คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangกรุงเทพฯ · เปลี่ยน

ดำเนินคดี รปภ.ไร้ใบอนุญาต ทำร้ายไรเดอร์แม่เลี้ยงเดี่ยวต่อหน้าลูก–ชักปืนขู่ เอาผิดถึงบริษัท

ที่มา: มติชนอ่านแล้ว: 3

ผบ.ตร.สั่ง ผบช.น. ดำเนินคดี รปภ. ต่อยแม่ไรเดอร์ต่อหน้าลูก–ชักปืนขู่พบไร้ใบอนุญาต เอาผิดถึงบริษัท

เมื่อวันที่ 14 กันยายน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จากกรณีคลิปข่าวทางบนโซเชียลเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย มีลักษณะเมา ต่อยไรเดอร์ที่เป็นผู้หญิง ต่อหน้าลูก ก่อนชักปืนขู่ซ้ำ ไรเดอร์แม่เลี้ยงเดี่ยว ขี่มอเตอร์ไซค์รับส่งอาหาร พาลูกมาวิ่งงานด้วย แต่กลับต้องมาเจอ รปภ. ชนแล้วกร่าง ทำร้ายร่างกาย โดยเหตุเกิดที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งนั้น

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.เปิดเผยว่า ตนสั่งให้ พล.ต.ท. สยาม บุญสม ผบช.น.เร่งตรวจสอบสถานภาพของผู้กระทำผิด เกี่ยวกับการได้รับอนุญาตเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยหรือไม่ และบริษัทซึ่งเป็นนายจ้างได้ดำเนินการขึ้นทะเบียนขออนุญาตปฏิบัติตาม พรบ.ธุรกิจรักษาความปลอดภัยอย่างไรหรือไม่ เพื่อให้การปฏิบัติตามกฏหมายเป็นเยี่ยงอย่างกับบริษัทและตัวพนักงานที่ทำงานเรื่องธุรกิจรักษาความปลอดภัย

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ เปิดเผยต่อว่า ล่าสุดได้รับการรายงานของ ผบช.น. กรณีนี้พบ รปภ.นายสมศักดิ์ (สงวนนามสกุล) ได้กระทำความผิดพื้นที่ สน.บางชัน โดยนายสมศักดิ์ สังกัดบริษัทรักษาความปลอดภัยแห่งหนึ่ง โดย บ.รปภ.ได้รับอนุญาต กท 2650041 29 มีนาคม 2569 หมดอายุ 28 มีนาคม 2573

จากการตรวจสอบไม่พบว่าบุคคลที่ก่อเหตุมีใบอนุญาต รปภ.อันเป็นความผิดตาม ม.63 พรบ.รปภ.มีอัตราโทษ จำคุกไม่เกิน 3 เดือนปรับไม่เกิน 5,000 บาท ตรวจสอบพบว่า บริษัทดังกล่าว เป็นบริษัทที่มีใบอนุญาตและส่งบุคคลดังกล่าวไปทำหน้าที่เป็น รปภ.อันเป็นความผิดและมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท

โดยทาง บช.น. ในฐานะนายทะเบียน ตักเตือนเป็นหนังสือตักเตือนบริษัทในความผิดดังกล่าวเป็นครั้งที่ 1 และหากพบว่าบริษัทฯ กระทำความผิดในลักษณะเดียวกัน 4 ครั้งใน 1 ปี กรณีนี้นายทะเบียนสามารถเพิกถอนใบอนุญาตบริษัทได้กรณีดังกล่าว นี้ บช.น.ได้สั่งการให้ พงส.สน.บางชัน ดำเนินคดีในข้อหาที่เข้าข่ายผิดกฏกหมายให้ครบถ้วน

ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนได้รับคดีดังกล่าวเป็นคดีอาญาที่ 843/2569 ฐานความผิด ทำร้ายร่างกาย ผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจและทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัวหรือตกใจโดยการขู่เข็ญฯ โดยได้สอบปากคำผู้เสียหาย และได้ส่งตัวผู้เสียหายไปตรวจชันสูตรบาดแผลที่โรงบาลนพรัตนราชธานีไว้เป็นที่เรียบร้อย

พร้อมเรียกผู้ต้องหามารับทราบข้อหา ทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจ,ข่มขู่ทำให้ตกใจกลัวและได้นำตัวผู้ต้องหาไปศาลเพื่อยื่นคำร้องขอผัดฟ้องฝากขังต่อไป

พัฒนาการของเหตุการณ์: 4 รายงาน

ความคิดเห็น