‘ไอซ์ รักชนก’ จวก ‘เลขาฯ ประกันสังคม’ ทำงานห่วย มีระบบราชการคุ้มกะลาหัว ไม่เข้าใจให้ข้อมูลขัดกฎหมาย ปมนำโพยเข้าคูหาเลือกตั้ง ‘บอร์ดประกันสังคม”’ ชี้กฎหมายห้ามเฉพาะสื่อผู้สมัคร ลั่นอย่าทำผู้ประกันตนใช้สิทธิ์ยาก ลั่น ถ้าเป็น ‘รมว.แรงงาน’ จะเรียกมาคุย ขอแรง ‘ผู้ประกันตน’ ช่วงโค้งสุดท้าย กำจัดเห็บ-หมัดที่กัดกินมา 30 ปี
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 24 กันยายน ที่รัฐสภา น.ส.รักชนก ศรีนอก ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุม กมธ.ฯ วาระติดตามการใช้งบประมาณการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ว่า การจดโพยเข้าไปเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ภายหลังที่เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ออกมาให้สัมภาษณ์แบบกำกวมว่าจะสามารถนำโพยเข้าไปได้หรือไม่ว่า ยืนยันว่า ในมาตรา 44 ได้ระบุชัดเจนว่า ห้ามนำสิ่งที่เกี่ยวข้องที่เป็นสื่อของผู้สมัครเข้าไปในคูหาเลือกตั้ง แต่ถ้าเป็นเอกสารส่วนตัว เช่น กระดาษที่พกเข้าไปเอง ก็ควรจะตีความว่า สามารถนำเข้าไปได้ ซึ่งตนเองไม่เข้าใจเหมือนกันว่า เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ทำไมถึงออกมาให้ข้อมูลที่ขัดกับตัวบทกฎหมาย
น.ส.รักชนก กล่าวต่อว่า เข้าใจว่ามติวันที่ 9 กันยายน มีเอกสารออกมาให้พวกเราหลายคนได้อ่านแล้ว ซึ่งอ้างอิงจากคำพิพากษาของศาลในคดีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา หรือ สว. ซึ่งสามารถที่จะนำโพยเข้าไปได้ จึงขอตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดสำนักงานประกันสังคม มีความพยายามที่จะทำให้การไปใช้สิทธิ์ มีความยากลำบาก เพราะหากตีความตามตัวบทกฎหมาย และตามมติของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ก็ควรที่จะสามารถนำโพยเข้าไปได้ แต่การออกมาสื่อสารว่า ไม่สามารถนำเอกสารเข้าไปได้ หรือให้เป็นดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่นั้น เลขาธิการประกันสังคมคิดว่า เจ้าหน้าที่จะทำอย่างไร ซึ่งเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ก็จะต้องปกป้องตัวเองก่อน เพราะไม่อยากตัดสินอะไรที่ลำบาก ก็ต้องห้ามนำโพยเข้าอยู่แล้วแน่นอน
“ถ้าดิฉันเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน จะเรียกเลขาธิการประกันสังคมเข้าไปคุยว่า ท่านเป็นข้าราชการมาตั้งนาน ทำไมท่านถึงบิดเบือนตัวบทกฎหมาย อ่านดูก็รู้อยู่แล้วว่า มันน่าจะต้องตีความยังไง ทำไมถึงยังบิดเบือนให้คนเข้าใจผิด แล้วทำไมถึงต้องทำให้ผู้ประกันตน ไปใช้สิทธิ์ยาก แต่บังเอิญว่า ดิฉันก็ไม่ได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ดิฉันก็ไม่ได้มีอำนาจนั้น แต่ถ้ามีก็คงจะทำ” น.ส.รักชนก กล่าว
