คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangกรุงเทพฯ · เปลี่ยน

ด่วน! ศาล รธน. วินิจฉัยแล้ว บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ แต่แนะ กกต. เลิกใช้รอบหน้า

ที่มา: The Thaigerอ่านแล้ว: 4

ด่วน! ศาล รธน. วินิจฉัยแล้ว บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ แต่แนะ กกต. เลิกใช้รอบหน้า

ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัยคดีบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง สส. ชี้ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ รับในทางเทคนิคบัตรปาร์ตี้ลิสต์สืบย้อนได้แต่ทำจริงยาก แนะ กกต. รอบหน้าเลิกใช้สัญลักษณ์ที่โยงถึงตัวบุคคล

ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 ว่าการใช้บาร์โค้ด (Barcode) และคิวอาร์โค้ด (QR Code) บนบัตรเลือกตั้ง สส. เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ไม่มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ แต่เสนอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกแบบบัตรครั้งต่อไปโดยไม่ใช้เครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ที่เชื่อมโยงถึงตัวผู้ใช้สิทธิและผลการลงคะแนน

คดีเริ่มจากคืนวันเลือกตั้ง สส. 8 กุมภาพันธ์ 2569 ระหว่างนับคะแนน ภาพข่าวหลายสำนักเผยให้เห็นแถบบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ และคิวอาร์โค้ดบนบัตรแบบแบ่งเขต ซึ่งไม่เคยปรากฏในการเลือกตั้งครั้งก่อน ๆ

ประชาชนร้องเรียนไปยังผู้ตรวจการแผ่นดินรวม 21 คำร้อง ผู้ร้องเห็นว่ารหัสบนบัตรอาจสืบย้อนได้ว่าใครลงคะแนนให้ใคร ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยลับ และขัดรัฐธรรมนูญหลายมาตรา ได้แก่ มาตรา 4, 25, 32, 34, 50 (7), 83 วรรคสอง, 85, 95 และ 224

ผู้ตรวจการแผ่นดินมีมติเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 ให้ส่งเรื่องถึงศาลรัฐธรรมนูญตามมาตรา 213 ของรัฐธรรมนูญ ศาลมีมติ 6 ต่อ 3 รับคำร้องไว้พิจารณาเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2569 ในคดีเรื่องพิจารณาที่ ต.30/2569

ศาลไต่สวนพยาน 5 ปาก ได้แก่ นิตรีญา รัตนทัศนีย์ นักวิชาการคอมพิวเตอร์ชำนาญการ สำนักงาน กกต., วรพงศ์ อนันต์เจริญกิจ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการเลือกตั้ง สำนักงาน กกต., ภาคภูมิ ภูอุดม กรรมการบริษัท ที.เค.เอส. เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน), กัญญาณัฐ พิกุลทอง กรรมการบริษัท จันวาณิชย์ ซีเคียวริตี้ พริ้นท์ติ้ง จำกัด และแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. ยังสาธิตวิธีจัดเก็บบัตรเลือกตั้งต่อศาลด้วย

องค์คณะตุลาการออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยเมื่อเวลา 14.02 น. ก่อนอ่านคำวินิจฉัย อุดม สิทธิวิรัชธรรม ประธานศาลรัฐธรรมนูญ แจ้งว่าศาลยกคำร้องของพลภาขุน เศรษฐญาบดี ที่คัดค้านไม่ให้ตุลาการ 2 คน คือ สราวุธ ทรงศิวิไล และ พล.ต.ท.จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช ร่วมพิจารณาคดี ศาลเห็นว่าไม่เป็นเหตุคัดค้าน และผู้ยื่นไม่ใช่คู่กรณีที่ยกข้อคัดค้านได้

ในประเด็นบัตรแบบแบ่งเขต ศาลเห็นว่าคิวอาร์โค้ดเข้ารหัสไว้เพียงหมายเลขเล่มบัตร หนึ่งเล่มครอบคลุมผู้มาใช้สิทธิ 20 คน การระบุตัวบุคคลจะเกิดได้เฉพาะกรณีทั้ง 20 คนเลือกผู้สมัครคนเดียวกัน ซึ่งเป็นไปได้น้อยมาก ศาลจึงสรุปว่าคิวอาร์โค้ดบนบัตรแบ่งเขตสืบย้อนถึงตัวผู้ลงคะแนนไม่ได้

