เกิดเหตุโจรกรรมไวน์ซูเปอร์ ทัสกัน ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ที่โรงเก็บไวน์ มาร์เคซี อันติโนริ ในแคว้นทัสกานี ประเทศอิตาลี 30,000 ขวด รวมมูลค่าประมาณ 5.8 ล้านยูโร
- เกิดเหตุโจรกรรมไวน์ "ซูเปอร์ ทัสกัน" ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ที่โรงเก็บไวน์ มาร์เคซี อันติโนริ ในแคว้นทัสกานี ประเทศอิตาลี
- คนร้ายขโมยไวน์หรู 3 ชนิด ได้แก่ ติญญาเนลโล, โซลายา และ กวาโด อัล ทัสโซ ไปจำนวน 30,000 ขวด รวมมูลค่าประมาณ 5.8 ล้านยูโร
- เชื่อว่าเป็นฝีมือของแก๊งโจรมืออาชีพที่ก่อเหตุตามใบสั่ง โดยพุ่งเป้าไปที่ไวน์ระดับพรีเมียมซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดโลก
ข่าวดังที่สุดในวงการไวน์อิตาลีและทั่วโลกในช่วงสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนตุลาคม 2569 คือการโจรกรรมไวน์ครั้งใหญ่ โดยแก๊งโจรมืออาชีพบุกขโมยไวน์ระดับหรูถึง 30,000 ขวด มูลค่าคร่าว ๆ ประมาณ 5.8 ล้านยูโร จากผู้ผลิตไวน์ชื่อดังและเก่าแก่ของอิตาลี
บริษัทมาร์เคซี อันติโนริ
เหตุเกิดในคืนวันที่ 5 ตุลาคม 2569 แต่มาเปิดเผยเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569 ที่คลังเก็บไวน์ของ บริษัท มาร์เคซี อันติโนริ (Marchesi Antinori) ผู้ผลิตไวน์เก่าแก่ที่มีประวัติยาวนานกว่า 600 ปี ในคอมมูนกอร์โตนา (Cortona) เมืองอาเรซโซ (Arezzo) ในแคว้นทัสกานี (Tuscany) ประเทศอิตาลี
คนร้ายมืออาชีพ 7 คน สวมหน้ากากบุกเข้ามาคลังเก็บไวน์ แล้วจัดการปิดระบบสัญญาณเตือนภัยและกล้องวงจรปิด จากนั้นใช้รถโฟล์คลิฟต์ของบริษัท ขนลังไวน์ขึ้นรถบรรทุกขนาดใหญ่ 2 คัน แล้วหลบหนีไป กว่าพนักงานจะรู้ตัวก็เช้าวันที่ 12 ตุลาคม 2569
ไวน์ที่ถูกขโมยล้วนเป็นไวน์ยอดนิยมและราคาสูง ประกอบด้วย ติญญาเนลโล (Tignanello) โซลายา (Solaia) และ กวาโด อัล ทัสโซ (Guado al Tasso) โดยเฉพาะโซลายา วินเทจ 2023 ถูกขนไปถึง 10,000 ขวด
ไวน์ 3 รุ่นที่ถูกขโมย
เจ้าของบริษัทมาร์เคซี อันติโนริ
นายเรนโซ กอตาเรลลา (Renzo Cotarella) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเชื่อว่าเป็นฝีมือแก๊งมืออาชีพที่รู้จักไวน์ราคาแพงเป็นอย่างดี และอาจเกี่ยวข้องกับคดีขโมยไวน์อื่นๆ ในอิตาลี และเตือนผู้ซื้อทั่วโลก ให้ระวังไวน์หรูที่ถูกนำมาขายในราคาถูกผิดปกติ เพราะอาจเป็นไวน์ที่ถูกโจรกรรมมา !!
