‘ดีอี’ กาง 4 มาตรการสกัดพนันออนไลน์ ดึงใช้ AI ไล่ปิดเว็บ-ลดการเข้าถึง เผยปีงบ 69 บล็อค URL แล้วเฉียดล้านรายการ เดินหน้าสกัดพนันออนไลน์ กาง 4 มาตรการเชิงรุก ดึงประชาชน-แพลตฟอร์มร่วมเฝ้าระวัง พร้อมใช้ AI ไล่ตรวจเว็บผิดกฎหมาย เผยปีงบประมาณ 2569 ศาลมีคำสั่งปิดกั้น URL พนันแล้ว 945,075 รายการ
- กระทรวงดีอีประกาศ 4 มาตรการหลักแก้ปัญหาพนันออนไลน์ โดยเน้นการเปิดให้ประชาชนแจ้งเบาะแส, ตั้งคณะทำงานวิเคราะห์ข้อมูล, ประสานงานกับ Search Engine เพื่อลดการค้นเจอ และร่วมมือกับหน่วยงานอื่นเพื่อสร้างความตระหนักรู้
- รมว.ดีอี ระบุว่าได้นำ AI มาใช้ในมาตรการเชิงรุกเพื่อตรวจสอบและค้นหาเว็บไซต์พนันออนไลน์ ควบคู่ไปกับการรับข้อมูลจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อเสนอศาลสั่งปิดกั้น
- จากความร่วมมือและมาตรการดังกล่าว ในปีงบประมาณ 2569 สามารถดำเนินการปิดกั้น URL ที่เกี่ยวข้องกับการพนันออนไลน์ไปแล้วรวมกว่า 945,075 รายการ
วันที่ 5 ตุลาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วย นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดีอี ร่วมหารือกับ มูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน (มรพ.) เครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนัน เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพเยาวชน และมูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัว ในประเด็นแนวทางการแก้ไขปัญหาพนันออนไลน์ โดยมี นายธนากร คมกฤษ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน พร้อมด้วยเครือข่ายภาคประชาชนและเยาวชนเข้าร่วม
การหารือดังกล่าว เครือข่ายต่อต้านการพนันได้นำเสนอและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาพนันออนไลน์ โดยเฉพาะการลดการเข้าถึงเว็บไซต์พนัน ตลอดจนการป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับเด็ก เยาวชน และประชาชน ขณะที่กระทรวงดีอีพร้อมนำข้อเสนอดังกล่าวมาประกอบการกำหนดแนวทางดำเนินงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
กระทรวงดีอีได้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาพนันออนไลน์ และรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งในการบูรณาการทำงานร่วมกับภาคประชาสังคม และเครือข่ายการต่อต้านการพนัน
นอกจากนี้ ยังมุ่งเน้นการเปิดพื้นที่ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการแจ้งข้อมูลและเบาะแส ประสบการณ์ที่พบเห็นเกี่ยวกับการพนันออนไลน์ เพื่อรวบรวมเป็นข้อมูลสำหรับการเฝ้าระวังและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
สำหรับแนวทางดำเนินงานร่วมกับเครือข่ายภาคประชาสังคม ประกอบด้วย 4 ด้านสำคัญ ได้แก่
1. กระทรวงดีอี พร้อมเปิดพื้นที่ให้ประชาชน เยาวชน มีส่วนร่วม โดยจัดให้มีกลไกหรือช่องทางที่ประชาชนทุกเพศ ทุกวัย สามารถแจ้งข้อมูล เบาะแส หรือประสบการณ์ที่พบเห็นเกี่ยวกับการพนันออนไลน์ เพื่อให้ภาครัฐสามารถนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ในการเฝ้าระวังและป้องกันปัญหาได้อย่างรวดเร็ว
2. จัดตั้งคณะทำงานเพื่อรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล นำข้อมูลและประสบการณ์ที่ได้รับแจ้งจากประชาชนมาประมวลผลและประสานความร่วมมือกับแพลตฟอร์มดิจิทัลต่าง ๆ อาทิ TikTok Meta เพื่อจัดทำเป็นข้อมูลสำหรับการเฝ้าระวัง และส่งต่อให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป
3. ประสานความร่วมมือกับแพลตฟอร์ม Search Engine เพื่อดำเนินมาตรการเชิงรุกในการลดการเข้าถึงเว็บไซต์หรือข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการพนันออนไลน์ ผ่านช่องทางการค้นหาบนแพลตฟอร์มดิจิทัล
4. บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานด้านความมั่นคง เพื่อสร้างความตระหนักรู้และส่งเสริมทักษะการรู้เท่าทันภัยพนันออนไลน์ โดยเฉพาะในกลุ่มเด็ก เยาวชน และนักศึกษา ตลอดจนสร้างความปลอดภัยในการใช้สื่อสังคมออนไลน์
ที่ผ่านมา กระทรวงดีอี มีมาตรการระงับการแพร่หลายข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ผิดกฎหมาย รวมถึงแพลตฟอร์มที่เกี่ยวข้องกับพนันออนไลน์ โดยอาศัยข้อมูลจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ควบคู่กับมาตรการเชิงรุกของกระทรวงฯ ที่นำเทคโนโลยี AI มาใช้ในการตรวจสอบและค้นหาเว็บไซต์พนัน รวมถึงเปิดช่องทางให้ประชาชนแจ้งเบาะแส
โดยในปีงบประมาณ 2569 (ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 – กันยายน 2569) มีคำสั่งศาลเพื่อปิดกั้น URL ที่เกี่ยวข้องกับการพนันออนไลน์แล้วรวม 835,207 รายการ แบ่งเป็นข้อมูลจากมาตรการเชิงรุกของกระทรวงดีอี จำนวน 749,546 รายการ และข้อมูลจากตร. จำนวน 85,661 รายการ พร้อมกันนี้ กระทรวงดีอีได้ประสานความร่วมมือกับแพลตฟอร์มดิจิทัลต่าง ๆ ปิดกั้นจำนวน 109,868 รายการ รวมการปิดกั้น URL ที่เกี่ยวข้องกับพนันออนไลน์ทั้งหมดเป็นจำนวน 945,075 รายการ
ทั้งนี้ การแก้ไขปัญหาพนันออนไลน์ รวมทั้ง URL ที่ผิดกฎหมายต่าง ๆ ไม่สามารถดำเนินการโดยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งได้ แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะประชาชนซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการแจ้งข้อมูลและเบาะแส
ขณะที่ภาครัฐจะนำข้อมูลดังกล่าวมาพัฒนาเป็นระบบเฝ้าระวัง และประสานความร่วมมือกับแพลตฟอร์มและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การป้องกันและแก้ไขปัญหาพนันออนไลน์เป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