คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangกรุงเทพฯ · เปลี่ยน

โบลท์ มองตลาด Ride-hailing ไทยโตต่อเนื่อง เร่งดันคนขับมีใบอนุญาตสาธารณะ 100%

ที่มา: ข่าวสด

โบลท์ (Bolt) ประเมินตลาด Ride-hailing ไทยยังเติบโตตามพฤติกรรมผู้บริโภคที่ใช้บริการผ่านแอปพลิเคชันเพิ่มขึ้น เผยธุรกิจในไทยช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมาโต 2 หลักต่อปี เดินหน้าขยายบริการครบ 77 จังหวัด พร้อมลงทุน 30 ล้านบาท ผ่านโครงการ Bolt Sure และ Booster Week สนับสนุนคนขับเข้าสู่ระบบถูกกฎหมายภายในวันที่ 30 ก.ย. 2569

นายณัฐดนย์ สุขศิริฐานันท์ ผู้จัดการทั่วไป ประจำโบลท์ ประเทศไทย (Bolt) เปิดเผยว่าตลาดให้บริการรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชัน หรือ Ride-hailing ในประเทศไทยยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง จากพฤติกรรมผู้บริโภคทั้งคนไทยและชาวต่างชาติที่หันมาใช้บริการผ่านแพลตฟอร์มมากขึ้น ขณะที่ผู้ขับมีทั้งกลุ่มที่ขับเป็นอาชีพหลักและกลุ่มที่ใช้การขับรถเป็นรายได้เสริม

นายณัฐดนย์กล่าวว่า ภาพรวมตลาด Ride-hailing ในช่วงปี 2568-2573 มีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ยประมาณ 9-10% ต่อปี หรือมีอัตราการเติบโตแบบทบต้น (CAGR) ในระดับดังกล่าว โดยคาดว่ามูลค่าตลาดในปี 2573 จะอยู่ที่ประมาณ 3,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ปัจจัยสนับสนุนมาจากจำนวนผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้น และการที่บริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันกลายเป็นทางเลือกการเดินทางที่ผู้บริโภคคุ้นเคยมากขึ้น

สำหรับธุรกิจของโบลท์ในประเทศไทย นายณัฐดนย์กล่าวว่า ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา บริษัทมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีในระดับตัวเลขสองหลัก (Double Digits) ซึ่งสูงกว่าอัตราการเติบโตของอุตสาหกรรม โดยที่ปัจจุบัน Bolt มีฐานผู้ใช้งานในประเทศไทยอยู่ในระดับหลักล้านราย และยังมีโอกาสขยายตัวได้อีก โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ นักเรียน นักศึกษา รวมถึงผู้ใช้บริการในตลาดระดับกลางและพรีเมียม

นายณัฐดนย์กล่าวต่อว่า โบลท์เริ่มดำเนินธุรกิจในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2563 และปัจจุบันให้บริการครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศ หลังจากขยายพื้นที่ครบทั้งประเทศในปี 2568 โดยกรุงเทพฯ ภูเก็ต และเชียงใหม่ยังเป็นตลาดหลัก ขณะที่จังหวัดเมืองรองเป็นพื้นที่ที่บริษัทให้ความสำคัญ เนื่องจากมีความต้องการใช้บริการและรูปแบบการแข่งขันแตกต่างจากเมืองใหญ่

ทั้งนี้การแข่งขันในตลาด Ride-hailing มีความแตกต่างกันระหว่างกรุงเทพฯ กับต่างจังหวัด โดยกรุงเทพฯ มีการแข่งขันด้านราคาและการจัดโปรโมชั่นค่อนข้างสูง ขณะที่จังหวัดอื่น ๆ มีผู้ให้บริการรายย่อยและผู้ประกอบการท้องถิ่นเข้ามาแข่งขันมากขึ้น ทำให้ผู้ให้บริการต้องเข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้และคนขับในแต่ละพื้นที่ ไม่ใช่แข่งขันด้านราคาเพียงอย่างเดียว

