คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangกรุงเทพฯ · เปลี่ยน

อวยไทยเป็นเจ้าภาพที่ยอดเยี่ยม ชวนช้อปหนุนชุมชน-เศรษฐกิจท้องถิ่น

ที่มา: ข่าวสด

IMF เตือนโลกเร่งรับมือ AI แนะประเทศสมาชิกวางนโยบายการเงิน–การคลังอย่างมีวินัย โดยไม่บั่นทอนการเติบโต เตรียมโครงสร้าง-ทักษะแรงงาน

นางคริสตาลินา จอร์จีวา กรรมการผู้จัดการ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) กล่าวในเวที Debate on the Global Economy Forging Resilient and Dynamic Economics for the Future ในการประชุมประจำปีของกลุ่มธนาคารโลกและ IMF ครั้งที่ 81 วันที่ 15 ต.ค.2569 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ

โดยนางคริสตาลินา ได้กล่าวชื่นชมว่า “ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพที่ยอดเยี่ยมมาก ตอนนี้พวกเราทุกคนอยู่ที่นี่แล้ว ขอให้ทุกคนออกไปเที่ยวและจับจ่ายใช้สอยกันด้วย พร้อมช่วยสนับสนุนชุมชนและเศรษฐกิจในท้องถิ่น”

ในช่วงเสวนา นางคริสตาลินา ระบุว่าโลกกำลังเผชิญความเปลี่ยนแปลงที่ประเทศต่างๆ ไม่อาจรอให้ปัญหาเกิดขึ้นแล้วจึงค่อยแก้ไข โดยเฉพาะความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่ต้องประเมินล่วงหน้า และการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีที่กำลังเปลี่ยนความสามารถในการแข่งขันของแต่ละประเทศ

ทั้งนี้ IMF ติดตามสถานการณ์ของประเทศสมาชิกอย่างใกล้ชิด แล้วนำข้อมูลมาประกอบกัน เพื่อประเมินว่าเศรษฐกิจกำลังมุ่งไปในทิศทางใด และมีความเสี่ยงอะไรที่ต้องระวัง โดยหน้าที่ของ IMF ถือเป็นองค์กรที่ได้รับค่าจ้างให้คอยกังวล เพราะการเตือนถึงความเสี่ยงอาจเป็นสิ่งที่ประเทศต่างๆ ไม่อยากได้ยิน แต่การชี้ปัญหาล่วงหน้าจะช่วยให้รัฐบาลมีเวลาตัดสินใจและเตรียมมาตรการก่อนสถานการณ์ลุกลาม โดยย้ำว่าการป้องกันย่อมดีกว่าการแก้ไขเมื่อปัญหาเกิดขึ้นแล้ว

นอกจากการเฝ้าระวัง IMF ยังช่วยประเทศสมาชิกพัฒนาสถาบันทางเศรษฐกิจ และออกแบบนโยบายให้เหมาะกับบริบทของตนเอง พร้อมถ่ายทอดบทเรียนระหว่างประเทศ ตั้งแต่กรีซถึงอาร์เจนตินา เพื่อให้ประเทศต่าง ๆ นำประสบการณ์ไปปรับใช้ได้อย่างเหมาะสม

สิ่งที่ประเทศสมาชิกต้องการเรียนรู้ ได้แก่ การทำให้นโยบายการเงินมีประสิทธิภาพ การใช้ระบบเป้าหมายเงินเฟ้อ การยกเลิกระบบอัตราแลกเปลี่ยนหลายอัตรา และการดำเนินนโยบายการคลังอย่างมีวินัย โดยไม่กดทับหรือบั่นทอนการเติบโตทางเศรษฐกิจ

สาระสำคัญคือ การรักษาเสถียรภาพต้องไม่แยกขาดจากการสร้างการเติบโต เพราะหากนโยบายการคลังเข้มงวดจนกระทบการลงทุนและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ก็อาจทำให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ยาก ขณะเดียวกัน หากขาดวินัยก็เสี่ยงสะสมความเปราะบางที่ย้อนกลับมาเป็นต้นทุนในอนาคต

นางคริสตาลินา กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ประเทศสมาชิกให้ความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างมาก คือการทำอย่างไรจึงจะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจยุค AI ได้ แม้บางประเทศจะเป็นผู้ผลิตเทคโนโลยี AI ขณะที่บางประเทศทำหน้าที่จัดหาส่วนประกอบ หรือปัจจัยที่เกี่ยวข้อง แต่เธอมองว่าทุกประเทศสามารถนำ AI ไปใช้ประโยชน์ได้ แม้แต่ประเทศที่ยากจนที่สุดก็มีโอกาสใช้เทคโนโลยีนี้ได้เช่นกัน

