ปัจจุบัน อย. เดินหน้าอนุมัติและผลักดันนวัตกรรมสุขภาพขึ้นบัญชีนวัตกรรมไทยแล้วหลายร้อยรายการ โดยเน้นกลุ่ม AI ทางการแพทย์ หุ่นยนต์ช่วยดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยฟื้นฟู
- บทบาทของ อย.ปรับตัวเชิงรุกออกไปจับมือทำงานร่วมกับนักวิจัยและผู้ประกอบการ ผลักดันนวัตกรรมและเศรษฐกิจสุขภาพของประเทศให้เติบโตเทียบเท่านานาชาติ
- หัวใจสำคัญคือการสร้างความเชื่อมั่นระดับสากล (Global Trust) โดยเน้นขยายกลุ่มเป้าหมายไปยังชาวต่างชาติและดึงดูดแหล่งทุนระดับโลก
- อย.ในปัจจุบันไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่การควบคุมกำกับดูแลเท่านั้น แต่ยังมุ่งเน้นการเป็นผู้สนับสนุนและอำนวยความสะดวกให้กับทุกภาคส่วนในระบบนิเวศทางสุขภาพ
การเปลี่ยนแปลงของเทรนด์สุขภาพทั่วโลกกำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว แนวทางการดูแลสุขภาพแบบการชะลอวัย (Longevity) และการส่งเสริมสุขภาวะ (Wellness) ถูกนำมาพัฒนาเป็นนวัตกรรมผลิตภัณฑ์สุขภาพ ทั้งในรูปแบบยา อาหาร เครื่องสำอาง และเครื่องมือแพทย์ ซึ่งความสำเร็จในเชิงพาณิชย์ของอุตสาหกรรมนี้ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความแปลกใหม่ของผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว แต่ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานขององค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ความปลอดภัย และระบบกำกับดูแลที่เอื้อต่อการเติบโตทางธุรกิจ
เพื่อตอบรับโอกาสทางเศรษฐกิจ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จึงเตรียมจัดงาน ThaiFDA International Health, Wellness and Longevity Innovation Forum 2026 หรือ ThaiFDA WELLNEXT 2026 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23-25 ต.ค. 2569 ณ พารากอน ฮอลล์ สยามพารากอน ภายใต้แนวคิดหลัก “From Thai Innovation to Global Trust” เพื่อสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมสุขภาพ (Health Innovation Ecosystem) ที่เชื่อมโยงภาครัฐ ภาคเอกชน นักวิจัย นักลงทุน และผู้บริโภคเข้าด้วยกันอย่างครบวงจร
อย. จับมือ 'สยามไบโอไซเอนซ์–ดอยคำ' สร้างความมั่นคงทางยา เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรไทย
'อินโนบิก' เครือปตท. รีแบรนด์โฟกัสธุรกิจยา มุ่งเป้ากลุ่มโรคNCDs
แพลตฟอร์มจับคู่ธุรกิจดันนวัตกรรมสู่เชิงพาณิชย์
ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่างาน THAI FDA Wellness 2026 จัดขึ้นเพื่อตอบโจทย์บทบาทของ อย. ในยุคปัจจุบันปรับตัวเชิงรุกออกไปจับมือทำงานร่วมกับนักวิจัยและผู้ประกอบการ เพื่อร่วมกันผลักดันนวัตกรรมและขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาพของประเทศให้เติบโตเทียบเท่านานาชาติ โดยประชาชนทั่วไปสามารถเข้าชมนิทรรศการและเลือกซื้อ ผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีคุณภาพจากบูธผู้ประกอบการและหน่วยงานต่างๆ กว่า 100 บูธ เพื่อนำไปใช้ตอบโจทย์ชีวิตประจำวัน
