กมธ.สธ. วุฒิสภา เผยผลศึกษา 8 ข้อค้นพบปัญหาใหญ่รพ.รัฐ เผชิญวิกฤติเงินมีความเสี่ยงเพิ่มไม่ทันภาระบริการ งบจำกัดกระทบกำลังคนไม่พอ บุคลากรควบเวรหนัก
- กมธ.สธ. วุฒิสภา พบว่าโรงพยาบาลรัฐเผชิญปัญหางบประมาณและทรัพยากรไม่สอดคล้องกับภาระบริการและต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นจากสังคมสูงวัยและเทคโนโลยีทางการแพทย์
- งบประมาณที่จำกัดส่งผลกระทบโดยตรงต่อการจ้างงานและรักษาบุคลากรทางการแพทย์ ทำให้เกิดภาวะงานล้นมือและเสี่ยงต่อคุณภาพบริการ
- ระบบบริการยังมีปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่น ข้อมูลระหว่างโรงพยาบาลไม่เชื่อมโยงทำให้เกิดความซ้ำซ้อน และโรงพยาบาลในพื้นที่พิเศษมีภาระต้นทุนสูงกว่าปกติ
- ข้อค้นพบทั้ง 8 ประเด็นจะถูกนำเสนอต่อวุฒิสภาและรัฐบาล เพื่อผลักดันให้เกิดการแก้ไขปัญหาเชิงนโยบายต่อไป
เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ที่โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค มีการสัมมนา เรื่อง “ยกระดับประสิทธิภาพและความยั่งยืนทางการเงิน ของโรงพยาบาลภาครัฐ : จากข้อค้นพบสู่ทางเลือกเชิงนโยบาย” จัดโดย คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา และคณะอนุกรรมาธิการศึกษาการพัฒนาประสิทธิภาพ และความยั่งยืนทางการเงิน ของโรงพยาบาลภาครัฐ ในคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข(กมธ.สธ.) วุฒิสภา
นพ.วีระพันธ์ สุวรรณามัย รองประธานคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒฺสภา และประธานคณะอนุกรรมาธิการศึกษาการพัฒนาประสิทธิภาพ และความยั่งยืนทางการเงินของโรงพยาบาลภาครัฐ ในกมธ.สธ. กล่าวว่า ระบบสาธารณสุขของไทยกำลังประสบปัญหาอย่างแท้จริง ซึ่งข้อมูลจากการประชุมกรรมาธิการว่า มีบางรพ.ที่ผู้ป่วยไปรับยาเดิมแต่กลับได้ยาเพียงแค่ 2 สัปดาห์ จากเดิมที่เคยเบิกได้1-3 เดือน ซึ่งเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้น
นอกจากนี้ บางรพ.ยังขาดแคลนงบประมาณบำรุงรักษาจนฝ้าเพดานมีรอยรั่วและรอยราขึ้น ปัญหาเหล่านี้ส่งผลให้คณะกรรมาธิการการสาธารณสุขต้องตั้งคณะอนุกรรมาธิการฯขึ้นมาเพื่อร่วมกันศึกษาและหาทางออก โดยข้อค้นพบกสำคัญจากการศึกษาของคณะอนุกรรมาธิการฯ มี 8 ประเด็นหลัก ประกอบด้วย
เงินมีความเสี่ยงเพิ่มไม่ทันภาระบริการ
1.ทรัพยากรกับภาระบริการ พบว่าทรัพยากรทางการเงินมีความเสี่ยงเพิ่มไม่ทันภาระบริการและต้นทุนบางส่วน ตัวอย่างเช่น การวินิจฉัยโรคไส้ติ่งอักเสบในอดีตใช้การตรวจร่างกาย แต่ปัจจุบันต้องส่งตรวจ CT scan สูงถึง 90% เพื่อป้องกันการฟ้องร้อง ซึ่งสร้างภาระต้นทุนอย่างมาก อีกทั้งยังเจอแรงกดดันจากสังคมสูงวัย โรคเรื้อรัง (NCDs) ผู้ป่วยซับซ้อนและเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ก้าวหน้าไปถึงขั้น Precision Medicine แต่เงินสนับสนุนกลับไม่ได้เพิ่มขึ้นตาม
