คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangกรุงเทพฯ · เปลี่ยน

ดัน ‘ยะลาโมเดล’ เมืองนวัตกรรมการศึกษา ‘ศักดิ์สิน’ ชี้นวัตกรรมปั้นเด็กคิด–สร้างได้ตั้งแต่ ป.1

ที่มา: มติชน

ศธ.ดัน ยะลาโมเดลเมืองนวัตกรรมการศึกษา ‘ศักดิ์สิน’ ชี้นวัตกรรมปั้นเด็กคิด–สร้างได้ตั้งแต่ ป.1ดันทั้งเมืองเป็นห้องเรียน ใช้ GPAS 5 Steps สร้างเด็กคิดเป็น–สร้างนวัตกรรม

เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ที่จังหวัดยะลา นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานผ่านระบบออนไลน์เปิดโครงการ “พลิกโฉมห้องเรียน Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps ผสานพลังสื่อดิจิทัลและการเรียนรู้ยุคใหม่เพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียน” โดยสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ(พว.)ร่วมกับเครือข่ายโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี ผู้บริหารสถานศึกษา ครู เข้าร่วมกว่า 200 คน

นายอัครนันท์ กล่าวว่า จังหวัดยะลามีต้นทุนสำคัญด้านการพัฒนาการศึกษา โดยได้รับการยกให้เป็น “พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา” ตั้งแต่ปี 2562 และในปี 2567 เทศบาลนครยะลาได้รับการรับรองเป็นสมาชิกเครือข่ายเมืองแห่งการเรียนรู้ของยูเนสโก จึงมีทั้งประสบการณ์และศักยภาพที่จะต่อยอดไปสู่ “ยะลา เมืองนวัตกรรมทางการศึกษา”โดยห้องเรียนนวัตกรรม เปิดโอกาสให้เด็กได้คิด ลงมือทำ และสร้างผลงานด้วยตนเอง สู่ โรงเรียนนวัตกรรม ขยายองค์ความรู้จากโรงเรียนนำร่องไปยังทุกโรงเรียน รวมถึงโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม และระดับสุดท้ายคือ “เมืองทั้งเมืองเป็นห้องเรียน” เชื่อมโรงเรียน ท้องถิ่น มหาวิทยาลัย ภาคเอกชน ผู้นำศาสนา และชุมชนเข้ามาร่วมจัดการเรียนรู้

“Active Learning GPAS 5 Steps จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ทำให้แนวคิดดังกล่าวเกิดขึ้นจริง โดยนำโจทย์และทุนของพื้นที่มาเป็นฐานการเรียนรู้ เช่น ความหลากหลายทางชีวภาพในผืนป่าฮาลา-บาลา การจัดการน้ำของเขื่อนบางลาง ตลอดจนภูมิปัญญาและภาษาท้องถิ่น ให้เด็กเก็บข้อมูล คิดวิเคราะห์ ออกแบบวิธีแก้ปัญหา ลงมือสร้างผลงาน และใช้สื่อดิจิทัลนำเสนอสู่สาธารณะ ดังนั้นเด็กยะลาจะไม่ได้เป็นเพียงผู้เรียนรู้นวัตกรรม แต่จะเป็น ผู้สร้างนวัตกรรมให้กับบ้านเกิดของตนเอง” นายอัครนันท์ กล่าวและว่า ทั้งนี้ กระทรวงศึกษาธิการมองว่าโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามมีจุดแข็งจากการผสานวิชาศาสนา วิชาสามัญ ภาษา และอัตลักษณ์ท้องถิ่น หากนำ Active Learning และ GPAS 5 Steps เข้ามาเสริม จะสามารถพัฒนาเป็น “ยะลาโมเดล” และขยายผลสู่จังหวัดชายแดนภาคใต้และพื้นที่อื่นของประเทศได้

นายวีรพัฒน์ บุณฑริก รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา กล่าวว่า Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps เป็นแนวทางสำคัญในการยกระดับคุณภาพการเรียนการสอน โดยเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้รวบรวมข้อมูล คิด วิเคราะห์ ลงมือปฏิบัติ และสรุปองค์ความรู้ด้วยตนเอง ซึ่งจะช่วยพัฒนาทั้งคุณภาพการเรียนรู้ IQ และ EQ ของเด็ก ทั้งนี้ จังหวัดยะลาเป็นหนึ่งในพื้นที่นำร่อง “พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา” ที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2562 จึงมองว่าการนำ GPAS 5 Steps มาใช้จะสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาการศึกษาของจังหวัดยะลา และสามารถต่อยอดการจัดการศึกษาในพื้นที่นวัตกรรมได้อย่างเป็นรูปธรรม

