เช็กด่วน หมอเจด เตือน คลำเจอก้อนบนร่างกายตรง 4 จุดนี้ อย่าวางใจ ต้องระวังเสี่ยงเป็น “มะเร็งต่อมน้ำเหลือง” แนะ หากคลำเจอ ควรทำตามนี้
นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการกิจการด้านปฐมภูมิ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โพสต์เฟซบุ๊ก “หมอเจด” ให้ความรู้เกี่ยวกับอาการต้องระวังเสี่ยงเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ระบุว่า คลำเจอก้อน 4 จุดนี้ อย่าวางใจ! ระวังมะเร็งต่อมน้ำเหลือง!
อยู่ดี ๆ คลำเจอก้อนที่คอ บางคนกดแล้วเจ็บ บางคนไม่เจ็บเลย บางคนปล่อยไว้เป็นเดือน เพราะคิดว่า
เดี๋ยวต่อมน้ำเหลืองก็คงยุบไปเอง แต่ผมอยากเตือนเรื่องหนึ่งครับ มะเร็งต่อมน้ำเหลืองบางชนิด เริ่มจากก้อนที่ไม่เจ็บเลยก็ได้
ที่สำคัญ ก้อนไม่ได้ขึ้นแค่บริเวณคอ แต่ยังพบได้ที่รักแร้ เหนือไหปลาร้า หรือแม้แต่บริเวณขาหนีบครับ อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกก้อนจะเป็นมะเร็ง เพราะต่อมน้ำเหลืองโตจากการติดเชื้อพบได้บ่อยกว่ามาก วันนี้ผมจะพาไปรู้จักโรคนี้ พร้อมเช็ก 4 จุดที่ควรสังเกต และดูว่าเมื่อไหร่ควรไปตรวจครับ
มะเร็งต่อมน้ำเหลืองคืออะไร? ต่อมน้ำเหลืองเป็นส่วนหนึ่งของระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยกรองสิ่งแปลกปลอมและเกี่ยวข้องกับการต่อสู้เชื้อโรคในร่างกาย
ส่วนมะเร็งต่อมน้ำเหลือง (Lymphoma) เกิดจากเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดลิมโฟไซต์ เจริญเติบโตและแบ่งตัวผิดปกติ โรคนี้มีหลายชนิด ทั้งชนิดที่โตช้าและชนิดที่โตเร็ว บางรายพบก้อนโตตามต่อมน้ำเหลือง แต่บางรายเกิดโรคในอวัยวะอื่นโดยไม่มีก้อนให้คลำได้ครับ
4 จุดที่ควรสังเกตว่ามีก้อนหรือไม่
1.คอและใต้กราม จุดที่หลายคนคลำเจอเป็นครั้งแรก บริเวณนี้มีต่อมน้ำเหลืองอยู่หลายกลุ่มจึงอาจคลำพบก้อนตอนเจ็บคอ ทอนซิลอักเสบ หรือมีปัญหาฟันและเหงือก ส่วนใหญ่เกิดจากการตอบสนองต่อการติดเชื้อ
แต่ถ้าก้อนค่อย ๆ โตขึ้น ไม่ยุบ หรือไม่มีสาเหตุการอักเสบชัดเจน ก็ต้องตรวจว่าเกิดจากอะไรครับ และอย่าลืมว่า ก้อนที่คออาจเป็นไทรอยด์ ซีสต์ หรือก้อนชนิดอื่นได้เช่นกัน
2.เหนือไหปลาร้า จุดเล็ก ๆ ที่ผมอยากให้ระวัง ตำแหน่งนี้อาจไม่ใช่จุดที่หลายคนสนใจ แต่มีความสำคัญในการตรวจร่างกายครับ เพราะต่อมน้ำเหลืองโตเหนือไหปลาร้า อาจสัมพันธ์กับโรคที่ต้องตรวจเพิ่มเติม รวมถึงมะเร็งต่อมน้ำเหลือง หรือมะเร็งจากอวัยวะอื่น
ถ้าคลำเจอก้อนใหม่บริเวณนี้ ผมไม่แนะนำให้รอดูเองนาน ๆ ครับ ควรพบแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุ
3.รักแร้ ไม่ได้เกี่ยวกับมะเร็งเต้านมอย่างเดียว ก้อนบริเวณรักแร้เกิดได้หลายสาเหตุ เช่น ต่อมน้ำเหลืองโตจากแผลหรือการติดเชื้อ บริเวณแขนและผิวหนัง รวมถึงก้อนซีสต์ แต่ก้อนบางชนิดอาจเกี่ยวข้องกับโรคของเต้านมหรือมะเร็งต่อมน้ำเหลืองได้
ถ้ามีก้อนที่รักแร้ร่วมกับก้อนเต้านม หรือมีความเปลี่ยนแปลงผิดปกติของเต้านม ยิ่งควรเข้ารับการตรวจครับ
4.ขาหนีบ จุดที่หลายคนไม่คิดว่าจะเกี่ยวกับต่อมน้ำเหลือง ต่อมน้ำเหลืองบริเวณขาหนีบ อาจโตจากแผลที่ขา เท้า หรือการติดเชื้อบริเวณอวัยวะเพศได้ แต่ก้อนที่ขาหนีบไม่ได้เป็นต่อมน้ำเหลืองเสมอไป
บางคนอาจเป็นไส้เลื่อนหรือก้อนชนิดอื่น
ถ้าก้อนโตต่อเนื่อง แข็งผิดปกติ หรือมีต่อมน้ำเหลืองโตหลายตำแหน่ง ควรตรวจหาสาเหตุเพิ่มเติมครับ
ก้อนที่ไม่เจ็บ อันตรายกว่าก้อนที่เจ็บจริงไหม?