2.รายรับ ภารกิจ และต้นทุน โดยกลไกการจัดสรรและจ่ายเงินในปัจจุบันยังมีช่องว่าง ไม่สอดคล้องกับต้นทุนจริงและความซับซ้อนของภารกิจที่โรงพยาบาลต้องแบกรับ
3.ประสิทธิภาพและความรับผิดชอบ ซึ่งโรงพยาบาลต้องเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานควบคู่กับการแก้ข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง โดยตัวอย่างความรับผิดชอบระดับรพ. คือ รายได้หลักของโรงพยาบาลส่วนใหญ่มาจากกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (UC) มีส่วนน้อยจากสิทธิข้าราชการ ประกันสังคม และเงินบริจาค ทำให้เกิดแนวคิดการใช้ทรัพยากรร่วมกันในระดับจังหวัดและเขตสุขภาพ เช่น การจัดระบบแพทย์หมุนเวียนในเครือข่าย การทำ One Region / One Province / One Hospital รวมถึง การใช้อุปกรณ์และห้องผ่าตัดร่วมกัน
4.ต้นทุนที่เกิดจากระบบบริการ โดยเฉพาะระบบริการยังมีต้นทุนและการใช้ทรัพยากรที่สามารถป้องกันหรือหลีกเลี่ยงได้ เช่น การขาดการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างโรงพยาบาล (Data Link) ส่งผลให้ผู้ป่วยเดินทางไปตรวจซ้ำซ้อนหลายแห่ งเพื่อขอความคิดเห็นที่สองหรือสาม ตลอดจนระบบการส่งต่อและการดูแลหลังจำหน่ายผู้ป่วยที่ยังไม่สมบูรณ์
งบฯจำกัดทำให้การจ้างงาน-รักษาบุคลากรทำได้ยาก
5.กำลังคนและฐานะทางการเงิน ส่งผลกระทบซึ่งกันและกัน งบประมาณที่จำกัดทำให้การจ้างงานและการรักษาบุคลากรทำได้ยาก แพทย์และบุคลากรใหม่มักประสบปัญหาได้รับเงินค่าตอบแทนล่าช้า อีกทั้ง ปัญหาคนไม่พอยังบังคับให้ต้องควบเวรหนัก เช่น การอยู่เวรติดต่อกัน3 วันในช่วงวันหยุด ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยของบริการ ดังนั้น แผนกำลังคนต้องเชื่อมภาระงาน ตำแหน่ง งบประมาณและความปลอดภัย ซึ่งก่อนเพิ่มบริการหรือเทคโนโลยีต้องเตรียมจำนวนคนและทักษะให้พร้อม
6.ข้อมูลและวงจรเทคโนโลยี ที่ยังเชื่อมโยงไม่เพียงพอตลอดวงจร โดยเฉพาะข้อมูลระหว่างโรงพยาบาลสังกัดกองทัพ โรงพยาบาลเอกชน และไม่เชื่อมโยงกับระบบหลักของกระทรวงสาธารณะสุข(สธ.)
7.รพ.ในพื้นที่พิเศษ เช่น โรงพยาบาลในพื้นที่เกาะหรือจังหวัดชายแดน ซึ่งมีผู้มีสิทธิบัตรทองน้อย แต่ต้องดูแลประชากรแฝงและแรงงานต่างด้าวจำนวนมากโดยไม่สามารถปฏิเสธการรักษาได้ ประกอบกับมีต้นทุนการรับส่งผู้ป่วยที่สูง เช่น การใช้เรือ EMS เป็นต้น
และ8.อำนาจบริหารและความรับผิดชอบ ต้องชัดเจนว่าใครมีอำนาจบริหารและตัดสินใจ ใครร่วมดำเนินการ ทรัพยากรมาจากที่ไหน ซึ่งบางครั้งสธ.ก็ออกนโยบายมาแต่ทรัพยากรและบุคลากรรพ.มีจำกัด และใครรับผิดชอบผลลัพธ์และผลกระทบข้ามหน่วยงาน
“โรงพยาบาลรับความเสี่ยงทางการเงินปลายทางของระบบพร้อมกับต้องเพิ่มประสิทธิภาพภายใน โดยการแก้ไขต้องเชื้อมกันทั้งประเทศ เครือข่ายและรพ. ซึ่งจากข้อค้นพบปัญหาทั้ง 8 ข้อดังกล่าว เมื่อมีการสังเคราะห์แล้วจะนำเสนอต่อคณะกรรมาธิการ วุฒิสภา และรัฐบาล เพื่อขับเคลื่อนให้เกิดการแก้ไขปัญหาเชิงนโยบายต่อไป”นพ.วีระพันธ์กล่าว