คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangกรุงเทพฯ · เปลี่ยน

อย่าเพิ่งตระหนก กษ. ยัน UPOV1991 อยู่ช่วงศึกษา ยึดผลประโยชน์คนไทย 12 ต.ค. 2569

ที่มา: bangkokbiznews.com

กระทรวงเกษตรฯ ขอประชาชนอย่าเพิ่งกังวล อนุสัญญา UPOV1991 ยืนยัน กรมวิชาการเกษตร อยู่ระหว่างศึกษาข้อดี-ข้อเสียอย่างรอบคอบ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็น เกษตรกร ลั่นยึดผลประโยชน์คนไทยเป็นหลัก

- กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยืนยันว่าการเข้าร่วมอนุสัญญา UPOV1991 ยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษาข้อมูลเท่านั้น ยังไม่มีการตัดสินใจใดๆ

- มีการสั่งการให้ศึกษาข้อดี ข้อเสีย และผลกระทบอย่างรอบด้าน โดยเน้นการรับฟังความคิดเห็นจากเกษตรกรและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเป็นสำคัญ

- หากผลการศึกษาและรับฟังความเห็นพบว่าไม่เป็นประโยชน์ต่อคนไทย กระทรวงเกษตรฯ จะยึดภารกิจในการปกป้องผลประโยชน์ของเกษตรกรและจะไม่ดำเนินการต่อ

ท่ามกลางความกังวลของสังคมต่อการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ (UPOV1991) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ออกมายืนยันเจตนารมณ์ในการปกป้องสิทธิเกษตรกรไทย พร้อมกางกระบวนการพิจารณาเชิงลึกอย่างรอบคอบและเปิดกว้าง เพื่อให้มั่นใจว่าทุกการตัดสินใจจะเกิดประโยชน์สูงสุดต่อคนไทย

- กษ. เบรกดราม่า UPOV1991 การันตีฟังรอบด้าน ไม่กระทบสิทธิ

นายกฤษ อุตตมะเวทิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะโฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ (UPOV1991) ในกรอบการเจรจากับสหภาพยุโรปว่า นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการอย่างชัดเจนให้กรมวิชาการเกษตร ศึกษารายละเอียด ข้อดี ข้อเสีย และผลกระทบต่อเศรษฐกิจและวิถีชีวิตเกษตรกรอย่างรอบด้าน

ที่สำคัญที่สุดคือต้องจัดรับฟังความคิดเห็นของเกษตรกรและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียให้มากที่สุด โดยปัจจุบันยังไม่มีการพิจารณาหรือเจรจาตกลงกับฝ่ายใดทั้งสิ้น หากผลการรับฟังความคิดเห็นพบว่าประชาชนและเกษตรกรไม่ได้ประโยชน์ กระทรวงเกษตรฯ พร้อมยึดภารกิจหลักในการปกป้องผลประโยชน์ของคนไทยและเกษตรกรเป็นสำคัญ

- วิเคราะห์ 2 มิติ UPOV1991 กับ พ.ร.บ. คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542

ข้อถกเถียงเกี่ยวกับอนุสัญญา UPOV1991 แบ่งออกเป็น 2 มุมมองสำคัญ คือ

มิติโอกาสทางการค้า ฝ่ายที่เห็นด้วยมองว่า UPOV1991 เป็นกรอบสากลที่คุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของนักปรับปรุงพันธุ์พืช ซึ่งจะช่วยสร้างแรงจูงใจในการวิจัยและพัฒนา กลายเป็นทางเลือกใหม่ให้เกษตรกรไทยแข่งขันในตลาดโลกได้

มิติการปกป้องวิถีเกษตรกรรมไทย ปัจจุบันประเทศไทยบังคับใช้ พ.ร.บ. คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 ซึ่งเน้นสร้างความสมดุลระหว่างการคุ้มครองนักปรับปรุงพันธุ์ใหม่ ควบคู่ไปกับการปกป้องคุ้มครองพันธุ์พืชพื้นเมือง พันธุ์พืชชุมชน มีระบบแบ่งปันผลประโยชน์ (Benefit Sharing) และให้สิทธิเกษตรกร (Farmer’s Privilege) ในการเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกต่อได้อย่างอิสระ

- กรมวิชาการเกษตร ย้ำ หลายขั้นตอนในการพิจารณา พ.ร.บ. เดิมยังคุ้มครองแน่น

ด้าน นางศศิญา ปานตั้น รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร ในฐานะโฆษกกรมวิชาการเกษตร ยืนยันว่าเรื่องนี้ยังอยู่ในชั้นศึกษาข้อมูล และต้องผ่านกระบวนการพิจารณาอีกหลายขั้นตอน ทั้งในระดับกรมฯ กระทรวงฯ คณะรัฐมนตรี และรัฐสภา รวมถึงการเปิดประชาพิจารณ์รับฟังความคิดเห็นจากประชาชน จึงขอให้ประชาชนคลายความกังวล ทั้งนี้ พ.ร.บ. คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ยังคงทำหน้าที่คุ้มครองสิทธิและการเพาะปลูกของเกษตรกรไทยอย่างสมบูรณ์

การตั้งรับกระแส UPOV1991 ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงท่าทีที่รอบคอบและการให้ความสำคัญกับสิทธิของเกษตรกรฐานราก การดึงทุกภาคส่วนเข้าร่วมวิเคราะห์ข้อดี-ข้อเสียอย่างโปร่งใส ไม่เพียงแต่จะช่วยลดความขัดแย้งในสังคม แต่ยังเป็นการวางกรอบนโยบายทรัพย์สินทางปัญญาด้านการเกษตรของไทยให้เท่าทันโลก โดยไม่ทิ้งวิถีชีวิตและภูมิปัญญาท้องถิ่นไว้ข้างหลัง

ความคิดเห็น