นี่เป็นเรื่องที่หลายคนเข้าใจผิดครับ เพราะก้อนจากมะเร็งต่อมน้ำเหลือง มักโตขึ้นโดยไม่ทำให้เจ็บ แต่ไม่ได้หมายความว่า ก้อนที่ไม่เจ็บทุกก้อนจะเป็นมะเร็ง หรือก้อนที่กดเจ็บจะปลอดภัยเสมอไป ผมอยากให้สังเกตหลายอย่างร่วมกันครับ
- ก้อนโตขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะก้อนที่แข็ง หรือเคลื่อนไหวได้น้อยผิดปกติ
- มีก้อนหลายตำแหน่ง เช่น คอและรักแร้ โดยไม่มีสาเหตุชัดเจน
- มีไข้โดยไม่ทราบสาเหตุ เป็น ๆ หาย ๆ หรือเป็นต่อเนื่อง
- เหงื่อออกกลางคืนมากผิดปกติ จนเสื้อผ้าหรือที่นอนเปียกชุ่ม
- น้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ โดยเฉพาะลดมากกว่า 10% ของน้ำหนักตัวใน 6 เดือน
อาการเหล่านี้ไม่ได้ยืนยันว่าเป็นมะเร็ง แต่ถ้าพบร่วมกับต่อมน้ำเหลืองโต ควรเข้ารับการตรวจครับ
ถ้าสงสัยมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ต้องตรวจอะไร แล้วรักษาได้ไหม?
หลายคนอาจคิดว่าแค่เจาะเลือด ดูเม็ดเลือดขาวก็รู้แล้วว่าเป็นมะเร็งหรือเปล่า แต่ความจริงไม่ใช่แบบนั้นครับ แพทย์จะเริ่มจากการซักประวัติ ตรวจตำแหน่งและลักษณะของก้อน อาจตรวจเลือดหรือทำอัลตราซาวนด์ รวมถึง CT scan ตามความเหมาะสม
การยืนยันมะเร็งต่อมน้ำเหลืองต้องอาศัยการตรวจชิ้นเนื้อ เพื่อดูชนิดของเซลล์และวางแผนรักษา การตรวจเลือดปกติไม่ได้ตัดโรคนี้ทิ้งครับ
ส่วนการรักษา ปัจจุบันมีหลายวิธี ทั้งเคมีบำบัด ยาภูมิคุ้มกัน ยามุ่งเป้า และรังสีรักษา ขึ้นอยู่กับชนิดและระยะโรค มะเร็งต่อมน้ำเหลืองบางชนิดมีโอกาสรักษาจนโรคสงบระยะยาวหรือหายขาดได้ ขณะที่บางชนิดอาจต้องรักษาหรือเฝ้าติดตามต่อเนื่อง
ถ้าคลำเจอก้อนขึ้นมาจริง ๆ ผมอยากให้ทำแบบนี้ครับ
- อย่าบีบหรือคลำซ้ำทั้งวัน เพราะไม่ได้ช่วยแยกว่าเป็นมะเร็งหรือไม่ และอาจทำให้บริเวณนั้นระคายเคือง
- สังเกตขนาดและระยะเวลา ดูว่าก้อนโตขึ้น ยุบลง หรือมีการติดเชื้อบริเวณใกล้เคียงหรือไม่
- ถ้าก้อนโตต่อเนื่องหรือไม่ยุบภายใน 3–4 สัปดาห์ ควรพบแพทย์เพื่อประเมิน ไม่ควรซื้อยากินเองซ้ำ ๆ
- ถ้าเป็นก้อนเหนือไหปลาร้า โตเร็ว แข็ง หรือมีอาการผิดปกติร่วม ควรตรวจเร็ว ไม่ต้องรอให้ครบ 3–4 สัปดาห์ครับ
สุดท้ายผมอยากฝากไว้ครับ เจอก้อนไม่ได้แปลว่าเป็นมะเร็ง แต่ก้อนที่ไม่เจ็บก็ไม่ได้แปลว่าปลอดภัย
เพราะต่อมน้ำเหลืองโตเกิดได้หลายสาเหตุ ตั้งแต่การติดเชื้อธรรมดาไปจนถึงโรคที่ต้องได้รับการรักษาจริงจัง
สิ่งสำคัญคืออย่าเพิ่งตกใจ แต่ก็อย่าปล่อยผ่านก้อนที่ผิดปกติ โดยเฉพาะก้อนที่โตขึ้นเรื่อย ๆ หรือมีอาการอื่นร่วมด้วย จำไว้นะครับว่า ตรวจเจอเร็ว เราก็มีโอกาสวางแผนดูแลรักษาได้อย่างเหมาะสมและทันท่วงที
ที่มา : หมอเจด