บัตรแบบบัญชีรายชื่อต่างออกไป ศาลรับว่าบาร์โค้ดด้านล่างบัตรไม่ได้เข้ารหัส สแกนแล้วได้หมายเลขตรงกับต้นขั้วทันที ต้นขั้วมีลำดับที่และลายมือชื่อผู้มาใช้สิทธิ ซึ่งโยงต่อไปยังบัญชีรายชื่อที่มีเลขประจำตัวประชาชนและที่อยู่ หากนำเอกสาร 3 ส่วนนี้มาจับคู่กัน ย่อมรู้ได้ว่าใครลงคะแนนให้พรรคใด

แม้สืบย้อนได้ในทางเทคนิค ศาลเห็นว่าการรวบรวมบัตร ต้นขั้ว และบัญชีรายชื่อมาจับคู่กันทำได้ยาก ช่วงที่เอกสารอยู่กับกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ประชาชน และผู้สังเกตการณ์จากพรรคการเมืองอยู่ด้วย และ กปน. ต้องส่งเอกสารต่อทันที เมื่อถึงมือ กกต. ประจำเขต เอกสารถูกรัดด้วยสายเคเบิลไทร์ และบัญชีรายชื่อต้องส่งให้นายทะเบียนภายใน 3 วัน

ศาลระบุว่าบุคคลภายนอกสแกนบาร์โค้ดระหว่างนับคะแนนได้ แต่จะระบุตัวผู้ใช้สิทธิได้ทางเดียวคือต้องร่วมมือกับ กปน., กกต. ประจำเขต หรือผู้อำนวยการสำนักงาน กกต. ประจำจังหวัด ซึ่งเป็นความผิดตามกฎหมาย ข้อกล่าวอ้างของผู้ร้องในส่วนนี้จึงฟังไม่ขึ้น

ศาลยังวางหลักว่ารัฐธรรมนูญมาตรา 83 วรรคสอง และมาตรา 85 วรรคหนึ่ง หมายถึงการเลือกตั้งโดยลับแบบมีเงื่อนไข (Qualified Secret) ไม่ใช่ความลับแบบบริบูรณ์ (Absolute Secret) บัตรมีรหัสตรวจสอบได้ เพื่อใช้สืบสวนการทุจริตหรือตรวจสอบบัตรตามคำสั่งขององค์กรที่มีอำนาจ

ศาลเห็นว่าบาร์โค้ดมีไว้ป้องกันบัตรปลอม ควบคุมจำนวนบัตร ป้องกันการใช้บัตรข้ามเขต และควบคุมการจัดพิมพ์ในเวลาจำกัด ไม่ได้มุ่งเปิดเผยว่าใครเลือกพรรคใด แม้มีวิธีอื่นอย่างลายน้ำหรือเครื่องหมายพิเศษ ศาลเห็นว่าบาร์โค้ดไม่ถือเป็นมาตรการที่เกินสมควรแก่เหตุ

ศาลระบุว่าการไต่สวนไม่พบพยานหลักฐานว่าบุคคลหรือหน่วยงานใดนำบัตรไปเชื่อมโยงจนรู้ว่าประชาชนคนใดลงคะแนนให้ใคร จึงวินิจฉัยว่าบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดไม่มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญมาตรา 50 (7), มาตรา 83 วรรคสอง และมาตรา 85 วรรคหนึ่ง และไม่ละเมิดสิทธิเสรีภาพของผู้ร้องเรียนและผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

ท้ายคำวินิจฉัย ศาลระบุว่าข้อเท็จจริงในคดีสะท้อนผลกระทบต่อความไว้วางใจของประชาชนต่อการจัดการเลือกตั้ง ผู้ถูกร้องทั้ง 3 จึงควรกำหนดรูปแบบบัตรที่ป้องกันการปลอมแปลงและทุจริต โดยไม่ใช้เครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ใดที่เชื่อมโยงข้อมูล ระบุตัวผู้ใช้สิทธิ หรือผลการออกเสียงลงคะแนน และควรวางมาตรการจัดเก็บบัตรให้รัดกุมเข้มงวดขึ้น

- เริ่มแล้ว ศาลรัฐธรรมนูญ ลงมติคดีบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ก่อนอ่านคำวินิจฉัยบ่าย 2

- ผู้ตรวจการแผ่นดิน ยื่นศาล รธน. วินิจฉัยปม “บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด” บัตรเลือกตั้ง ส่อละเมิดสิทธิเสรีภาพปชช.

- สรุปให้เห็นภาพชัดๆ ทำไม “บาร์โค้ดตรงกับต้นขั้ว” ถึงอันตราย?

พัฒนาการของเหตุการณ์: 12 รายงาน

ความคิดเห็น