การโจรกรรมไวน์ในอิตาลี นั้นเกิดขึ้นบ่อยครั้ง และส่วนใหญ่มักเกิดกับภัตตาคารหรูระดับ 2-3 ดาวมิชแลง (Michelin) เพราะภัตตาคารพวกนี้มักจะมีไวน์แพงๆ เก่าๆ อยู่ในเซลลาร์เยอะ และคนร้ายมักจะแฝงตัวเป็นลูกค้าเข้ามารับประทานอาหารและขอเข้าไปดูไวน์ในเซลลาร์หรือห้องเก็บไวน์เพื่อดูลาดเลาต่างๆ แล้วหาช่องทางมาโจรกรรมในวันหลัง การขโมยไวน์ลักษณะนี้เป็นการทำตามใบสั่ง
ล่าสุดเมื่อเดือนก่อน คนร้ายเข้าไปขโมยไวน์บาโรโล (Barolo) ประมาณ 3,000 ขวด มูลค่าราว 400,000 ยูโร จากโรงบ่มไวน์ กอนแตร์โน ฟันติโน (Conterno Fantino) ในแคว้นเพียดมอนต์ (Piedmont) ทางเหนือของอิตาลี แต่ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าคดีดังกล่าวเกี่ยวข้องกับเหตุโจรกรรมที่มาร์เคซี อันติโนริ หรือไม่?
สื่อฝรั่งเศส
อย่างก็ตาม การโจรกรรมไวน์ ที่มีมูลค่ามากที่สุดก่อนหน้านั้น เกิดขึ้นในปี 2017 คนร้ายขโมยไวน์หายากประมาณ 2,000 ขวด คิดเป็นมูลค่าประมาณ 750,000 ยูโร จากคลังสินค้าใกล้เมืองตากอากาศเซอร์เวีย (Cervia) บริเวณชายฝั่งทะเลเอเดรียติก (Adriatic Sea) ในจังหวัดราเวนนา (Ravenna) แคว้นเอมีเลียโร มัญญา (Emilia-Romagna) ประเทศอิตาลี
กรณีที่เกิดขึ้นที่ มาร์เคซี อันติโนริ คนร้ายเลือกจำเพาะเจาะจงเลือกไวน์ทั้ง 3 ตัวดังกล่าว เพราะเป็นไวน์ที่เรียกว่า ซูเปอร์ ทัสกัน (Super Tuscan) เป็นไวน์ระดับพรีเมียมเป็นที่นิยมของคอไวน์ทั่วโลก ราคาสูงกว่าไวน์อิตาลีทั่วๆ ไป ในบ้านเราราคาระดับ 10,000 – 20,000 กว่าบาท
ซูเปอร์ ทัสกัน ความหมายคร่าวๆ คือไวน์ที่ผลิตในแคว้นทัสกานี ซึ่งไวน์ที่จะได้ดีโอซี (DOC) ต้องใช้องุ่นซานโจเวเซ (Sangiovese) เป็นหลักอย่างน้อย 70% เบลนด์เล็กน้อยด้วยพันธุ์อื่นๆ อีก 2-3 พันธุ์ที่ปลูกในพื้นที่
ต่อมามีผู้ผลิตบางรายการใช้องุ่นสายพันธุ์สายพันธุ์คลาสสิกเกินกำหนด บางรายไม่ใช้ซานโจเวเซเลย จึงถือว่าอยู่นอกกฎหมาย พวกจึงเป็นได้เพียงเกรด VdT (Vino da Tavola หรือ Table wine) เท่านั้น ต่อมามีการปรับให้เป็น ไอจีที (IGT) ในปี 1992
บริษัท มาร์เคซี อันติโนริ (Marchesi Antinori) ที่ถูกล้วงคองูเห่าในครั้งนี้ นั้นน่าจะเรียกได้ว่าเป็น “เจ้าพ่อไวน์ซูเปอร์ ทัสกัน” เพราะมีไวน์ซูเปอร์ ทัสกัน อยู่ในอาณาจักรถึง 3 ตัว คือซาสสิกายญา (Sassicaia), โซลายา (Solaia) และ ติญญาเนลโล (Tignanello) แต่ละตัวล้วนติดลมบนทั้งสิ้น