ส่วนทางด้านนิสิตนักศึกษาก็จะได้เข้ามาศึกษานวัตกรรมและงานวิจัยใหม่ ๆ เพื่อมองหาแนวทางในการประกอบอาชีพในอนาคต ขณะที่นักวิจัยจะได้เข้ามาดูแนวโน้มผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำไปขึ้นทะเบียนและต่อยอดขายได้จริงในเชิงพาณิชย์ เพื่อไม่ให้งานวิจัยต้องอยู่บนหิ้ง สำหรับผู้ประกอบการจะได้นำผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐานรับรองมาจัดแสดงโชว์เคสและจำหน่ายสินค้า และในส่วนของนักลงทุน ทาง อย. จะทำหน้าที่ช่วยจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) เพื่อสร้างโอกาสทางการค้า โดยอาศัยความน่าเชื่อถือของการรับรองมาตรฐานจาก อย. ที่ได้รับการยอมรับทั้งในและต่างประเทศ
ดันนวัตกรรม AI ขึ้นบัญชีนวัตกรรมไทย
ภญ.สุภัทรา ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า ปัจจุบัน อย. ได้เดินหน้าอนุมัติและผลักดันนวัตกรรมสุขภาพขึ้นบัญชีนวัตกรรมไทยแล้วหลายร้อยรายการ โดยเน้นกลุ่ม AI ทางการแพทย์ หุ่นยนต์ช่วยดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยฟื้นฟู รวมถึงอาหารนวัตกรรมอย่างอาหารจากพืช อาหารทางการแพทย์ ตลอดจนยาสมุนไพร เซลล์บำบัด และวัคซีน ซึ่งปัจจุบัน AI ทางการแพทย์ถือเป็นนวัตกรรมหลักที่กำลังเร่งผลักดัน
สำหรับนโยบายปี 2570 อย. ปรับบทบาทจากการเป็นเพียงผู้อนุมัติอนุญาต มาเป็นผู้สนับสนุนเศรษฐกิจ โดยเข้าร่วมมือกับนักวิจัยตั้งแต่เริ่มวิจัยเพื่อลดขั้นตอนอนุมัติให้รวดเร็วขึ้น พร้อมช่วยจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) เพื่อส่งเสริมให้ผลิตภัณฑ์สุขภาพของไทยขายได้จริงและได้รับการยอมรับในระดับสากล
Wellness พาไทยก้าวข้ามดักรายได้ปานกลาง
ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ประธานกรรมการมูลนิธิสถาบันการสร้างชาติ ขึ้นกล่าวว่า บริบทด้านสุขภาพของโลกได้เปลี่ยนผ่านจากการรักษาพยาบาลเมื่อยามเจ็บป่วยไปสู่การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ซึ่งประเทศไทยมีศักยภาพและความพร้อมสูงในการก้าวขึ้นเป็นเมืองหลวงด้าน Wellness ของโลก
มูลนิธิสถาบันการสร้างชาติ ได้ผลักดันแนวคิด “สุขสภาวะ” หรือ Wellness ในประเทศไทยมานานกว่า 40 ปี ผ่านการศึกษาวิจัยและสร้างแบบจำลองทางเศรษฐศาสตร์ ซึ่งชี้ให้เห็นว่ากลุ่มอุตสาหกรรม Wellness เป็นกลไกสำคัญที่จะนำพาประเทศไทยก้าวข้ามดักรายได้ปานกลางไปสู่ประเทศรายได้สูง พร้อมทั้งลดปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ โดยที่ผ่านมา สถาบันการสร้างชาติได้ร่วมมือกับเครือข่ายนักวิจัยระดับโลกและสถาบันชั้นนำ เพื่อขับเคลื่อนงานวิจัยด้านการมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ (Longevity) การจัดทำวารสารวิชาการ รวมถึงการสร้างดัชนีชี้วัดและการรับรองมาตรฐานองค์กร Wellness
“Golden Zone” ไทยติด 1 ใน 10 โลก
นอกจากนี้ สถาบันฯ ยังได้นำเสนอแนวคิด “Golden Zone” ซึ่งอธิบายด้วยสมการ 3 ส่วนประกอบสำคัญ ได้แก่ การมีอายุที่ยืนยาว (Longevity) ร่วมกับการมีสุขภาพดีที่สามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติ ไม่เป็นผู้ป่วยติดเตียง (Healthiness) และการมีความสุขในการดำรงชีวิต (Happiness) ซึ่งจากการประเมินและจัดอันดับดัชนีความพร้อมระดับสากล พบว่าประเทศไทยติด 1 ใน 10 ของโลกมาโดยตลอด
ดึงทุนระดับโลกสร้าง Global Trust
