อนุทิน สั่งระดมช่วยท่วม5จว. จมน้ำเน่า-ขยะล้น เตือนใต้ห้ามการ์ดตก จ่ายโอนเยียวยาแล้ว 600 คน
เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยนายอนุทิน กล่าวว่า หลายสถานการณ์คลี่คลายแล้วและอยู่ระหว่างเฝ้าระวัง โดยเฉพาะพื้นที่จ.ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ค่อนข้างน่าเป็นห่วง เพราะน้ำไม่สามารถระบายได้ และเกิดสภาวะเน่าเหม็น ขอให้จังหวัดระดมกำลังมาช่วยอย่างเต็มที่ แม้กระทั่ง อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา, อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี , อ.บางคล้า บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา, อ.องครักษ์ จ.นครนายก , อ.บางปลาม้า อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี ที่มีรายงานน้ำขังอย่างต่อเนื่อง และระดับน้ำที่เพิ่มขึ้นบ้าง บางแห่งเส้นทางคมนาคมถูกตัดขาด
“อีกประเด็นสำคัญ คือ การเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำในระยะต่อไป โดยเฉพาะการเฝ้าระวังพื้นที่ภาคใต้เป็นพิเศษ ซึ่งประชาชนแชร์อินโฟกราฟฟิกกันอย่างแพร่หลาย ช่วงตั้งแต่วันที่ 4-14 ตุลาคม ถือเป็นช่วง 10 วันอันตราย ขอให้กรมอุตุนิยมวิทยา กรม ปภ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อัพเดทสถานการณ์ให้ประชาชนรับทราบอยู่เสมอ ต้องสื่อสารในลักษณะที่ดึงความสนใจ เมื่อใกล้เวลาที่เหตุการณ์จะเปลี่ยน ต้องย้ำเตือนอีกที ขอให้ประกาศไว้ตลอดเวลา อย่าให้การ์ดตก อย่าให้การสื่อสารขาดตอน ช่วงนี้ภาคใต้ต้องเร่งจัดทำแผนเผชิญเหตุ ในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เพราะสถานการณ์ฝนเป็นไปตามการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา สำหรับพื้นที่ที่ผ่านวิกฤตและเข้าสู่ระยะฟื้นฟู ยังต้องช่วยเหลือประชาชน เก็บกวาด Big cleaning ทำความสะอาดพื้นที่สาธารณะ บาทวิถีของใช้ที่ถูกน้ำท่วม ขยะมูลฝอยชิ้นใหญ่ ต้องเตรียมรถบรรทุกและรถโกยเพื่อเปิดทางให้การจราจรสะดวกมากขึ้น กรณีประชาชนร้องขอความช่วยเหลือมา ขอให้สั่งการเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกให้มากที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้” นายอนุทิน กล่าว
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า เรื่องการเยียวยา ได้รับรายงานว่ารายชื่อเริ่มเข้ามาและมีการโอนเงินเยียวยาไปแล้วกว่า 600ราย และเริ่มทยอยโอนเรื่อยๆตามรายชื่อที่ได้รับมา พร้อมเน้นย้ำผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ต้องเร่งสำรวจและส่งรายชื่อมายังปภ. ขอให้ดำเนินการด้วยความรอบคอบ อย่าให้ซ้ำซ้อนและล่าช้า ซึ่งสำนักงบประมาณจัดสรรเงินงบประมาณส่วนเยียวยาให้ปภ และปภ.โอนไปยังธนาคารพร้อมจ่ายแล้ว ไม่ต้องรอสถานการณ์เรียบร้อยก่อนจ่าย ขอให้ปภ.ประสานธนาคารออมสินจัดเจ้าหน้าที่ทำหน้าที่นี้โดยตรงด้วยความรวดเร็ว ไม่น่าจะใช้ระยะเวลานาน การตรวจสอบขั้นตอนต่างๆให้จบที่กรมปภ.ให้เชื่อถือปภ.เป็นเจ้าของบัญชีเป็นหลัก ไม่ใช่ส่งไปที่ออมสินตรวจอีกรอบหนึ่ง
