คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangกรุงเทพฯ · เปลี่ยน

จับตาเลือกตั้งอิสราเอล ชี้ชะตาเนทันยาฮู หลังสงคราม-วิกฤติความมั่นคง

ที่มา: ไทยรัฐ

จับตาอนาคตทางการเมืองของ เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีที่ครองอำนาจยาวนานที่สุดของประเทศ ในการเลือกตั้ง 27 ต.ค. หลังเผชิญเสียงวิจารณ์จากสงครามในกาซาและอิหร่าน ตลอดจนความโดดเดี่ยวบนเวทีโลก

ชาวอิสราเอลออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งทั่วไปในวันอังคารที่ 27 ตุลาคม 2569 ซึ่งอาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญต่ออนาคตทางการเมืองของ เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีที่ดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุดของอิสราเอล รวมระยะเวลาประมาณ 19 ปี ท่ามกลางการประเมินผลงานรัฐบาลหลังเหตุโจมตีครั้งใหญ่ของกลุ่มฮามาสเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2566 สงครามในฉนวนกาซาและอิหร่าน ตลอดจนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ตึงเครียดมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม เนทันยาฮูยังคงเป็นนักการเมืองที่รักษาอำนาจได้อย่างเหนียวแน่น ท่ามกลางกระแสชาตินิยมที่หยั่งรากลึกในสังคมอิสราเอล และระบบการเมืองที่แตกเป็นหลายพรรค ซึ่งอาจเปิดโอกาสให้เขายังคงจัดตั้งรัฐบาลได้ แม้ผลเลือกตั้งจะไม่ได้สะท้อนชัยชนะอย่างเด็ดขาดก็ตาม

ผลสำรวจความคิดเห็นก่อนการเลือกตั้งชี้ว่า พรรค Likud ของเนทันยาฮูและพันธมิตรฝ่ายขวา กำลังแข่งขันอย่างสูสีกับกลุ่มการเมืองคู่แข่งที่นำโดย กาดี ไอเซนคอต อดีตเสนาธิการทหารสูงสุดของอิสราเอล ซึ่งมีจุดยืนแข็งกร้าวด้านความมั่นคง และได้รับการสนับสนุนจากทั้งฝ่ายขวาและฝ่ายกลาง

เนทันยาฮูหาเสียงโดยชูผลงานการนำประเทศในช่วงสงคราม และความสัมพันธ์กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ซึ่งให้การสนับสนุนเขาและร่วมกับอิสราเอลทำสงครามกับอิหร่าน

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เนทันยาฮูกล่าวว่า ทรัมป์พร้อมดำเนินการอีกครั้งเพื่อขจัดภัยคุกคามจากอิหร่านให้หมดสิ้นไปในที่สุด แต่จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเขายังคงอยู่ในอำนาจ

ด้านไอเซนคอตกล่าวหาเนทันยาฮูว่าใช้การหาเสียงที่เต็มไปด้วยการสร้างความหวาดกลัว การโกหก และการข่มขู่ พร้อมแสดงความมั่นใจว่า ทรัมป์จะทำงานร่วมกับผู้นำคนใดก็ตามที่ประชาชนเลือกขึ้นมา

นักวิเคราะห์มองว่าเนทันยาฮูอาจต้องพึ่งพาพันธมิตรฝ่ายขวาจัดอย่าง อิตามาร์ เบน-กวีร์ และ เบซาเลล สโมทริช เพื่อรวบรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาล โดยทั้งสองเผชิญมาตรการคว่ำบาตรจากประเทศตะวันตกบางแห่ง ซึ่งกล่าวหาว่ามีส่วนปลุกปั่นความรุนแรงต่อชาวปาเลสไตน์ ขณะที่พรรค Jewish Power ของเบน-กวีร์ยังได้รับคะแนนสนับสนุนเพิ่มขึ้นในผลสำรวจบางส่วน

ทั้งเนทันยาฮูและไอเซนคอตต่างยังไม่มีเส้นทางชัดเจนสู่การครองอำนาจ หากไม่มีฝ่ายใดรวบรวมเสียงข้างมากในรัฐสภาอิสราเอลที่มี 120 ที่นั่งได้ เนทันยาฮูอาจยังดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีรักษาการต่อไป จนกว่าจะมีการเลือกตั้งใหม่ในปีหน้า โดยการลงคะแนนเริ่มตั้งแต่เวลา 07.00 น. ถึง 22.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น

เลือกตั้งท่ามกลางคำถามต่อความรับผิดชอบเหตุโจมตี 7 ต.ค.

การเลือกตั้งครั้งนี้เกิดขึ้นหลังอิสราเอลเผชิญช่วงเวลาปั่นป่วนที่สุดช่วงหนึ่งนับตั้งแต่ก่อตั้งประเทศในปี 2491 โดยมีเหตุโจมตีของกลุ่มฮามาสเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2566 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ก่อนที่อิสราเอลจะเปิดปฏิบัติการทางทหารในฉนวนกาซา และเกิดความแตกแยกภายในประเทศเกี่ยวกับนโยบายของรัฐบาลฝ่ายขวาของเนทันยาฮู

สำหรับฝ่ายต่อต้านเนทันยาฮูจำนวนมาก ประเด็นสำคัญของการเลือกตั้งคือการตรวจสอบความรับผิดชอบต่อความล้มเหลวด้านความมั่นคงในเหตุโจมตี 7 ต.ค. ซึ่งเป็นวันที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในประวัติศาสตร์อิสราเอล