ทั้งนี้การจัดงาน Well Next Summit 2026 ในรูปแบบสุมรุมภูมิปัญญา (Smorgasbord) เป็นกลยุทธ์สำคัญในการผลักดันประเทศไทยสู่เวทีสุขภาพระดับโลก โดยบูรณาการ 3 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ Exhibition Expo (จัดแสดงนวัตกรรมและสินค้า), Policy Conference (กำหนดทิศทางนโยบาย) และ Academic Research Conference (ประชุมวิชาการ) ซึ่งขยายขอบเขตจากมิติการแพทย์และเภสัชกรรม ไปสู่การเชื่อมโยงด้านการตลาดและเศรษฐศาสตร์ เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ไทยสามารถทำการค้าและเจาะตลาดโลกได้จริง
“หัวใจสำคัญคือการสร้างความเชื่อมั่นระดับสากล (Global Trust) โดยเน้นขยายกลุ่มเป้าหมายไปยังชาวต่างชาติและดึงดูดแหล่งทุนระดับโลก เช่น Venture Capital, Angel Investors และสถาบันการเงินสากล เข้ามาร่วมลงทุน แม้มี อย. เป็นแกนหลักในการขับเคลื่อน แต่การวางตำแหน่งงานให้เป็นเวทีนานาชาติ จะช่วยยกระดับศักยภาพด้านสุขภาพของไทยให้กลายเป็นความได้เปรียบทางการแข่งขันในระดับโลกได้อย่างยั่งยืน”
เชื่อมผลิตภัณฑ์สู่งานบริการสุขภาพครบวงจร
ด้าน นพ.พิเชษฐ พืดขุนทด รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า ปัจจุบัน อย. ได้จับมือร่วมกับกรมต่างๆ ในกระทรวงสาธารณสุข เพื่อเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์สุขภาพไปสู่งานบริการที่ได้มาตรฐาน ทั้งในส่วนของโรงพยาบาลภาครัฐ เอกชน รวมถึงธุรกิจบริการสุขภาพ เช่น สปา และการนวดเพื่อสุขภาพ ผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในความดูแลของ อย. มีความใกล้ชิดกับวิถีชีวิตของผู้คน ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกาย เครื่องสำอาง คอนแทคเลนส์ ยารักษาโรค อาหาร อาหารเสริม ไปจนถึงนวัตกรรมเครื่องมือแพทย์และเทคโนโลยี AI ที่เข้ามามีบทบาทในอุปกรณ์ดูแลสุขภาพต่างๆ
ดันผลิตภัณฑ์สุขภาพไทยไปต่างประเทศ
อย. ตั้งเป้าที่จะเป็นศูนย์กลางในการผลักดันและชูนวัตกรรมผลิตภัณฑ์สุขภาพไทย ให้สามารถเติบโตและขยายตัวได้ทั้งในและต่างประเทศ ผ่านการสร้างแพลตฟอร์มในโลกความเป็นจริงเพื่อเป็นพื้นที่เชื่อมโยงระหว่างผู้ประกอบการ นักลงทุน นักวิจัย นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ให้ได้เข้ามาเรียนรู้และต่อยอดร่วมกัน สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณประโยชน์สูง เปลี่ยน “ขุมทรัพย์ในดิน สินในน้ำ” ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์และบริการนวัตกรรมที่มีมูลค่าสูง เปิดโอกาสให้นักลงทุนขยายขอบเขตการลงทุนไปยังตลาดต่างประเทศได้อย่างยั่งยืน
“อย. ในปัจจุบันไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่การควบคุมกำกับดูแลเท่านั้น แต่ยังมุ่งเน้นการเป็นผู้สนับสนุนและอำนวยความสะดวกให้กับทุกภาคส่วนในระบบนิเวศทางสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการ นักวิจัย หรือนักเรียนนักศึกษา โดยการเปิดบ้าน อย. จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่มองเห็นโอกาสในอาชีพและธุรกิจ นวัตกรรมในอนาคต พร้อมทั้งช่วยให้ผู้ประกอบการที่ดำเนินงานอย่างถูกต้องสามารถนำสินค้าเข้าสู่ตลาดได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งการทำให้ถูกต้องถือเป็นทางรอดที่สำคัญที่สุด อันจะนำไปสู่การเพิ่มผลิตภาพและมูลค่าการส่งออกของประเทศ”นพ.พิเชษฐ กล่าว