คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangกรุงเทพฯ · เปลี่ยน

หุ้นแม่ลูก TU-ITC ร่วง 4.51% โบรกชี้เผชิญค่าขนส่งพุ่ง กดดันกำไร Q3-Q4 25 ก.ย. 2569

ที่มา: bangkokbiznews.com

หุ้น TU-ITC ร่วง หลังต้นทุนค่าขนส่งทางเรือพุ่ง โบรกฯ มองกดดันผลประกอบการต่อเนื่องถึง Q4/2569 ขณะที่แรงขายทำกำไรและกังวลทิศทางดอกเบี้ย Fed เพิ่มแรงกดดัน แต่พื้นฐานยังแข็งแกร่ง ชูสถานะการเงินและปันผลดี

- หุ้น TU และ ITC ปรับตัวลดลง โดย TU ร่วง 4.51% และ ITC ลดลง 0.60% โดยมีสาเหตุหลักจากต้นทุนค่าขนส่งทางเรือและต้นทุนสินค้าที่สูงขึ้น

- นักวิเคราะห์มองว่ากลุ่มส่งออกอาหารอย่าง TU และ ITC มีความเปราะบางต่อค่าขนส่งที่สูงขึ้นมากกว่ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์

- คาดการณ์ว่าปัญหาค่าขนส่งที่อยู่ในระดับสูงจะยังคงกดดันผลประกอบการของทั้งสองบริษัทต่อเนื่องไปตลอดไตรมาส 3 และไตรมาส 4 ปี 2569

- ปัจจัยกดดันเพิ่มเติมมาจากแรงขายทำกำไรหลังเงินบาทอ่อนค่า และความกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

- อย่างไรก็ตาม ในด้านปัจจัยพื้นฐาน โบรกเกอร์ยังคงแนะนำ "ซื้อ" เนื่องจากทั้งสองบริษัทมีสถานะการเงินแข็งแกร่งและจ่ายเงินปันผลดี

ความเคลื่อนไหว"ตลาดหุ้นไทย"ภาคเช้า ณ วันที่ 25 ก.ย.2569 หุ้น TU หรือ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ร่วง 4.51% ลดลง 0.60 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 12.70 บาท ขณะที่ หุ้น ITC หรือ บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วง 0.60% ลดลง 0.10 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 16.60 บาท

กรรณ์ หทัยศรัทธา, IAA, CFA หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุน สายงานวิจัย (ลูกค้ารายย่อย) บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า การปรับตัวลดลงของราคาหุ้น TU และ ITC มีปัจจัยกดดันหลักจากต้นทุนค่าขนส่งทางเรือและต้นทุนสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้น แม้จะเป็นช่วง High Season ของธุรกิจเดินเรือ แต่ผู้ส่งออกยังต้องแบกรับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ กลุ่มหุ้นส่งออกอาหารมีความเปราะบางต่อค่าขนส่งมากกว่ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ เนื่องจากกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ยังมีปัจจัยหนุนจาก Supply Chain ของ AI ซึ่งช่วยให้สามารถปรับราคาขึ้นได้บางส่วน รวมถึงมีแรงซื้อที่แข็งแกร่งกว่า

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยจากเงินบาทและอัตราดอกเบี้ยเข้ามากดดัน โดยเริ่มเห็นแรงขายแบบ Sell on Fact หลังจากเงินบาทอ่อนค่ามาระยะหนึ่ง ขณะที่ตลาดมีความกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก ส่งผลให้ราคาหุ้นถูกกดดันเพิ่มเติม

สำหรับแนวโน้มในระยะถัดไป ปัญหาค่าขนส่งที่อยู่ในระดับสูงยังมีโอกาสส่งผลกระทบต่อเนื่องตลอดไตรมาส 3/2569 และไตรมาส 4/2569 โดยมองว่าตลาดยังรับรู้ผลกระทบเชิงลบต่อผลการดำเนินงานไปไม่หมด

อย่างไรก็ตาม ในด้านปัจจัยพื้นฐาน ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อ TU และ ITC โดยแนะนำ “ซื้อ” เนื่องจากทั้งสองบริษัทมีการจ่ายเงินปันผลที่ดี และมีสถานะทางการเงินแข็งแกร่งในลักษณะเงินสดสุทธิ (Net Cash)

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน นักลงทุนที่กังวลเกี่ยวกับแรงกดดันจากต้นทุนค่าขนส่ง อาจชะลอการลงทุนและติดตามผลประกอบการไตรมาส 3 และไตรมาส 4 ก่อนพิจารณาการลงทุนต่อไป

ความคิดเห็น