สื่อสหรัฐฯ
ติญญาเนลโล กำเนิดในปี 1970 ภายใต้ชื่อ เคียนติ กลาสสิโก ริแซร์วา วิญเญโต ติญญาเนลโล (Chianti Classico Riserva Vigneto Tignanello) ใช้องุ่นซานโจเวเซ (Sangiovese) เป็นหลัก เบลนด์ด้วยองุ่นแดงกานาโยโล (Canaiolo) 20% และองุ่นเขียวอีก 2 พันธุ์ คือ เตรบไบอาโน (Trebbiano) และมาลเวเซีย (Malvasia) 5% อีก 3 วินเทจต่อมาไม่มีการผลิต ก่อนจะกลับมาผลิตอีกครั้งในวินเทจ 1975 พร้อมกับตัดองุ่นเขียวออกทั้งหมด และใช้องุ่นฝรั่งเศสมาเป็นส่วนผสม
ช่วงแรก "ติญญาเนลโล" เป็นไวน์เกรดวิโน ดา ตาโวลา เดลเล ตอสกานา (Vino da Tavola delle Toscana) หรือ เทเบิ้ล ไวน์ ของแคว้นทัสกานี ก่อนจะได้รับการยกระดับเป็นตอสกานา ไอจีที (Toscana IGT) ตั้งแต่วินเทจ 1992 เป็นต้นมา
ติญญาเนลโล ได้ชื่อว่าเป็นไวน์ “ซูเปอร์ ทัสกัน” ฉลากแรกที่ใช้องุ่นซานโจเวเซเป็นหลักที่เกิดขึ้นในเขตเคียนติ กลาสสิโก (Chianti Classico) จนกลายเป็นต้นแบบให้ผู้ผลิตอีกหลายรายผลิตตาม รวมถึงการบ่มในถังบาร์ริก (Barrique) หรือถังโอ๊คขนาดเล็กความจุ 225 ลิตร จากเดิมที่บ่มในถังโอ๊คขนาดใหญ่ เป็นต้น
โซลายา
ขณะที่ โซลายา ซึ่งราคาแพงที่สุดในจำนวน 3 รุ่นที่ถูกโจรกรรมไป เป็นไวน์อิตาลีตัวแรกที่ได้รับการยกย่องให้เป็น World’s Number One Wine เป็นไวน์อันดับ 1 ในท็อป 100 ของนิตยสาร ไวน์ สเปกเตเตอร์ (Wine Spectator) ประจำปี 1997
"โซลายา" มีความหมายว่า ดวงอาทิตย์ที่ทอแสง (The Sunny One) เป็นชื่อไร่องุ่นขนาด 10 เฮกตาร์ อยู่ติดกับไร่ติญญาเนลโล ในเมอร์กาตาเล วัล ดิ เปซา (Mercatale Val di Pesa) เขตเคียนติ กลาสสิโก (Chianti Classico) ผลิตวินเทจแรกคือ 1978 เบลนด์จากกาแบร์กเนต์ โซวีญยอง (Cabernet Sauvignon) 80% และกาแบร์กเนต์ ฟรอง (Cabernet Franc) 20% ซึ่งเป็นส่วนผสมส่วนที่ใกล้เคียงกับไวน์ซาสซิกายาซึ่งเป็นตัวแพงที่สุด
โซลายา วินเทจ 1980 มีการเปลี่ยนแปลงสูตรใหม่ ด้วยการเพิ่มซานโจเวเซ (Sangiovese) องุ่นพื้นเมืองของทัสกานีเข้ามา 20% ลด กาแบร์กเนต์ โซวีญยอง เหลือ 75% และลดกาแบร์กเนต์ ฟรอง เหลือ 5% บ่มในถังโอ๊คฝรั่งเศสใหม่ 18 เดือน และในขวด 12 เดือน
โซลายา มีสถานะเป็น IGT นับเป็น “ซูเปอร์ ทัสกัน” ฉลากที่ 2 ที่มีส่วนผสมของซานโจเวเซ ต่อจากติญญาเนลโล
หนึ่งในสื่ออังกฤษ