น.ส.รักชนก กล่าวต่อว่า เรื่องนี้ทางที่เซฟที่สุดก็คงเป็นการจดใส่มือ ตามที่หลายคนได้แนะนำกัน และขอแนะนำว่า ถ้าวันจริงใครไปใช้สิทธิ์แล้วพนักงานประกันสังคม คนไหนที่มีปัญหา ขอถ่ายคลิปวิดีโอ และภาพถ่ายไว้แล้วส่งมาที่ตน ซึ่งจะตามหาตัว และหลังจากการเลือกตั้งก็จะดำเนินการในส่วนที่คณะกรรมาธิการสามารถจะดำเนินการได้ แต่ก็ไม่อยากให้สำนักงานประกันสังคมลุแก่อำนาจมากไปกว่านี้ เพราะการเลือกตั้งก็มีความยากลำบากอยู่แล้ว ก็หวังว่า ในวันเลือกตั้งจะไม่มีความวุ่นวาย อย่างไรก็ตามก็ต้องขอแรงผู้ประกันตนเพราะไม่มีอะไรที่ไว้ใจได้
น.ส.รักชนก กล่าวอีกว่า คูหาจะเปิดตั้งแต่ 08.00-16.00 น. ถ้าไม่เหนือบ่ากว่าแรงของทุกท่าน กว่าเราจะหากันได้แต่ละคะแนน มันยากลำบาก แต่ว่าการที่มันจะหายไป มันหายไปได้ง่ายมาก จากคนที่ขานเขาขานผิด หรือขานว่า เป็นบัตรเสียหาย มันง่ายมาก ดังนั้น ก็อยากจะเชิญชวนว่า หลังจากการเลือกตั้งเสร็จแล้ว ถ้ามีเวลาดูการนับคะแนนต่อ ตนคิดว่าคงใช้เวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมงในการนับคะแนน
เมื่อถามว่า มองเรื่องการทำงานของสำนักงานประกันสังคม ในการประชาสัมพันธ์บอร์ดเลือกตั้งครั้งนี้อย่างไร น.ส.รักชนก กล่าวว่า ตนเคยไปถาม ประชาชนในในพื้นที่ที่มีมนุษย์เงินเดือนจำนวนมาก เช่น สยาม นนทรี หรือสีลม และแม้กระทั่งประชาชนที่อยู่ในเมืองชั้นใน และใช้โซเชียลมีเดียอย่างต่อเนื่องได้ติดตามข่าวสารนั้น พบว่ามี ประมาณ 70% ยังไม่ทราบเลยว่า จะมีการเลือกตั้ง และ 90% ไม่ทราบว่า บอร์ดประกันสังคมมีหน้าที่อะไร จึงขอตั้งคำถามกับสำนักงานประกันสังคมว่า งบประชาสัมพันธ์ของประกันสังคม ที่ทุกปีจะมีงบประชาสัมพันธ์อยู่ที่ประมาณ 300 ล้านบาท และงบเลือกตั้ง 270 ล้านบาท ซึ่งแบ่งเป็นงบเฉพาะการประชาสัมพันธ์การเลือกตั้งประกันสังคม 40 ล้านบาท จึงอยากถามว่า เอาไปทำอะไร เอาเงินไปละลายกับอะไรหมด เพราะหนึ่งเดือนก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง เพิ่งจะมีการคลิกออฟจากสำนักงานประกันสังคม หรือเริ่มจัดซื้อสร้างเอกสาร ที่ออกไปรณรงค์ ทำให้เห็นความจริงใจของสำนักงานประกันสังคม
“รู้มาเป็นปีแล้วว่า จะมีการเลือกตั้ง แต่เพิ่งทำเอกสารในการรณรงค์ในเดือนสุดท้าย และการเลขาธิการประกันสังคมไปแจกแผ่นประชาสัมพันธ์ ด้วยตัวเอง ประมาณ 2-3 อาทิตย์ก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง จึงขอตั้งคำถามว่า ถ้าท่านมีความจริงใจจริงๆ นี่คือ การเตรียมตัวของสำนักงานประกันสังคมเหรอ ถ้าท่านทำงานในบริษัทเอกชน ท่านทำงานห่วยแตกแบบนี้ ท่านไม่มีโอกาสได้ไปต่อนะคะ แต่โชคดีไงที่ท่านยังอยู่ในระบบราชการ และระบบระเบียบต่างๆ มันคุ้มกะลาหัวพวกท่านได้ ทำให้พวกท่านทำงานห่วยๆ แล้วยังสามารถอยู่ในสำนักงานประกันสังคมต่อไปได้” น.ส.รักชนก กล่าว
น.ส.รักชนก กล่าวต่อว่า แม้ว่าตนจะไม่ได้เป็นผู้ประกันตน และไม่ได้เป็นนายจ้าง แต่ตนอยากเห็นสำนักงานประกันสังคมให้ดีขึ้นมีความโปร่งใส และอยากจะทำให้คนที่มีมีการทุจริตคอร์รัปชั่น เห็บ-หมัด ที่มีการกัดกินประกันสังคมมาอย่างยาวนานตลอด 30 ปีต้องถูกจัดการ ซึ่งถ้าเรามีเจตจำนงตรงกันที่อยากเห็นสำนักงานประกันสังคมดีขึ้น ต้องขอแรงทุกคนในโค้งสุดท้าย ให้ช่วยกันจริงๆ