คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangกรุงเทพฯ · เปลี่ยน

CAAT ถกหอการค้าแก้Air Cargoแออัด ยึดมาตรฐานสากลคู่ปลดล็อกส่งออกสะดุด 07 ต.ค. 2569

ที่มา: bangkokbiznews.com

ข้อมูลจาก สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) ในฐานะตัวแทนผู้ส่งออก ที่ระบุว่า คลังสินค้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเผชิญปัญหาความแออัดของพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง

เหตุเพราะปริมาณสินค้าที่ใช้บริการมีการเติบโตในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และในช่วงปลายปี 2568 สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (The Civil Aviation Authority of Thailand หรือ CAAT) ได้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบสินค้าก่อนรับบรรทุกให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (The International Civil Aviation Organization หรือ ICAO)

ทำให้เกิดปัญหาความแออัดในพื้นที่คลังสินค้า ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมาอย่างต่อเนื่อง และทำให้มีความเสี่ยงต่อการตกเครื่องของสินค้าขาออก และบางกรณีใช้เวลาในการนำสินค้าขาเข้า (วัตถุดิบ) ออกจากพื้นที่ไปยังโรงงานถึงประมาณ 7 วันทำการ มีผลต่อความต่อเนื่องของการผลิตสินค้าเพื่อการส่งออก

เมื่อวันที่ 5 ต.ค. 2569 คณะอนุกรรมการขนส่งสินค้าทางอากาศ หอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เข้าพบ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ร่วมด้วย CAAT ,สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) และบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) เพื่อหารือและเสนอแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการขนส่งสินค้าทางอากาศ หลังปริมาณ Air Cargo ของประเทศไทยเติบโตอย่างต่อเนื่องและส่งผลให้เกิดความคับคั่งในบางขั้นตอนของกระบวนการขนส่ง

ที่ประชุมได้หารือแนวทางแก้ไขทั้งในระยะเร่งด่วนและระยะยาว โดยในระยะเร่งด่วน สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยเสนอให้นำสุนัขตรวจค้นวัตถุระเบิด (Explosive Detection Dogs: EDD) มาเสริมกระบวนการตรวจคัดกรองสินค้า เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับปริมาณสินค้าที่เพิ่มขึ้น ควบคู่กับการรักษามาตรฐานด้านการรักษาความปลอดภัยการบิน

สำหรับแนวทางระยะยาว มีข้อเสนอให้พัฒนาระบบการรักษาความปลอดภัยสำหรับการขนส่งสินค้าทางอากาศตามมาตรฐานสากล โดยส่งเสริมระบบ Known Consignor (KC) และ Regulated Agent (RA) เพื่อให้กระบวนการตรวจสอบและการรักษาความปลอดภัยของสินค้ามีประสิทธิภาพตั้งแต่ต้นทาง รวมทั้งเสนอให้จัดตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามและผลักดันมาตรการต่าง ๆ ไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม

“CAAT และ ทอท. ชี้แจงว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมในการนำสุนัขตรวจค้นวัตถุระเบิด มาใช้สนับสนุนการตรวจคัดกรองสินค้า โดยในระยะแรกอาจประสานขอรับการสนับสนุนจาก ทอท. ก่อน พร้อมทั้งหารือแนวทางประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเพิ่มจำนวนให้เพียงพอต่อความต้องการในอนาคต ขณะที่ ทอท. อยู่ระหว่างดำเนินการพัฒนาระบบบริหารจัดการขนส่งสินค้าทางอากาศ และจะประสานความร่วมมือกับหอการค้าไทยอย่างใกล้ชิดต่อไป”

นอกจากนี้ ที่ประชุม ได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงคมนาคมเป็นประธานคณะทำงาน เพื่อติดตามและขับเคลื่อนการดำเนินงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งแก้ไขข้อจำกัดของระบบในระยะเร่งด่วน ควบคู่กับการวางระบบในระยะยาว เพื่อรองรับการเติบโตของการขนส่งสินค้าทางอากาศ และยกระดับประสิทธิภาพระบบ Air Cargo ของประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้หารือข้อเสนอแนวทางการยกระดับประสิทธิภาพระบบการขนส่งสินค้าทางอากาศของประเทศไทย รวมทั้งแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการผลักดันมาตรการเร่งด่วน ตลอดจนกลไกความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการขับเคลื่อนข้อเสนอและแก้ไขปัญหาให้เกิดผลเป็นรูปธรรม อันจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการคลังสินค้าทางอากาศ ลดระยะเวลาดำเนินงาน ลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ อำนวยความสะดวกในการนำเข้าและส่งออก และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยให้ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการขนส่งสินค้าทางอากาศของภูมิภาค

ความคิดเห็น