ส่วน กวาโด อัล ทัสโซ (Guado al Tasso) ชื่อเสียงและคุณภาพเป็นรอง 2 ตัวแรก เป็นชื่อไร่องุ่น ที่อยู่ใกล้กับเมืองโบลเกรี (Bolgheri) เป็นไวน์แดงซูเปอร์ ทัสกัน ระดับโบลเกรี ดีโอซี ซูเปริโอเร (Bolgheri DOC Superiore) ทำจากองุ่นฝรั่งเศสล้วนๆ คือ กาแบร์เนต์ โซวีญยอง (Cabernet Sauvignon) กาแบร์กเนต์ ฟรอง (Cabernet Franc) และแมร์กโลต์ (Merlot) ไม่ใช้องุ่นอิตาลีเลย
ท้ายนี้ลองมาชิมหัวกะทิ 2 ตัวที่ถูกโจรกรรมไปดีกว่า แต่ไม่ใช่วินเทจ 2023 เพราะยังไม่มีขายในบ้านเรา
มาร์เคซิ อันติโนริ “ติญญาเนลโล” ทอสกานา ไอจีที 2022 (Marchesi Antinori “Tignanello” Toscana ITG 2022) เรียกสั้น ๆ ว่า “ติญญาเนลโล” วินเทจนี้ทำจากซานโจเวเซ 78% กาแบร์กเนต์ โซวีญยอง 18% และกาแบร์กเนต์ ฟรอง 4% บ่มโอ๊ค 14 เดือน โดย 50% บ่มโอ๊คใหม่
- สีแดงทับทิมเข้ม สดใส หอมกลิ่นผลไม้ พลัม แบล็คเชอร์รี แบล็คเบอร์รี แบล็คเคอร์แรนท์ ทับทิม มิเนอรัล บัลซามิกกรุ่นๆ กราไฟต์ ดอกไวโอเล็ต ดอกกุหลาบ สไปซีเฮิร์บ ชะเอมเทศ อบเชย วานิลลา มินต์ หนังสัตว์ ใบยาสูบ
- แอสิดสดชื่น แทนนินแน่นนุ่มเนียน จบยาวด้วยผลไม้ มิเนอรัล สไปซีเฮิร์บ และหอมหวานคล้ายสายไหม
- อาจจะยังไม่เปิดตัวเต็มที่นัก ถ้าจะดื่มดีแคนต์หรือเปิดล่วงหน้าสัก 1.30 ชั่วโมง เป็นอีก 1 วินเทจที่ต้องชิมให้ได้
- 19.75 / 20 คะแนน
มาร์เคซี อันติโนริ “โซลายา” ทอสกานา ไอจีที 2013 (Marchesi Antinori “Solaia” Toscana IGT 2013) : 2013 เป็นอีกหนึ่งวินเทจยอดเยี่ยมของโซลายา เบลนด์จากกาแบร์กเนต์ โซวีญยอง 75% ซานโจเวเซ 20% และกาแบร์กเนต์ ฟรอง 5% หมักในถังสเตนเลส และบ่ม 14 เดือนในถังโอ๊คฝรั่งเศสใหม่
- สีแดงโกเมน สดใส หอมกลิ่นผลไม้สุกหอมหวานปนแยม เช่น แบล็คเบอร์รี แบล็คเชอร์รี แบล็คเคอร์แรนท์ และพลัม ดอกไวโอเล็ต ดอกลาเวนเดอร์ บัลซามิกกรุ่นๆ ทรัฟเฟิล เอิร์ธตี ไส้ดินสอ ช็อกโกแลต ซีดาร์ สไปซีเฮิร์บ เปปเปอร์ ชะเอมเทศ ยี่หร่า มินต์ วานิลลา สโมคกี้โอ๊ค
- แอสิดสดชื่น แทนนินหนักแน่นแต่นุ่มเนียน จบยาวด้วยผลไม้สุก เอิร์ธตี้ มินต์ วานิลลา
- กำลังดื่มอร่อย ดีแคนต์หรือเปิดล่วงหน้าสัก 1.30 ชั่วโมง
- 19.5/20 คะแนน
สำหรับ ติญญาเนลโล และ โซลายา รวมทั้ง กวาโด อัล ทัสโซ วินเทจ 2023 ที่ถูกใบสั่งให้ขโมยไปนั้น มีบางคนคาดว่าอาจจะขาดตลาดในบ้านเรา หรือมีราคาอาจจะสูงขึ้น ยกเว้นว่าตำรวจอิตาลีจะจับคนร้ายได้และนำไวน์มาคืนจนครบ คอยดูกันต่อไป!