แนวคิด “Small AI” หรือการนำ AI ไปประยุกต์ใช้กับงานที่เฉพาะเจาะจงและตอบโจทย์จริง ซึ่งธนาคารโลกให้ความสำคัญ เป็นตัวอย่างของการขยายประโยชน์จากเทคโนโลยีไปสู่ภาคเกษตรกรรม บริการสุขภาพ และการศึกษา คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่าใครเป็นผู้สร้าง AI แต่คือแต่ละประเทศจะทำให้เทคโนโลยีช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและยกระดับบริการได้อย่างไร

เพื่อช่วยให้ประเทศต่างๆ ประเมินความพร้อมของตนเอง IMF จัดทำดัชนีความพร้อมรับ AI (Preparedness Index) โดยพิจารณาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ทักษะของประชาชน ความยืดหยุ่นของตลาดแรงงาน ความสามารถในการขยายการใช้ AI จากงานเฉพาะด้านไปสู่หลายภาคส่วน ตลอดจนกฎระเบียบและจริยธรรม

องค์ประกอบเหล่านี้สะท้อนว่า การปรับตัวเข้าสู่เศรษฐกิจ AI ไม่อาจพึ่งการลงทุนด้านเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพัฒนาคนและระบบรองรับไปพร้อมกัน หากโครงสร้างพื้นฐานไม่พร้อม แรงงานขาดทักษะ หรือกฎเกณฑ์ไม่เอื้อต่อการใช้ประโยชน์ เทคโนโลยีก็อาจไม่สามารถสร้างผลิตภาพได้เต็มศักยภาพ

นางคริสตาลินาย้ำว่า ไม่ว่าจะรัก เกลียด หรือกลัว AI เทคโนโลยีนี้ก็เกิดขึ้นแล้วและอยู่กับโลกในปัจจุบัน พร้อมเตือนให้ประเทศต่าง ๆ เปิดรับและเตรียมตัว เพราะหากมัวแต่ลังเล เมื่อหันกลับมาอีกครั้งก็อาจพบว่าตัวเองตามหลังผู้อื่นไปแล้ว

คำเตือนนี้ชี้ถึงความเสี่ยงของการปล่อยให้ช่องว่างด้านเทคโนโลยีและทักษะขยายตัว เพราะการแข่งขันในอนาคตไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าใครมีเทคโนโลยีล้ำหน้าที่สุดเท่านั้น แต่ขึ้นอยู่กับว่าใครสามารถนำเทคโนโลยีมาใช้จริงได้อย่างทั่วถึงและเหมาะสมกับเศรษฐกิจของตน

ขณะที่ เมื่อประเทศสมาชิกกำลังเผชิญปัญหารุนแรง และต้องการเงินทุน IMF สามารถเข้าไปช่วยเหลือผ่านการให้เงินกู้ โดยกำหนดเงื่อนไขเพื่อให้มั่นใจว่าประเทศผู้กู้จะสามารถชำระคืนได้ พอร์ตสินเชื่อของ IMF ยังไม่มีลูกหนี้ผิดนัดชำระหนี้ ซึ่งการช่วยเหลือทางการเงิน ต้องดำเนินควบคู่กับเงื่อนไขที่มุ่งรักษาความสามารถในการชำระหนี้ ไม่ใช่เพียงแก้ปัญหาเฉพาะหน้าโดยไม่คำนึงถึงเสถียรภาพในระยะยาว

เมื่อเชื่อมโยงกับบทบาทการเฝ้าระวังเศรษฐกิจ การให้คำแนะนำเชิงนโยบาย และการสนับสนุนเงินทุน จะเห็นว่า IMF ให้ความสำคัญกับการรับมือปัญหาอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การเตือนความเสี่ยงก่อนเกิดวิกฤต การสร้างนโยบายที่เหมาะสม ไปจนถึงการช่วยเหลือเมื่อประเทศต้องการเงินทุน

อย่างไรก็ตาม โลกกำลังเผชิญโจทย์สองด้านควบคู่กัน ด้านหนึ่งคือการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและป้องกันไม่ให้ความเสี่ยงสะสมจนกลายเป็นวิกฤต อีกด้านคือการเตรียมประเทศและประชาชนให้พร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงจาก AI ซึ่งจะมีผลต่อผลิตภาพและความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว การเตือนล่วงหน้าและการลงมือปรับตัวจึงเป็นสิ่งที่ไม่อาจแยกออกจากกันได้

ความคิดเห็น