นายอามีน กะดะแซ ผู้อำนวยการสำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัดยะลา กล่าวว่า จังหวัดยะลาเป็นหนึ่งในพื้นที่นำร่องนวัตกรรมโรงเรียนในสังกัด สช. ซึ่งการนำกระบวนการ Active Learning และ GPAS 5 Steps เข้ามาเสริม จะช่วยให้โรงเรียน นำแนวทางไปใช้จัดการเรียนรู้ในห้องเรียนได้จริง ซึ่งหัวใจสำคัญอยู่ที่การทำให้ ครูเข้าใจวิธีจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning อย่างแท้จริง เพราะการเปลี่ยนแปลงคุณภาพการศึกษาต้องเริ่มจาก “ห้องเรียน” หากครูยังสอนด้วยวิธีเดิม ห้องเรียนไม่เปลี่ยน คุณภาพการศึกษาก็ยากที่จะเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย แต่หากครูสามารถปรับการสอนเป็นการเรียนรู้เชิงรุก เปิดโอกาสให้นักเรียน คิดและลงมือทำด้วยตนเอง จะทำให้ห้องเรียนเกิดการเปลี่ยนแปลง และนำไปสู่การยกระดับคุณภาพการศึกษาของเด็กในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม

ดร.มูหัมมะริดวาน เล๊ะนุ๊ นายกสมาคมโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดยะลา กล่าวว่า การอบรมครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้บริหารและครูโรงเรียนเอกชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะจังหวัดยะลา ที่จะได้เรียนรู้แนวทางการจัดการศึกษาใหม่ ๆ และปรับตัวให้ทันกับเทคโนโลยีและความเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน สิ่งสำคัญคือ เมื่อครูผ่านการอบรมแล้วจะสามารถนำความรู้กลับไป ปรับรูปแบบการเรียนการสอนในห้องเรียนให้ทันสมัยและเน้นผู้เรียนมากขึ้น เพื่อให้เกิดประโยชน์กับนักเรียนสูงสุด และช่วยยกระดับคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม สามารถจัดการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับ บริบท วัฒนธรรม และวิถีของศาสนาอิสลามในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งกระแสตอบรับจากการอบรมครั้งนี้ พบว่าผู้บริหารและครูในจังหวัดยะลาให้ความสนใจและตอบรับเป็นอย่างดี พร้อมขอบคุณ สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) ที่ให้ความสำคัญ ลงพื้นที่ให้ความรู้และสนับสนุนด้านวิชาการแก่โรงเรียนเอกชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งจะเป็นอีกแรงสำคัญในการขับเคลื่อนและพัฒนาคุณภาพการศึกษาของจังหวัดยะลาให้ดีขึ้นต่อไป

ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ ประธานกรรมการบริหาร พว.กล่าวว่า จากการลงพื้นที่จัดกิจกรรมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ พบว่าผู้บริหารและครูโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามให้ความสนใจกับการพัฒนาการเรียนรู้อย่างมาก ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญ เพราะพื้นที่ภาคใต้มีทรัพยากรและต้นทุนทางเศรษฐกิจสูง ทั้งเกษตรกรรม ยางพารา ประมง พืชและอาหาร หากเด็กเข้าถึงนวัตกรรมและสามารถนำทรัพยากรในท้องถิ่นมาต่อยอดสร้างมูลค่า จะช่วยยกระดับเศรษฐกิจและสร้างความมั่นคงให้พื้นที่ได้ โดยมี การศึกษาเป็นรากฐานสำคัญ

“พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ไม่ควรเป็นเพียงการกำหนดพื้นที่หรือมีนวัตกรรมไว้แสดงผลงาน แต่ต้องทำให้นักเรียนทุกคนเข้าถึงกระบวนการสร้างนวัตกรรมได้จริง ตั้งแต่ระดับประถมศึกษาปีที่1 ทั้งเด็กหญิงและเด็กชาย โดยหัวใจอยู่ที่การ เปลี่ยนกระบวนการเรียนรู้จากการให้เด็กนั่งฟัง มาเป็นการเปิดพื้นที่ให้เด็กคิด ลงมือปฏิบัติ และสร้างสรรค์ด้วยตัวเอง”ดร.ศักดิ์สิน กล่าวและว่า ทั้งนี้ จากประสบการณ์การทำงานพบว่า เมื่อเปิดโอกาสให้เด็กได้คิด ครูจำนวนมากประหลาดใจ เพราะเด็กสามารถคิดได้ไกลและสร้างแนวคิดที่ผู้ใหญ่คาดไม่ถึง สะท้อนว่าเด็กมีศักยภาพอยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมาอาจไม่ได้รับโอกาสให้ใช้ความคิดอย่างเต็มที่ ดังนั้น การสร้างนวัตกรต้องเริ่มตั้งแต่วัยเยาว์ ไม่ใช่สอนความรู้เพื่อรอให้เด็กนำไปใช้เมื่อโตขึ้น แต่ต้องให้เด็กนำความรู้มาใช้และสร้างความรู้ใหม่ได้ตั้งแต่วันนี้ เมื่อฝึกอย่างต่อเนื่อง กระบวนการคิดและสร้างนวัตกรรมจะตกผลึกเป็นนิสัยและเป็นตัวตนของเด็ก ก่อนพัฒนาไปสู่การเป็นนวัตกรที่มีความเชี่ยวชาญมากขึ้นในอนาคต และ จังหวัดยะลาสามารถเป็นโมเดลต้นแบบการขับเคลื่อน Active Learning และการสร้างนวัตกรรมจากตัวผู้เรียน ให้เด็ก “เรียนรู้จริง–ปฏิบัติจริง–คิดสร้างสรรค์จริง” และหากขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง จะสามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงของผู้เรียนในระยะเวลาไม่นาน

ความคิดเห็น