มาลี ฮาจาจ เจ้าหน้าที่กระทรวงศึกษาธิการและผู้สนับสนุนไอเซนคอต กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือการจัดตั้งคณะกรรมการสอบสวนระดับชาติ เพราะเป็นหนทางที่จะช่วยให้ประเทศเยียวยาบาดแผลจากเหตุการณ์ดังกล่าวได้

ขณะที่ลิซา ทอร์ตอร์ หวังว่าเนทันยาฮูจะพ้นจากตำแหน่ง และรัฐบาลชุดใหม่จะเข้ามาซ่อมแซมความเสียหายที่เขาสร้างขึ้น ทั้งต่อชาวยิวทั่วโลก ต่ออิสราเอล และต่อภาพลักษณ์ของประเทศ

อย่างไรก็ตาม โนฟ กาเบย์ วัย 18 ปี ผู้สนับสนุนพรรค Likud ระบุว่าเนทันยาฮูไม่ใช่คนที่ต้องรับผิดชอบต่อเหตุโจมตีดังกล่าว พร้อมยืนยันว่าเขาเป็นผู้นำที่เหมาะสมสำหรับอิสราเอล และบริหารสงครามได้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

ผลงานช่วงสงครามและแรงกดดันจากนานาชาติ

หลังเหตุโจมตี 7 ต.ค. 2566 ซึ่งกลุ่มติดอาวุธที่นำโดยฮามาสสังหารผู้คนประมาณ 1,200 คน และจับตัวประกันไปอีก 251 คน อิสราเอลเปิดฉากโจมตีฉนวนกาซาอย่างหนัก จนพื้นที่ส่วนใหญ่ได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง ขณะที่หน่วยงานสาธารณสุขในกาซาระบุว่า การโจมตีของอิสราเอลทำให้มีผู้เสียชีวิตประมาณ 74,000 คน

อิสราเอลยังโจมตีกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านในเลบานอนอย่างหนัก และตอบโต้กับอิหร่าน ก่อนเปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อสถานที่เกี่ยวข้องกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านเป็นเวลา 12 วันในปี 2568 และร่วมกับสหรัฐฯ ทำสงครามกับอิหร่านในปีนี้

ไอเซนคอตระบุว่า รัฐบาลอิสราเอลชุดต่อไปต้องป้องกันไม่ให้อิหร่านมีขีดความสามารถด้านอาวุธนิวเคลียร์ ไม่ว่าจะด้วยการใช้กำลังหรือการบรรลุข้อตกลง เช่น การแก้ปัญหาผ่านการทูตที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ

เกมจัดตั้งรัฐบาลอาจเป็นตัวชี้ขาด

แม้ไอเซนคอตจะเป็นคู่แข่งสำคัญของเนทันยาฮู แต่เขาก็ไม่ได้สนับสนุนแนวทางสองรัฐ ซึ่งเป็นพื้นฐานของการเจรจาสันติภาพระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์มายาวนาน โดยพรรคการเมืองที่มีฐานผู้สนับสนุนชาวยิวเป็นหลักเกือบทั้งหมดในอิสราเอลต่างคัดค้านแนวทางดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ไอเซนคอตวิจารณ์ความรุนแรงของผู้ตั้งถิ่นฐานชาวยิวต่อชาวปาเลสไตน์ในเขตเวสต์แบงก์ที่อิสราเอลยึดครอง ซึ่งเพิ่มขึ้นนับตั้งแต่ปี 2566 และส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างอิสราเอลกับประเทศตะวันตก นอกจากนี้ เขายังคัดค้านการร่วมรัฐบาลกับเบน-กวีร์และสโมทริช ซึ่งเป็นพันธมิตรฝ่ายขวาจัดของเนทันยาฮู

ในพื้นที่ที่เคยเป็นฐานสนับสนุนสำคัญของพรรค Likud ผู้มีสิทธิเลือกตั้งบางส่วนที่ผิดหวังกับเนทันยาฮู เริ่มออกเดินเคาะประตูบ้านเพื่อรณรงค์ให้ประชาชนหันไปสนับสนุนทางเลือกอื่น ขณะที่เนทันยาฮูยังเผชิญข้อกล่าวหาในคดีทุจริตที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล ซึ่งเขาปฏิเสธข้อกล่าวหา

อีกปัจจัยที่อาจส่งผลต่อการจัดตั้งรัฐบาลคืออัตราการออกมาใช้สิทธิของประชาชนอาหรับในอิสราเอล ซึ่งมีสัญชาติอิสราเอลแต่มีเชื้อสายปาเลสไตน์ หากมีผู้มาใช้สิทธิจำนวนมาก อาจเปลี่ยนสมดุลการรวบรวมเสียงในรัฐสภาให้เอื้อต่อไอเซนคอตมากขึ้น

แม้ไอเซนคอตจะปฏิเสธการร่วมรัฐบาลกับพรรคการเมืองอาหรับ โดยให้เหตุผลว่าขาดค่านิยมร่วมกัน แต่นักวิเคราะห์มองว่า พรรคเหล่านี้อาจเลือกสนับสนุนรัฐบาลเสียงข้างน้อยที่เขาเป็นผู้นำ เพื่อช่วยให้เนทันยาฮูพ้นจากตำแหน่ง

ด้านอามอตซ์ อาซา-เอล นักวิเคราะห์การเมืองอิสราเอลจากสถาบันชาลอม ฮาร์ตแมน ประเมินว่า ผลเลือกตั้งครั้งนี้มีแนวโน้มออกมาสูสี โดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจได้เสียงข้างมากเพียงเล็กน้อย และไม่น่าจะมีฝ่ายใดชนะอย่างถล่มทลาย.

ที่มา :channelnewsasia

พัฒนาการของเหตุการณ์: 2 รายงาน

ความคิดเห็น