อย่าชะล่าใจ! แพทย์เตือน หญิง 64 ปวดกระดูกไร้สาเหตุ สุดท้ายป่วย “มะเร็งปอด”
อย่าชะล่าใจ! แพทย์โพสต์เตือน หญิง 64 ปวดกระดูกไม่มีสาเหตุ-ไม่เกิดอุบัติเหตุกระแทกแรงๆ สุดท้ายตรวจเจอป่วย “มะเร็งปอด” ลุกลาม
เมื่อวันที่ 14 ก.ย. 69 นพ.ภูรินทร์ ห้าประเสริฐ คลินิกโรคปอดและระบบทางเดินหายใจ ประจำโรงพยาบาลมหาชัย โพสต์เคสผู้ป่วยที่ได้ทำการรักษาผ่านทางหน้าเฟซบุ๊กส่วนตัว Phurin Harprasert ระบุว่า
“วันนี้มีเคสอยากเล่า อีกละ มาติดตามกันครับ เธอไม่ได้มาหาหมอเพราะไอ…ไม่ได้มาหาหมอเพราะเหนื่อย…แต่เธอมาหาหมอเพราะปวดไหปลาร้า และสุดท้าย เรากลับพบว่าต้นตอของความเจ็บปวดครั้งนี้อยู่ที่ปอด
ผู้หญิงอายุ 64 ปี มาหาหมอกระดูกด้วยอาการปวด เจ็บ และบวมบริเวณไหปลาร้าข้างขวา กดก็เจ็บ…ขยับก็เจ็บ เป็นมาเพียง 3 วัน และที่สำคัญคือ ไม่มีอุบัติเหตุ ไม่มีการกระแทก!!!
ถ้ามองเพียงผิวเผิน หลายคนอาจคิดถึงโรคของกระดูกหรือกล้ามเนื้อ แต่เมื่อซักประวัติเพิ่มเติม กลับพบว่าเธอมีอาการ
* เบื่ออาหาร
* น้ำหนักลด 4 กิโลกรัมใน 1 เดือน
* ไอแห้ง ๆ ต่อเนื่องมา 1 เดือน
เอกซเรย์บริเวณไหปลาร้า พบภาพผิดปกติคล้ายกระดูกถูกทำลาย คำถามสำคัญจึงเกิดขึ้น…นี่ไม่ใช่แค่ “ปวดกระดูก” หรือเปล่า? แต่เป็นกระดูกที่กำลังถูกมะเร็งทำลายอยู่หรือไม่?
เมื่อทำ CT scan ช่องอกและช่องท้อง คำตอบเริ่มชัดขึ้น…พบก้อนบริเวณทรวงอกด้านหลังหัวใจ พบต่อมน้ำเหลืองในทรวงอกโตหลายตำแหน่ง พบก้อนที่ต่อมหมวกไตด้านซ้าย และที่สำคัญ…พบรอยโรคทำลายกระดูกหลายตำแหน่ง ทั้งกระดูกไหปลาร้า กระดูกซี่โครง และกระดูกสันหลัง L2
ภาพทั้งหมดทำให้เราสงสัยอย่างมากว่า มะเร็งปอดระยะกระจาย ที่กำลังประกาศตัวผ่าน “อาการปวดกระดูก”
มะเร็งปอดไม่ได้ทำให้คนไข้มีเพียงไอ ไอเป็นเลือด หรือเหนื่อยหอบเท่านั้น เมื่อโรคกระจายไปยังกระดูก มันสามารถทำให้เกิดปวดกระดูก กระดูกถูกทำลาย กระดูกหักได้แม้ไม่ได้เกิดอุบัติเหตุ และบางรายอาจมีภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น กระดูกสันหลังยุบหรือกดทับไขสันหลัง
ดังนั้น…อาการปวดกระดูกที่เกิดขึ้นใหม่ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ หากไม่มีอุบัติเหตุร่วมกับน้ำหนักลด เบื่ออาหาร หรือมีอาการผิดปกติอื่น ๆ อย่าคิดว่าเป็นเพียงอาการปวดกระดูกธรรมดา เพราะบางครั้ง…สิ่งที่เจ็บอยู่ที่ไหปลาร้า อาจไม่ใช่ต้นเหตุของโรค และสิ่งที่เราเห็นว่าเป็นเพียง “กระดูกที่ปวด” อาจเป็นสัญญาณที่ร่างกายกำลังพยายามบอกเราว่า มีโรคร้ายซ่อนอยู่ที่อื่นมานานแล้ว
สำหรับผู้ป่วยรายนี้ ขั้นตอนต่อไปคือการเก็บชิ้นเนื้อเพื่อยืนยันชนิดของมะเร็ง และตรวจทางพยาธิวิทยาและโมเลกุล เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุด เพราะปัจจุบันการรักษามะเร็งปอดไม่ได้มีเพียงเคมีบำบัด แต่การเลือกการรักษาขึ้นอยู่กับชนิดของมะเร็งและลักษณะทางโมเลกุลของก้อนมะเร็งด้วย
เคสนี้จึงสอนเราว่า… อย่าดูเฉพาะอวัยวะที่คนไข้บอกว่าเจ็บ ต้องมองหาสาเหตุที่อยู่เบื้องหลัง เพราะบางครั้ง “ปอด” อาจเป็นต้นทาง แต่ “กระดูก” กลับเป็นที่แรกที่ส่งสัญญาณให้เรารู้”
อ้างอิงจาก : FB Phurin Harprasert