นายณัฐดนย์กล่าวว่า โบลท์วางตำแหน่งเป็นผู้ท้าชิงในตลาด และให้ความสำคัญกับการเติบโตในระยะยาว โดยมุ่งขยายฐานผู้ใช้และเพิ่มการเข้าถึงบริการในพื้นที่ที่มีศักยภาพ เช่น สนามบิน พื้นที่จัดกิจกรรม และสถานที่จัดคอนเสิร์ต

อย่างไรก็ดี ประเด็นสำคัญของอุตสาหกรรมในปีนี้คือการยกระดับมาตรฐานและนำผู้ขับเข้าสู่ระบบที่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยเฉพาะการมีใบอนุญาตขับรถสาธารณะ ซึ่งรัฐบาลกำหนดให้ผู้ขับรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชันต้องมีใบอนุญาตดังกล่าวภายในวันที่ 30 ก.ย. 2569

นายณัฐดนย์กล่าวว่า ปัจจุบันโบลท์มีผู้ขับที่เข้าสู่กระบวนการและได้รับใบอนุญาตขับรถสาธารณะแล้วประมาณ 100,000 ราย เพิ่มขึ้นจากช่วงต้นปีที่มีประมาณ 60,000 ราย โดยบริษัทตั้งเป้าผลักดันผู้ขับที่เหลือให้ดำเนินการแล้วเสร็จภายในกำหนด และต้องการให้ผู้ขับบนแพลตฟอร์มมีใบอนุญาตถูกต้องครบ 100%

“ปัจจุบันบริษัทกำหนดให้ผู้ขับรายใหม่ต้องมีใบอนุญาตขับรถสาธารณะก่อนเข้าระบบแล้ว ส่วนผู้ขับเดิมที่ยังไม่มีใบอนุญาต บริษัทจะใช้มาตรการระงับการให้บริการเป็นช่วงเวลา เพื่อกระตุ้นให้ดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยหลังพ้นกำหนดวันที่ 30 ก.ย. ผู้ขับที่ยังไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดจะไม่สามารถรับงานรับส่งผู้โดยสารผ่านแพลตฟอร์มได้”

นายณัฐดนย์กล่าวด้วยว่า โบลท์เป็นผู้ให้บริการรายแรกที่กำหนดไม่รับผู้ขับรายใหม่ซึ่งไม่มีใบอนุญาตขับรถสาธารณะเข้าสู่ระบบ ทั้งนี้ บริษัทมองว่าการยกระดับมาตรฐานดังกล่าวเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของแพลตฟอร์ม ผู้ขับ และหน่วยงานกำกับดูแล

แต่อย่างไรก็ดี อุปสรรคสำคัญของผู้ขับบางส่วนอยู่ที่ความเข้าใจเกี่ยวกับขั้นตอนและระยะเวลา รวมถึงต้นทุนจากการเสียโอกาสในการทำงาน เนื่องจากกระบวนการขอใบอนุญาตยังมีขั้นตอนที่ต้องเดินทางไปดำเนินการด้วยตนเอง ทั้งการอบรม การทดสอบสมรรถภาพร่างกาย การสอบภาคทฤษฎี และการตรวจประวัติอาชญากรรม

ทำให้ที่ผ่านมา โบลท์จึงได้ร่วมกับกรมการขนส่งทางบก เพื่อสนับสนุนการดำเนินการของผู้ขับ โดยเฉพาะการประสานข้อมูลและลดระยะเวลาในขั้นตอนการตรวจประวัติอาชญากรรม รวมถึงการเปิดรอบพิเศษเพื่อรองรับจำนวนผู้ขับที่เพิ่มขึ้น

