คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangกรุงเทพฯ · เปลี่ยน

หุ้นไทยเช้านี้ร่วง 8.31 จุด โฟลว์ต่างชาติไหลกลับตลาดสหรัฐฯ โบรกแนะเก็งกำไรหุ้น Laggard 07 ต.ค. 2569

ที่มา: bangkokbiznews.com

หุ้นไทยภาคเช้าร่วง 8.31 จุด ตามแรงกดดันตลาดภูมิภาค หลัง Fund Flow ต่างชาติไหลกลับตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ทำจุดสูงสุดใหม่ ขายสุทธิหุ้นไทยต่อเนื่อง 11 วันเกือบ 4 หมื่นล้าน โบรกแนะเก็งกำไรหุ้น Laggard และกลุ่ม High Season

- ตลาดหุ้นไทยภาคเช้าปรับตัวลดลง 8.31 จุด (0.53%) มาอยู่ที่ระดับ 1,573.91 จุด

- ปัจจัยหลักเกิดจากกระแสเงินทุนต่างชาติไหลกลับไปยังตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ ส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยต่อเนื่องเป็นวันที่ 11 รวมเกือบ 40,000 ล้านบาท

- โบรกเกอร์แนะกลยุทธ์การลงทุนให้เก็งกำไรในหุ้นที่ยังปรับตัวขึ้นน้อยกว่าตลาด (Laggard) เช่น PTT, SCB และ SAWAD รวมถึงหุ้นที่ได้ประโยชน์จากช่วง High Season อย่าง CPF, BH และ BCH

ความเคลื่อนไหว "หุ้นไทย" ภาคเช้า ณ วันที่ 7 ต.ค. 2569 ปรับลง 8.31 จุด หรือ 0.53% อยู่ที่ 1,573.91 จุด มูลค่าการซื้อขาย 8,891.86 ล้านบาท

ภราดร เตียรณปราโมทย์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายสายงานวิจัย บล.เอเชีย พลัส ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า คาดตลาดหุ้นไทยวันนี้จะแกว่งตัวในลักษณะทรงตัว เช่นเดียวกันตลาดในภูมิภาคที่ทรงตัวหรือย่อตัวลงเกือบทั้งหมด โดยราคาน้ำมันและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลยังเคลื่อนไหวทรงตัว ขณะที่ตลาดคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะยังไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมช่วงปลายเดือนนี้ ส่งผลให้เม็ดเงินลงทุนยังไหลกลับไปยังตลาดสหรัฐฯ เป็นหลัก ส่งผลให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ โดยแรงซื้อค่อนข้างกระจุกตัวอยู่ประมาณ 2-3 เซกเตอร์ ซึ่งอยู่ในหุ้นกลุ่มไอทีและพลังงานเป็นหลัก ซึ่งได้รับแรงหนุนจากผลประกอบการที่ออกมาดี

สำหรับตลาดหุ้นไทยยังถูกกดดันจากแรงขายของนักลงทุนต่างชาติไปยังภูมิภาค โดยขายสุทธิต่อเนื่องเป็นวันที่ 11 รวมเกือบ 40,000 ล้านบาท ขณะที่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในประเทศยังปรับตัว Underperform จากการโยกย้ายเม็ดเงินไปยังหุ้นเทคโนโลยีระดับโลกที่มีแนวโน้มการเติบโตของผลประกอบการในไตรมาส 3/2569 โดดเด่นกว่า ทำให้โฟลว์ไหลออกจากบ้านเรา ทำให้ตลาดหุ้นไทยยังขึ้นได้อย่างเนื่องจากโฟลว์จำกัด

นอกจากนี้ การอ่อนค่าของเงินบาทยังเป็นอีกปัจจัยที่กดดันกระแสเงินทุนต่างชาติให้ไหลออกกลับไปยังตลาดสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ประเมินว่าแรงขายจากต่างชาติอาจเริ่มชะลอตัวลงในระยะถัดไป

ทั้งนี้ ช่วงปลายเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติมียอดซื้อสุทธิหุ้นไทยสะสมสูงถึงประมาณ 76,000 ล้านบาท ก่อนลดลงเหลือเพียงประมาณ 16,000 ล้านบาทในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา และมีโอกาสที่ยอดซื้อสุทธิสะสมทั้งปีจะพลิกเป็นสถานะขายสุทธิ

หากพิจารณาสถิติในอดีต พบว่าในปี 2565 นักลงทุนต่างชาติเคยซื้อสุทธิหุ้นไทยราว 200,000 ล้านบาท ก่อนที่จะกลับมาขายสุทธิต่อเนื่องในช่วงหลายปีหลังจากนั้น ดังนั้น เมื่อเม็ดเงินที่เคยเข้าซื้อก่อนหน้านี้ถูกทยอยขายออกไปจนใกล้หมด จึงคาดว่าแรงเทขายในระยะต่อไปมีโอกาสเบาบางลง

ด้านกลยุทธ์การลงทุน แนะนำ Selective Buy โดยเน้นหุ้นที่ยังเห็นสัญญาณการเข้าซื้อของนักลงทุนต่างชาติ แม้ภาพรวมตลาดยังเผชิญแรงขาย ทั้งการซื้อขายโดยตรงและผ่าน NVDR

หุ้นเด่นที่แนะนำ ได้แก่ CPF, BH และ BCH ซึ่งได้รับอานิสงส์จากช่วง High Season ขณะที่กลุ่มพลังงานเน้นเก็งกำไรหุ้นที่ยังปรับตัวขึ้นน้อยกว่าตลาด หรือ Laggard โดยเลือก PTT รวมถึงหุ้นกลุ่มธนาคารและหุ้น Laggard อื่น ๆ อย่าง SCB และ SAWAD โดยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีวันนี้ที่แนวรับ 1,570 จุด และแนวต้าน 1,590 จุด

ความคิดเห็น