‘อนุทิน’ แจกงานรมต.สู้ท่วม ‘ปชน.’ ส่งทีมลงช่วยปชช.ใช้สภาฯรุกรบ.แก้วิกฤต ‘เท้ง’ ยังคาใจคดีบาร์โค้ด มะกันคืน11โบราณวัตถุ
เมื่อวันที่ 29 กันยายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.) เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยกล่าวสั้นๆ ก่อนการประชุมถึงการลงพื้นที่ติดตามการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมว่า จะให้บรรดารัฐมนตรีกระจายกันลงพื้นที่
วันเดียวกัน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) พร้อมด้วย นายเดชรัต สุขกำเนิด ผู้อำนวยการศูนย์นโยบายเพื่ออนาคต และประธานคณะทำงานติดตามสถานการณ์น้ำ พรรค ปชน. และ ส.ส.นนทบุรี ลงพื้นที่ติดตามการระบายน้ำ ที่ประตูระบายน้ำคลองบางตลาด จ.นนทบุรี
นายณัฐพงษ์ กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำท่วมของรัฐบาล ว่า ตอนนี้นอกจากเรื่องของการแจ้งเตือนที่ผ่านพ้นแล้ว อาจจะต้องเริ่มมองภาพรวมของการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ รวมถึงการเยียวยาประชาชนก็ต้องดำเนินการไป แต่สิ่งหนึ่งที่มองว่าประชาชนอาจจะอยากรับฟังจากรัฐบาลคือ การวางแผนการจัดการน้ำ การป้องกันในปีต่อไปเป็นอย่างไร
ผู้สื่อข่าวถามว่า ให้คะแนนจัดการสถานการณ์น้ำท่วมอย่างไร นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า คิดว่าการให้คะแนนในการดำเนินการของภาครัฐขอให้เป็นความเห็นของพี่น้องประชาชน ตนในฐานะที่เป็นตัวแทนของประชาชน มีหน้าที่เติมเต็ม สนับสนุนการทำงานทุกอย่างตรงไหนที่ยังขาด หน่วยงานรัฐยังเข้าไม่ถึง มีหน้าที่ให้ตัวแทนประชาชนส่งเสียงสะท้อนมา แล้วเป็นตัวกลางประสานเอาสิ่งของความช่วยเหลือเข้าไปช่วยเหลือประชาชน
เมื่อถามถึง กรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่แล้วถูกด่า นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า นายกฯ ได้แสดงความเห็นไปแล้วว่าอย่างไรก็ต้องรับ เป็นบทบาทในฐานะนายกฯ
เมื่อถามว่า การบริหารของรัฐบาลถือว่าล้มเหลวนำไปสู่ประเด็นอภิปรายได้หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจ เราเก็บเกี่ยวมาอย่างต่อเนื่องไม่ใช่เฉพาะกรณีน้ำท่วม ส่วนการบริหารจัดการน้ำ อย่างที่พวกเราได้เห็นว่าปัญหาต่างๆ มันมีเยอะ สิ่งที่รัฐบาลควรทำคือการส่งตัวแทนของรัฐหรือพรรคการเมืองลงมาในพื้นที่ เพื่อเข้าใจประชาชนมากที่สุด เพื่อจะแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด
ด้าน นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค ปชน. กล่าวว่า ในสัปดาห์นี้ที่มีการกำหนดการประชุมสภาผู้แทนราษฎรไว้ล่วงหน้า 3 วัน คือ วันที่ 30 กันยายนถึงวันที่ 2 ตุลาคม ขณะที่หลายพื้นที่ยังคงเผชิญกับปัญหาน้ำท่วม หรืออยู่ในสถานการณ์ที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ส.ส.พรรคปชน.จะเดินหน้าทำหน้าที่ในสภาฯ คู่ขนานไปกับการแบ่งทีมประสานความช่วยเหลือและส่งมอบสิ่งของหน้างานให้กับประชาชนที่ยังประสบปัญหาในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ นอกเหนือจากวาระพิจารณากฎหมายที่อยู่ในระเบียบวาระปกติแล้ว ส.ส.พรรคปชน.ตั้งใจจะใช้กลไกสภาฯ เสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาต่อรัฐบาล ผ่าน 2 กลไกสำคัญ 1.การเสนอญัตติด่วนในวันที่ 30 กันยายน สะท้อนปัญหาที่แกนนำ ส.ส. และทีมงานพรรคได้รวบรวมมาจากหน้างานในแต่ละพื้นที่ พร้อมนำเสนอข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบต่อรัฐบาล และ 2.การตั้งกระทู้ถามรัฐบาลในวันที่ 1 ตุลาคม เพื่อขอความชัดเจนเกี่ยวกับประสิทธิภาพของกลไกการแจ้งเตือนภัย การสั่งการเผชิญเหตุและการประสานงานระหว่างหน่วยงาน รวมถึงแนวทางการฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำลด
นายณัฐพงษ์ให้สัมภาษณ์กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า บัตรเลือกตั้งที่มีคิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ดชอบด้วยกฎหมายว่า ไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ มองว่าการผลิตบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดที่ระบุได้เป็นรายบัตรที่สามารถโยงไปหาผู้มีสิทธิเลือกตั้งในการออกเสียงได้ อย่างไรก็เป็นการเลือกตั้งที่ไม่ลับอยู่แล้ว แต่เหตุผลที่ศาลรัฐธรรมนูญให้ว่า จริงๆ แล้วแนวปฏิบัติในการเก็บไว้แยกส่วนกันในทางปฏิบัติ แต่คำถามที่สำคัญคือ หากมีเจ้าหน้าที่รัฐที่ไม่ได้ออกมาปรากฏเป็นหน้าข่าว ทำงานอยู่เบื้องหลังแอบไปประกอบข้อมูลเช็ตนี้ก็มีความเป็นไปได้ที่สุดท้ายแล้วจะมีผู้ไม่หวังดีรับรู้ได้ว่าใครโหวตอะไรบ้าง ใครลงคะแนนอย่างไรบ้าง คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ออกมา ก็อาจจะมีส่วนที่ย้อนแย้งด้วยส่วนหนึ่งที่บอกว่าลับในทางปฏิบัติ แต่ก็ไม่อยากให้ทำอีกในอนาคต เป็นลักษณะเช่นนี้ มองว่าเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่จะไปปรับปรุงตามคำวินิจฉัยของศาล ส่วนของพรรค ปชน.มองว่าการตัดปัญหาที่ต้นตอส่วนหนึ่ง คือการทำหน้าที่ขององค์กรอิสระ เช่น กกต. หรือ ศาลรัฐธรรมนูญที่ออกคำวินิจฉัยเช่นนี้ สุดท้ายเตรียมที่จะผลักดันให้องค์กรอิสระต่างๆทั้งที่มาและที่ไปมีความยึดโยงกับประชาชนมากขึ้น ผู้สื่อข่าวถามว่า มองอย่างไรที่พูดกันว่าลับแบบมีเงื่อนไข นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า จริงๆ ลับหรือไม่ลับ มองว่าก็พิสูจน์ได้ในเชิงการให้เหตุและผล ต้องบอกว่าเทคนิควิธีการในการทำให้บัตรเลือกตั้งมีความปลอดภัย ส่งไปถึงหน่วยเลือกตั้งได้โดยไม่ให้มีการทุจริต ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการพิมพ์ลายน้ำที่มองไม่เห็น หรือใช้คิวอาร์โค้ด บาร์โค้ดนั้น ย่อมสามารถทำได้อยู่แล้ว แต่สิ่งที่เป็นปัญหาที่ผ่านมาคือบาร์โค้ด เป็นโค้ดที่สามารถระบุถึงผู้มีสิทธิเลือกตั้งรายคนได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่พรรคประชาชน (ปชน.) เรายืนในหลักเดิมมาตลอดและขอแสดงความไม่เห็นด้วยต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
ขณะที่ Royal Thai Consulate General NY รายงานว่า เมื่อวันที่ 16 กันยายน สถานกงสุลใหญ่ ณ นครนิวยอร์ก ร่วมกับหน่วยปราบปรามการลักลอบค้าโบราณวัตถุ สำนักงานอัยการเขตแมนฮัตตัน (Antiquities Trafficking Unit, The Manhattan District Attorney’s Office) จัดพิธีรับมอบโบราณวัตถุไทย 11 รายการ เพื่อส่งคืนแก่รัฐบาลไทย ณ สถานกงสุลใหญ่ ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา โดยมี น.ส.สมใจ ตะเภาพงษ์ กงสุลใหญ่ ณ นครนิวยอร์ก เป็นผู้แทนฝ่ายไทยรับมอบโบราณวัตถุทั้ง 11 รายการ ประกอบด้วย พระพุทธรูป 5 รายการ พระพิฆเนศ 1 รายการ ภาชนะเครื่องปั้น 4 รายการ และหัวหอกสำริด 1 รายการ
ทั้งนี้ สำนักงานอัยการเขตแมนฮัตตันตรวจยึดโบราณวัตถุทั้ง 11 รายการ ได้จากการสอบสวนขบวนการลักลอบขุดค้นนำออกนอกประเทศ และซื้อขายโบราณวัตถุโดยมิชอบด้วยกฎหมายจากหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย โดยโบราณวัตถุดังกล่าวถูกนำเข้านครนิวยอร์กและนำออกจำหน่ายผ่านแกลเลอรีของนาย Subhash Kapoor ผู้ค้าโบราณวัตถุ ซึ่งถูกดำเนินคดีในข้อหาเกี่ยวข้องกับการลักลอบค้าโบราณวัตถุ โดยการส่งคืนครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 2 หลังสำนักงานอัยการเขตแมนฮัตตันได้ส่งคืนโบราณวัตถุให้แก่ประเทศไทยครั้งแรกเมื่อปี 2564