“ในระยะยาวภาครัฐควรพัฒนากระบวนการให้เป็นดิจิทัลมากขึ้น เช่น การจัดทำระบบกลางหรือพอร์ทัลที่ช่วยให้ผู้ขับดำเนินการบางขั้นตอนผ่านระบบออนไลน์ เพื่อลดการเดินทางไปสำนักงานขนส่ง และทำให้ผู้ขับรายใหม่เข้าสู่ระบบได้สะดวกขึ้น”

สำหรับหนังสือรับรองการให้บริการของโบลท์ นายณัฐดนย์กล่าวว่า บริษัทได้ชี้แจงข้อมูลและส่งข้อมูลเพิ่มเติมให้กรมการขนส่งทางบกตามที่ร้องขอแล้ว ทั้งข้อมูลเกี่ยวกับฐานผู้ขับและระบบการทำงานของแพลตฟอร์ม โดยขณะนี้อยู่ระหว่างรอกรมการขนส่งทางบกพิจารณาการต่ออายุหนังสือรับรอง

ก่อนหน้านี้ กรมการขนส่งทางบกระบุว่า อยู่ระหว่างพิจารณาความเหมาะสมในการต่ออายุหนังสือรับรองให้กับแอปพลิเคชัน Bolt โดยประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการและมาตรฐานความปลอดภัยเป็นส่วนหนึ่งของการพิจารณา

นายณัฐดนย์กล่าวอีกว่า ในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา บริษัทได้ทำงานร่วมกับกรมการขนส่งทางบกอย่างใกล้ชิด ทั้งการให้ข้อมูลฐานคนขับ การชี้แจงระบบ และการปรับปรุงกระบวนการเพื่อยกระดับมาตรฐานของแพลตฟอร์ม

ด้านการสนับสนุนผู้ขับ โบลท์ลงทุนประมาณ 30 ล้านบาทผ่านโครงการ Bolt Sure และกิจกรรม Booster Week เพื่อช่วยให้ผู้ขับเข้าสู่ระบบอย่างถูกต้อง โดยมีทั้งการสนับสนุนค่าใช้จ่าย การให้ข้อมูลและคำแนะนำ รวมถึงการทำงานร่วมกับกรมการขนส่งทางบกเพื่อเพิ่มความสะดวกในการดำเนินการ

“บริษัทได้มีการให้โบนัส 500 บาทแก่ผู้ขับที่ดำเนินการและอัปโหลดใบอนุญาตขับรถสาธารณะเข้าสู่ระบบ พร้อมปรับลดค่าคอมมิชชันเป็นกรณีพิเศษสำหรับผู้ขับที่ดำเนินการตามข้อกำหนด โดยรถจักรยานยนต์ลดเหลือ 6% และรถยนต์ลดเหลือ 5% นอกจากนี้ ยังเปิดรอบพิเศษเพื่อรองรับผู้ขับที่ต้องการดำเนินการในช่วงก่อนถึงกำหนดวันที่ 30 ก.ย. 2569

ในด้านความปลอดภัย โบลท์เพิ่มการใช้เทคโนโลยีตรวจสอบตัวตนและพฤติกรรมของผู้ขับ เช่น การตรวจสอบใบหน้าแบบสุ่ม การใช้ AI ช่วยตรวจจับความเสี่ยง รวมถึงการตรวจสอบข้อมูลและพฤติกรรมที่อาจกระทบต่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร

นายณัฐดนย์กล่าวว่า การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องของแพลตฟอร์มหรือผู้ขับ แต่เป็นการปรับมาตรฐานของอุตสาหกรรมโดยรวม บริษัทต้องการให้ระบบของโบลท์มีผู้ขับที่ปฏิบัติตามกฎหมายครบถ้วน และจะเดินหน้าทำงานร่วมกับภาครัฐต่อเนื่อง แม้พ้นกำหนดวันที่ 30 ก.ย.นี้ เพื่อให้ผู้ขับรายใหม่สามารถเข้าสู่ระบบได้สะดวก รวดเร็ว และมีมาตรฐานมากขึ้น

ความคิดเห็น