาระเบีย ได้เปิดฉากปฏิบัติการโต้กลับเพื่อยึดคืนพื้นที่ยุทธศาสตร์ใกล้ช่องแคบและบริเวณรอบเมืองโมคา (Mocha) ซึ่งกลุ่มฮูตีเคยยึดครองไปเมื่อเดือนกันยายน แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่าพวกเขาจะสามารถรักษาพื้นที่ที่รุกคืบเข้าไปได้หรือไม่
การสู้รบซึ่งขยายวงมาจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐ-อิหร่าน ได้ปลุกสงครามอันซับซ้อนที่ยืดเยื้อมานานถึง 12 ปีในเยเมนให้ปะทุขึ้นอีกครั้ง สงครามดังกล่าวได้ก่อให้เกิดวิกฤตด้านมนุษยธรรมครั้งเลวร้ายที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และทำให้ประเทศที่ยากจนที่สุดในโลกอาหรับแห่งนี้ต้องแตกแยกเป็นเสี่ยงๆ ทั้งนี้ องค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (IOM) เปิดเผยเมื่อวันพุธว่า จำนวนผู้พลัดถิ่นนับตั้งแต่การสู้รบระลอกล่าสุดเริ่มต้นขึ้น ได้เพิ่มสูงขึ้นเป็นกว่า 200,000 คนแล้ว