คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangกรุงเทพฯ · เปลี่ยน

EEC Never Stops กางแผนปี 80 ลุยโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะรับเทคเปลี่ยนโลก 13 ต.ค. 2569

ที่มา: bangkokbiznews.com

สกพอ. เผยแผนภาพรวม EEC ระยะ 5 ปี (เริ่มปี 2571) มุ่งยกระดับโครงสร้างพื้นฐานสู่อนาคตปี 2580 เน้นระบบน้ำ-ไฟฟ้าอัจฉริยะรับ Data Center และไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน พร้อมจี้รัฐผ่อนคลายกฎเพิ่มความคล่องตัว

- EEC วางแผนระยะยาวถึงปี 2580 โดยจะเปลี่ยนทิศทางการพัฒนาจากการเน้นคมนาคมขนส่ง ไปสู่การสร้างโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ

- มุ่งเน้นการพัฒนาระบบน้ำ ไฟฟ้าอัจฉริยะ และการจัดการสิ่งแวดล้อม เพื่อรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมไฮเทคและศูนย์ข้อมูล (Data Center)

- เรียกร้องให้ภาครัฐปลดล็อกกฎระเบียบและลดขั้นตอนที่ล่าช้า เพื่อเพิ่มความคล่องตัวและสร้างแรงดึงดูดการลงทุนจากทั่วโลก

การขับเคลื่อนเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) สู่ความยั่งยืน ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่โครงการคมนาคมขนาดใหญ่ แต่คือการวางรากฐานระบบสาธารณูปโภคอัจฉริยะที่ยืดหยุ่นและเท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีระดับโลก เพื่อเปลี่ยนผ่านประเทศไทยสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจอนาคตอย่างแท้จริง

ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) กล่าวในเวทีเสวนาเรื่อง EEC Never Stops : Infrastructure ต่อยอด ต่อเนื่อง เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ว่า การพัฒนาพื้นที่ ปัจจุบันแผนโครงสร้างพื้นฐาน EEC ดำเนินการคืบหน้าแล้วกว่า 50% ของเป้าหมายปี 2556–2570 ผ่านโครงการประตูเศรษฐกิจสำคัญ ทั้งท่าเรือแหลมฉบัง Phase 3, ท่าเรือมาบตาพุด Phase 3, สนามบินอู่ตะเภา และรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน

อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ปี 2571 ไปจนถึงปี 2580 EEC จะยกระดับจากการเน้นคมนาคมขนส่ง มุ่งสู่การพัฒนา “ระบบน้ำ ไฟฟ้าอัจฉริยะ และการจัดการสิ่งแวดล้อม” เป็นหลัก เพื่อรองรับอุตสาหกรรมไฮเทคและศูนย์ข้อมูล (Data Center) ที่กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

- อุปสงค์จริงไม่น่ากังวล ย้ำ “ไฟฟ้า-น้ำ” คือหัวใจ

ต่อข้อกังวลเรื่องความต้องการใช้พลังงานและน้ำของ Data Center ดร.จุฬา วิเคราะห์ว่า ปริมาณความต้องการที่ดูสูงในปัจจุบันเกิดจากพฤติกรรม “ขอเผื่อเลือก” (Overbooking) ของผู้ใช้บริการที่ยื่นขอหลายแห่งพร้อมกัน เมื่อคัดกรองผู้ที่มีความพร้อมจริง ตัวเลขจะลดลงอยู่ในระดับที่ระบบสาธารณูปโภคบริหารจัดการได้

ทั้งนี้ ไฟฟ้าและน้ำประปายังคงเป็นรากฐานสำคัญ หากระบบขัดข้องจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในวงกว้าง ดังนั้น การเตรียมความพร้อมด้านพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานระยะยาวจึงเป็นโจทย์เร่งด่วนที่สุดในการดึงดูดการลงทุนดิจิทัล

- รถไฟความเร็วสูง กลไกผสานเมือง ขยายความเจริญสู่ภูมิภาค

ในมิติการเดินทางและการพัฒนาเมือง โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่การขนส่ง แต่เป็นยุทธศาสตร์การกระจายความเจริญที่ผสานพื้นที่ กทม. และอู่ตะเภาให้เป็นเนื้อเดียวกัน เหมือนความสัมพันธ์ระหว่าง กทม. กับนนทบุรี โดยการจัดขบวนรถวิ่งตรงและจอดตามสถานีสำคัญ เช่น ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และพัทยา จะช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของเมืองบริวารควบคู่กันไป

- จี้ภาครัฐคลายล็อกกฎหมาย เพิ่มความ “เซ็กซี่” และคล่องตัวดึงดูดทุนโลก

ดร.จุฬา สะท้อนข้อจำกัดเชิงโครงสร้างว่า อุปสรรคสำคัญของการพัฒนาในปัจจุบันคือความล่าช้าใน กระบวนการทำงานของภาครัฐที่ไม่ทันต่อความต้องการของนักลงทุนยุคใหม่

ลดขั้นตอนและกฎระเบียบ: รัฐต้องผ่อนคลายข้อบังคับที่เข้มงวดเกินไป เพื่อเปิดทางให้นวัตกรรมและการบริหารจัดการมีประสิทธิภาพ

ดึงเอกชนร่วมต่อยอด: เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามาร่วมลงทุนบนโครงสร้างพื้นฐานเดิมที่มีอยู่

สร้างจุดขายดึงดูด: ปรับเปลี่ยนกลไกการทำงานให้มีความ “เซ็กซี่” น่าดึงดูดความสนใจจากนักลงทุนสากลได้อย่างทันท่วงที

ทัศนะของเลขาธิการ สกพอ. ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ก้าวต่อไปของ EEC ไม่ใช่เพียงการสร้างโครงสร้างทางกายภาพ แต่เป็นการปรับเปลี่ยนเชิงยุทธศาสตร์ที่ต้องสมดุลระหว่างนวัตกรรมเทคโนโลยี ความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม และความรวดเร็วในการบริหารจัดการ หากภาครัฐสามารถปลดล็อกกฎระเบียบและเพิ่มความคล่องตัวได้จริง EEC จะกลายเป็นเค้กชิ้นใหญ่ที่เนื้อหอมที่สุดในภูมิภาคอาเซียนสำหรับนักลงทุนทั่วโลก

ความคิดเห็น