ดราม่าสนั่น ส.ส.ญี่ปุ่น ลั่นเด็กบ้านจนถึงไปเป็นทหาร จุดคำถามเกณฑ์ทหารด้วยความจน
ส.ส.ฝ่ายค้านญี่ปุ่นพูดกลางสภา เด็กจากครอบครัวยากจนคือคนที่ไปสมัครกองกำลังป้องกันตนเอง จนถูกวิจารณ์หนักและต้องถอนคำพูด แต่ประโยคเดียวนี้จุดคำถามใหญ่กว่าเดิมว่าญี่ปุ่นกำลังมีการเกณฑ์ทหารด้วยความจนหรือไม่
เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในสังคมญี่ปุ่น หลัง นางโคงะ ชิคาเงะ ส.ส.สภาสูงจากพรรคประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ (ฝ่ายค้าน) ซึ่งอดีตเคยเป็นครู อภิปรายในที่ประชุมกรรมาธิการว่า เด็กจากครอบครัวยากจนจะเลือกเข้ากองกำลังป้องกันตนเอง (SDF) ส่วนเด็กที่มีฐานะจะไม่เข้า โดยอ้างประสบการณ์ที่เคยเห็นความยากลำบากของลูกศิษย์
คำพูดดังกล่าวถูกมองเป็นการลดทอนศักดิ์ศรีของกำลังพล ชี้นำว่ากองทัพเป็นทางเลือกสุดท้ายของคนไร้ทางไป ส่งผลให้ นายโคอิซูมิ ชินจิโร รัฐมนตรีกลาโหม รวมถึงครอบครัวกำลังพลและนักการเมืองท้องถิ่น ออกมาคัดค้านอย่างหนักว่าเป็นการสร้างอคติต่อวิชาชีพ แม้สุดท้ายนางโคงะจะยอมถอนคำพูดและขอโทษ ส่วนพรรคต้นสังกัดได้ออกหนังสือตักเตือน แต่ประเด็นนี้ยังคงถูกถกเถียงในวงกว้าง โดยแบ่งเป็นสองมุมมอง
ฝ่ายคัดค้าน ชี้ว่าข้ออ้างเรื่องความยากจนดันคนเข้ากองทัพไม่เป็นความจริง เพราะปัจจุบันญี่ปุ่นประสบภาวะขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก ตลาดแรงงานแย่งตัวผู้จบการศึกษาใหม่ คนหนุ่มสาวจึงมีทางเลือกอาชีพหลากหลาย ไม่ได้ถูกความจนบีบบังคับ
ฝ่ายเห็นด้วย มองว่าประเด็น “Poverty Draft” (การเกณฑ์ทหารด้วยความยากจน) หรือความเหลื่อมล้ำที่ส่งผลต่อการเข้ากองทัพ เป็นโจทย์ที่หลายประเทศเผชิญจริง และยิ่งสำคัญเมื่อญี่ปุ่นกำลังขยายงบกลาโหมครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง
ชนวนเหตุที่ประโยคนี้กลายเป็นดีเบตระดับชาติ มาจาก วิกฤตกำลังพลขาดแคลนหนัก ของกองกำลังป้องกันตนเอง ซึ่งใช้ระบบสมัครใจทั้งหมด (เป้าหมายรวมราว 247,000 นาย) มีข้อมูลสถิติน่ากังวลดังนี้
การรับสมัครปีงบประมาณ 2566: ตั้งเป้าไว้ 19,598 นาย แต่รับได้จริงเพียง 9,959 นาย (คิดเป็น 51% ต่ำที่สุดเท่าที่เคยบันทึกไว้)
สายประทวนแบบมีกำหนดเวลา: รับได้เพียง 3,221 นายจากเป้า 10,628 นาย (ราว 30%)
สายนายสิบ: รับได้ 4,969 นายจากเป้า 7,230 นาย (คิดเป็น 69%)
โครงสร้างประชากร: ประชากรกลุ่มอายุ 18–26 ปี หดตัวลงถึง 40% ในรอบ 30 ปี (ลดลงจาก 17.4 ล้านคนในปี 2537 เหลือเพียง 10.2 ล้านคนในปี 2567)
อัตราว่างงานในกองทัพ: ณ เดือนมีนาคม 2568 มีตำแหน่งที่ยังไม่มีคนบรรจุตกค้างอยู่สูงถึง 29,453 อัตรา
การถอนคำพูดของ ส.ส. จึงเป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่โจทย์ใหญ่ที่แท้จริงของรัฐบาลญี่ปุ่นคือ ในวันที่ประชากรวัยแรงงานลดลงเรื่อยๆ ประเทศจะสรรหากำลังพลมาเสริมความมั่นคงจากที่ใด และด้วยเงื่อนไขอย่างไร
- เปิดวาร์ป อดีตเลขาฯ สส.ญี่ปุ่น ผันตัวเป็นนางเอก AV ตอนวัย 42 เผยเหตุทิ้งงานการเมือง
- พ่อแม่จีนฮิตส่งลูกเข้า ค่ายลำบาก สัมผัสชีวิตชาวนา ปลูกฝังให้เห็นคุณค่าครอบครัว
- ญี่ปุ่นอ่วม! พายุฝนถล่มหนัก น้ำท่วม-ดินถล่ม เร่งอพยพ 1.8 แสนชีวิตหนีภัย