สรรพสามิต เตรียมปิดช่องโหว่ “บุหรี่เวียนเทียน” หลังพบใช้สิทธิยกเว้นภาษีบุหรี่ส่งออก ก่อนลักลอบนำสินค้ากลับเข้าประเทศ คาดได้ข้อสรุป-บังคับใช้ภายในสิ้นปี 2569
นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ที่ผ่านมารัฐบาลมีนโยบายยกเว้นภาษีให้กับสินค้าประเภทบุหรี่ ยาสูบ และเครื่องดื่มที่ผลิตเพื่อการส่งออก ได้รับการยกเว้นภาษีสรรพสามิตเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน แต่จากการติดตามพบว่าช่องทางดังกล่าวถูกนำไปใช้ในทางมิชอบ โดยเฉพาะการส่งออกไปประเทศเพื่อนบ้าน ก่อนลักลอบนำบุหรี่กลับเข้ามาขายในไทยผ่านช่องทางธรรมชาติ
จุดที่ทำให้ “บุหรี่เวียนเทียน” สร้างกำไรสูง คือสินค้าถูกส่งออกโดยไม่ต้องเสียภาษีในไทย ทำให้ต้นทุนต่ำ เมื่อถูกลักลอบนำกลับมาขายจึงสามารถตั้งราคาต่ำกว่าบุหรี่ที่เสียภาษีถูกต้อง ส่งผลทั้งต่อรายได้รัฐและผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบ
มาตรการใหม่จะเปลี่ยนเกมทันที จากเดิมที่ได้รับยกเว้นภาษีตั้งแต่ต้นทาง เป็นให้ผู้ประกอบการชำระภาษีก่อน แล้วเมื่อส่งออกจริงจึงนำหลักฐานมายื่นขอคืนภาษี วิธีนี้จะทำให้ผู้ที่คิดนำบุหรี่กลับเข้าประเทศต้องแบกรับต้นทุนภาษี ไม่สามารถอาศัยสิทธิปลอดภาษีมาทำกำไรจากการลักลอบได้ง่ายเหมือนเดิม
กรมสรรพสามิตยกตัวอย่าง หากบุหรี่เพื่อส่งออกมีต้นทุนเดิมซองละ 20 บาท เมื่อเปลี่ยนเป็นระบบเก็บภาษีล่วงหน้า ต้นทุนอาจเพิ่มเป็น 30 บาท หากถูกนำกลับมาขายในประเทศ ต้นทุนที่สูงขึ้นจะลดแรงจูงใจและกำไรของขบวนการเวียนเทียน
ขณะเดียวกัน การคืนภาษีจะไม่ใช่ระบบ “จ่ายแล้วคืนอัตโนมัติ” แต่ต้องผ่านการตรวจสอบหลักฐานการส่งออกอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะใบขนสินค้าขาออกของกรมศุลกากร เพื่อยืนยันว่ามีการส่งออกจริงจึงจะคืนภาษีได้
นอกจากนี้ บุหรี่ที่ผลิตเพื่อส่งออกมีจุดสังเกตแตกต่างจากบุหรี่จำหน่ายในประเทศ เช่น ไม่มีภาพคำเตือนสุขภาพบนซอง และมีข้อความ “Export Only” ช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถคัดกรองสินค้าที่อาจถูกนำกลับเข้าประเทศได้ง่ายขึ้น
สำหรับการปรับปรุงระเบียบ ขณะนี้กรมสรรพสามิตอยู่ระหว่างเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างระเบียบเป็นเวลา 30 วัน ก่อนนำข้อเสนอแนะมาปรับปรุงและเปิดรับฟังความคิดเห็นอีกครั้ง โดยคาดว่าจะมีความชัดเจนและพร้อมบังคับใช้ ภายในสิ้นปี 2569 เพื่อปิดช่องโหว่ทางภาษีและสกัดการนำสิทธิประโยชน์เพื่อการส่งออกมาใช้สร้างกำไรจากตลาดผิดกฎหมายในประเทศ