ด้าน นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรม ปภ. กล่าวว่า สถานการณ์น้ำ จ.ปราจีนบุรีและนครนายกวิกฤตทั้งคู่ โดยจ.นครนายก น้ำส่วนหนึ่งจะไหลผ่านจ.ปราจีนบุรีไปออกบางปะกง เป็นทางน้ำผ่านจึงจำเป็นต้องบริหารทางน้ำไหล ขณะนี้เครื่องสูบน้ำทั้งของ ปภ. กรมชลประทาน กรมโยธาธิการและผังเมือง รวมถึงหน่วยอื่นๆ อาทิ กองทัพเรือ กระทรวงกลาโหม มีการบริหารทรัพยากรกันในแต่ละพื้นที่ให้มีความเหมาะสมในแต่ละวัน ยืนยันว่าใช้อย่างเต็มกำลังและเป็นหนึ่งเดียวกัน จากการหารือกับ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม และฝ่ายทหารเรือ ทราบว่าจะทุ่มสรรพกำลังนำน้ำออกจากปลายน้ำบางปะกงให้เร็วกว่านี้และมากกว่านี้ เพื่อช่วยทั้งฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรีและนครนายก” นายนิรัตน์ กล่าว
นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ว่า ครม.มีมติประกาศพื้นที่ในการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดสมุทรสงคราม เนื่องจากประสบภัยก่อนปีงบประมาณใหม่ จากเดิมครม.ประกาศเขตภัยพิบัติและกันงบประมาณ 4,700 ล้านบาทสำหรับการเยียวยาเมื่อวันที่ 29 กันยายนที่ผ่านมา เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยครอบคลุมทุกพื้นที่
นพ.เอกภพ แถลงข่าวศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์อุทกภัย (JICC) ว่า สถานการณ์ ฝนตกระหว่างวันที่ 5 -7 ตุลาคมเป็นลักษณะฝนเปลี่ยนฤดู ส่งผลให้ภาคเหนือน มีอากาศหนาว แต่ต้องเฝ้าระวัง ดินโคลนถล่ม ขณะเดียวกันฝนจะเคลื่อนตัวจากภาคกลางไปภาคตะวันตก ลงสู่ภาคใต้ตอนล่าง ที่ จ.นครศรีธรรมราช สงขลาและจังหวัดฝั่งอันดามัน จะมีฝนตกชุกขึ้น ส่วนภาคกลาง และ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือฝนจะหยุดตกแล้ว และกลับมาตกอีกครั้งในวันที่ 10 – 13 ตุลาคม จะกระจายอยู่ฝั่งภาคตะวันตก จ. กาญจนบุรี เพชรบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร ส่วนภาคใต้ฝนจะตกต่อเนื่อง ขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
“สถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำแม่กลอง เขื่อนวชิราลงกร มีน้ำ 98% เขื่อนศรีนครินทร์ 90% ตอนนี้เตรียมพร่องน้ำออกมากกว่ารับน้ำเข้าเพื่อรองรับฝนที่ตกมาเพิ่ม ขณะที่เขื่อนแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ระดับน้ำเต็มความจุอ่าง กำลังเร่งระบายน้ำรองรับฝนที่ตกลงเพิ่ม ขอให้ประชาชน ต.เขากระปุก อ.ท่ายาง อ.เมืองเพชรบุรี อ.หนองหญ้าปล้อง ติดตามการแจ้งเตือนจากจังหวัดอย่างใกล้ชิด ส่วนสถานการณ์น้ำภาคตะวันออก จ.ปราจีนบุรี น้ำจะลดลงช้า เนื่องจาก อ.กบินทร์บุรีน้ำยังล้นตลิ่งและไหลลงมาเมืองปราจีน อีกก้อนไหลมาทาง จ.นครนายก ตอนนี้มีการบริหารจัดการในเขื่อนขุนด่านปราการชล ลดการระบายน้ำและบริหารจัดการน้ำ ให้กระทบกับประชาชนน้อยที่สุด เบื้องต้น มี 8 อำเภอฉะเชิงเทราที่ต้องเฝ้าระวัง” นพ.เอกภพ กล่าว
ที่จ.ปราจีนบุรี สถานการณ์น้ำท่วม ต.บ้านสร้าง ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเส้นทางพนมสารคาม-บ้านสร้าง ยังมีน้ำท่วมขังและระดับน้ำสูง ตั้งแต่บริเวณ แพปริญญาถึงหน้าบริษัท ยูนิแรม 2 ผู้ใช้เส้นทางต้องเพิ่มความระมัดระวัง ขณะที่เส้นทางบ้านสร้าง-บางขนาก, บ้านสร้าง -ดงละคร , บ้านสร้าง ไผ่แถว โยธากามุ่งหน้าองค์รักษ์ มีน้ำท่วมค่อนข้างสูงไม่สามารถสัญจรได้ ยกเว้นรถกระบะยกสูง ส่วนเขตเทศบาลเมืองปราจีนบุรี มีแนวโน้มลดระดับลงในหลายพื้นที่ ประชาชนทยอยเดินทางกลับเข้าบ้านเรือนเพื่อสำรวจความเสียหายและทำความสะอาดบ้าน และพื้นที่ริมตลิ่งและแนวแม่น้ำปราจีนบุรี ยังคงมีระดับน้ำสูง บางจุดยังไม่สามารถเข้าพักอาศัยได้