คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangกรุงเทพฯ · เปลี่ยน

อนุทินชี้ คดีฮั้วสว.โยงการเมือง ลั่นต้องเคารพมติกกต. ศาลแบน10ปี ผู้สมัครกลุ่ม13วุฒิอิสระปูดน้ำเงินดึงซบ

ที่มา: มติชนอ่านแล้ว: 15

อนุทินชี้คดีฮั้วสว.โยงการเมือง ลั่นต้องเคารพมติกกต. ศาลแบน 10 ปี ผู้สมัครกลุ่ม13 วุฒิอิสระปูดขั้วน้ำเงินดึงซบ

เมื่อวันที่ 18 กันยายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีฮั้วเลือก ส.ว.หากยังไม่หยุดโจมตีจะมีมาตรการมากกว่าการฟ้องร้องดำเนินคดีที่เพิ่งดำเนินการไปหรือไม่ว่า ยังยืนยันเหมือนเดิมว่ารัฐบาลไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ การตัดสินใจหรือการส่งดำเนินคดีใดๆก็ตาม ในส่วนที่รับผิดชอบอยู่ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลมันไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ดังนั้นไม่มีข้อมูลที่จะให้ความเห็นใดๆได้

เมื่อถามว่ากรณีคดีฮั้วเลือกสว. มีคำวินิจฉัยจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไปแล้ว แต่ขณะนี้กกต.เสียงข้างมากถูกวิพากย์วิจารณ์ ส่วนกกต. เสียงข้างน้อยออกมาเปิดเผยข้อมูลมองอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า ไม่ได้มองอะไรเลย เพราะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับรัฐบาลหรืองานที่ตนรับผิดชอบอยู่ คิดว่าทุกอย่างมีหลักของมัน หลักประชาธิปไตยเขาถืออะไรเป็นหลัก พร้อมย้ำว่า การวินิจฉัยคดีความต่างๆขององค์กรอิสระ เคยเห็นทั้งคะแนนที่เป็นเอกฉันท์ คะแนนเสียงข้างมาก คะแนนก้ำกึ่ง และบางครั้งประธานฯ ต้องลงถึงสองครั้ง เห็นมาหมดทุกรูปแบบ แต่ที่สำคัญคือทุกรูปแบบต้องเป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ

“เขามีเขียนหรือไม่ว่าเสียงข้างน้อยต้องชนะ ถ้าไม่มี ก็แสดงว่าเสียงข้างมากวินิจฉัยอย่างไรก็ต้องเป็นไปตามเสียงข้างมาก ไม่ใช่เฉพาะเรื่องของกกต. แต่รวมถึงทุกหน่วยงานอื่นๆ ในคณะรัฐมนตรีก็เช่นกัน ในหัวข้อวาระพิจารณาเรื่องต่างๆถ้าถึงจุดที่เห็นไม่ตรงกัน ก็ต้องจบด้วยการลงมติ เมื่อมติเสียงข้างมากเป็นอย่างไรทุกคนต้องปฏิบัติตาม อย่างตนเคยเป็นมติเสียงข้างน้อยครั้งหนึ่งในสมัยรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี ก็ขอให้บันทึกความเห็นของรัฐมนตรีพรรคภท.ว่าเห็นเช่นนี้ แต่เมื่อเสียงส่วนใหญ่เห็นเป็นอย่างนั้น ชอบหรือไม่ชอบเราก็ต้องทำตาม “นายกฯกล่าว

เมื่อถามย้ำว่าแสดงว่ามองเรื่องนี้การเมืองล้วนใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า “จุดเริ่มเป็นการเมืองอยู่แล้ว จุดเริ่มตั้งแต่ก่อนมาถึงตรงนี้นานมาแล้ว 2 ปี มันเป็นการเมืองครับ ผมพูดอย่างนี้ก็แล้วกัน”

น.ต.วุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ สว. กลุ่มอิสระ กล่าวถึงการทำงานของวุฒิสภาต่อจากนี้ว่า เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ส่งคำร้องคดีฮั้วสว. ไปศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง เมื่อศาลฎีกาฯ รับคำร้องไว้ไต่สวนจะมีคำสั่งให้ สว. 26 คน ที่เกี่ยวข้องคดีฮั้วเลือกสว.จะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่จะทำให้เสียงหายไป 26 คน แต่แทบไม่มีผล เพราะประธานวุฒิสภา รองประธานวุฒิสภา ยังเป็นคนของฝ่ายเขาอยู่ อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงในส่วนของคนที่จะมาเป็นประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)สามัญของวุฒิสภา 4 – 5 คน เพื่อมาแทนสว.ที่หยุดปฎิบัติหน้าที่แต่ฝ่ายสีน้ำเงินยังคุมเสียงข้างมากอยู่ มองสภาพแล้วในวุฒิสภาคงไม่ได้มีอะไรแตกต่างไปจากเดิม เพราะมีการกำหนดไว้แล้วว่าห้ามส่งคำร้องไปศาลฎีกาเกินยี่สิบกว่าคน เขาก็ตัดออกมาได้แล้ว 26 คน แต่ขณะนี้สีน้ำเงินก็ยังคุมอยู่ ส.ว. 26 คน ก็ยังมาประชุมกันตามปกติ มีการปลุกขวัญกำลังใจกันเต็มที่

เมื่อถามว่า เสียงสว. ที่หายไป 26 คน แต่ตอนนี้ฝ่ายสีน้ำเงินก็ยังคุมสภาพในวุฒิสภาได้อยู่ น.ต.วุฒิพงศ์ กล่าวย้ำว่า ก็คุมได้ แต่ว่าก็ต้องไปหาพวกสว. อิสระ ให้มาอยู่กับพวกเขาเพิ่มเติมเสียงเข้าไป ก็มีหลายคนที่จากเดิมเป็น สว. อิสระ ตอนนี้ก็ไม่อิสระแล้ว ต้องคอยมอนิเตอร์ดูกันไป

วันเดียวกัน ศาลฎีกาเผยแพร่คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของ นางนิ่มนวล พฤกษ์ปัญญากุล ผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา กลุ่มที่ 13 อ.สตึก จบุรีรัมย์ เป็นเวลา 10 ปี หลังกรอกข้อมูลวุฒิการศึกษาและประวัติการทำงานไม่ตรงกับข้อเท็จจริง

ความคิดเห็น