คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangกรุงเทพฯ · เปลี่ยน

เห็นน้ำท่วมแค่ครึ่งล้อ อย่าเพิ่งมั่นใจว่าไปได้ เช็กระดับน้ำที่รถลุยได้ แบบไหนต้องเลี้ยวกลับ

ที่มา: ไทยรัฐอ่านแล้ว: 28

ฝนตกหนักจนถนนกลายเป็นทางน้ำ หลายคนมองระดับน้ำเทียบกับล้อรถแล้วตัดสินใจลุย แต่ความลึกที่มองเห็นเป็นเพียงปัจจัยหนึ่ง กระแสน้ำ หลุมที่ซ่อนอยู่ และข้อจำกัดของรถแต่ละรุ่น ล้วนทำให้เส้นทางที่ดูตื้นกลายเป็นอันตรายได้

เวลาขับรถเจอถนนน้ำท่วม คำถามแรกมักเป็น "น้ำสูงแค่นี้ รถเราผ่านไหวไหม" คำตอบคือ ไม่มีระดับน้ำเดียวที่ใช้ได้กับรถทุกคัน รถเก๋ง รถเอสยูวี รถกระบะ และรถไฟฟ้า มีข้อจำกัดต่างกัน แม้รถรุ่นเดียวกันก็ต้องดูสภาพถนนและการไหลของน้ำประกอบด้วย

อย่างไรก็ตามแท้จริงแล้วหากน้ำสูงประมาณ 15 เซนติเมตร อาจถึงใต้ท้องรถยนต์นั่งทั่วไป ทำให้รถเสียการควบคุมหรือดับได้ ขณะที่น้ำไหลแรงสูงราว 30 เซนติเมตร สามารถพัดรถยนต์จำนวนมากออกจากถนนได้ ตัวเลขนี้จึงเป็นระดับ ความเสี่ยง ไม่ใช่ระดับที่รับรองว่าขับผ่านได้อย่างปลอดภัย

เทียบระดับน้ำแบบไหนที่รถจะผ่านไปได้

1. น้ำขังตื้น เห็นพื้นถนนและขอบทางชัด คนขับควรชะลอรถและระวังหลุม หากไม่รู้ความลึกตลอดช่วงทาง ควรใช้เส้นทางอื่นๆ

2. น้ำลึกประมาณ 15 ซม. หรือเริ่มถึงใต้ท้องรถเก๋ง ไม่ควรเสี่ยงลุย เพราะจะทำให้รถเสียการควบคุม และเครื่องยนต์สามารถดับกลางทาง โดยเฉพาะเมื่อน้ำไหลแรง หรือไหลวน

3 .น้ำใกล้พื้นห้องโดยสารหรือระดับที่คู่มือรถกำหนด ห้ามฝืนขับผ่าน ระดับที่คลื่นจากรถสวนซัดขึ้นมาอาจสูงกว่าที่ประเมิน

4. น้ำลึกประมาณ 30 ซม. และมีน้ำไหลแรง ก่อต่อเป็นคลื่น เราควรกลับรถหรือหาเส้นทางอื่น เพราะน้ำที่ไหลแรงระดับนี้อาจพัดรถยนต์ไปได้

5. น้ำมาเพียบมองไม่เห็นพื้นถนน น้ำไหลแรง หรือมีแผงกั้น ไม่ต้องรอวัดความลึกนะ ให้ใช้คำว่า "ห้ามขับเข้าไป"

รถกระบะและ SUV ลุยน้ำได้ลึกกว่าจริงไหม

รถบางรุ่นมีค่าความสามารถในการลุยน้ำที่ผู้ผลิตระบุไว้ เช่น Toyota Hilux Travo ลุยน้ำสูงสุด 70 เซนติเมตร โดยมี Ground Clearance อยู่ที่ 21.5 เซนติเมตร

ขณะที่ Ford Ranger และ Everest บางรุ่นในไทย ระบุสูงสุด 800 มิลลิเมตร โดยฟอร์ดกำหนดให้ขับด้วยความเร็วไม่เกิน 7 กม./ชม. และตรวจสอบความลึกกับสภาพพื้นที่ก่อน

อย่างไรก็ตาม 70–80 เซนติเมตร เป็นสเปกรถเฉพาะรุ่น ไม่ใช่ระดับน้ำท่วมที่ควรขับฝ่า โดยเฉพาะถ้าน้ำไหลแรง มองไม่เห็นพื้นถนน หรือไม่รู้ว่ามีหลุมอยู่ข้างใต้ เจ้าของรถควรตรวจคู่มือของรุ่นและปีรถที่ใช้อยู่ก่อนเสมอ และหากประเมินเส้นทางไม่ได้ ให้กลับรถหาทางอื่น

ถ้าจำเป็นต้องผ่านน้ำขัง ควรทำอย่างไร

ก่อนขับเข้าไป ต้องมองเห็นแนวถนนและมั่นใจว่าระดับน้ำตลอดช่วงทางอยู่ภายในข้อกำหนดของรถ หากประเมินไม่ได้ ให้หาทางเลี่ยง ระหว่างผ่านน้ำตื้นที่ตรวจสอบแล้ว ให้ขับช้าอย่างสม่ำเสมอ เว้นระยะจากคันหน้า และระวังคลื่นน้ำจากรถสวนที่อาจซัดสูงกว่าระดับน้ำเดิม ที่สำคัญไม่ควรหยุดรถกลางน้ำ

หากรถดับกลางน้ำ อย่าพยายามสตาร์ตซ้ำ ให้ประเมินความปลอดภัยของคนในรถก่อน แล้วติดต่อความช่วยเหลือและให้ช่างตรวจรถ เพราะน้ำอาจเข้าสู่ระบบต่าง ๆ ของรถได้

ความคิดเห็น