คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangกรุงเทพฯ · เปลี่ยน

อดีตผอ. FBI "เจมส์ โคมีย์" ถูกฟ้องอาญารอบ 3 ข้อหาทำข้อมูลความมั่นคงรั่วไหล

ที่มา: ไทยรัฐ

อัยการรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ดำเนินการตั้งข้อหาต่อนายเจมส์ โคมี อดีตผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ หรือเอฟบีไอ เป็นครั้งที่ 3 ในคดีที่เกี่ยวข้องกับการเปิดเผยข้อมูลด้านความมั่นคงแห่งชาติให้แก่สื่อมวลชน ขณะที่โคมีปฏิเสธข้อกล่าวหาและระบุว่าเป็นการใช้อำนาจกระทรวงยุติธรรมในทางมิชอบ ด้านทนายความยื่นคำร้องขอให้ศาลยกฟ้อง โดยตั้งข้อสงสัยว่าคดีอาจพ้นอายุความแล้ว

อัยการรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ดำเนินการตั้งข้อหาเจมส์ โคมีย์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ หรือเอฟบีไอ ในข้อหาเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลด้านความมั่นคงแห่งชาติให้แก่บุคคลที่ไม่มีสิทธิได้รับข้อมูลดังกล่าว นับเป็นความพยายามดำเนินคดีอาญากับนายโคมีย์เป็นครั้งที่ 3 ซึ่งถือเป็นผู้วิพากษ์วิจารณ์ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มาอย่างยาวนาน

เอกสารคำฟ้องที่เปิดเผยต่อสาธารณะระบุว่า เหตุการณ์ที่ถูกกล่าวหาเกิดขึ้นในเดือนตุลาคมปี 2559 ขณะที่โคมีย์ยังดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการเอฟบีไอ โดยถูกกล่าวหาว่าสั่งการให้บุคคลที่ไม่เปิดเผยชื่อส่งต่อข้อมูลด้านความมั่นคงแห่งชาติให้แก่ผู้สื่อข่าวของสำนักข่าวระดับประเทศ อย่างไรก็ตาม เอกสารไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับข้อกล่าวหาทั้งสองกระทงมากนัก

โคมีย์โพสต์วิดีโอผ่านแพลตฟอร์ม Substack ปฏิเสธการกระทำผิด พร้อมระบุว่าการดำเนินคดีเป็นการใช้อำนาจกระทรวงยุติธรรมในทางมิชอบอย่างร้ายแรง และยืนยันว่าเขายังคงบริสุทธิ์ ไม่หวาดกลัวผู้ที่อยู่เบื้องหลังการดำเนินคดี และยังเชื่อมั่นในความเป็นอิสระของกระบวนการยุติธรรมระดับรัฐบาลกลาง

แพทริก ฟิตซ์เจอรัลด์ ทนายความของโคมีย์ ระบุว่า อัยการสองชุดเคยสอบสวนกรณีการเปิดเผยข้อมูลให้หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์เมื่อประมาณ 10 ปีก่อน ในช่วงรัฐบาลทรัมป์สมัยแรก และทั้งสองครั้งต่างมีข้อสรุปว่าไม่ควรดำเนินคดีกับบุคคลใด พร้อมยืนยันว่าโคมีย์ไม่ได้กระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา ขณะที่ทีมกฎหมายได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลยกฟ้องคดีแล้ว

เกล็น เคิร์ชเนอร์ อดีตอัยการรัฐบาลกลาง ให้ความเห็นว่า คดีนี้อาจพ้นอายุความ 10 ปีแล้ว และคำร้องขอให้ยกฟ้องมีโอกาสได้รับการอนุมัติค่อนข้างสูง พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า การดำเนินคดีอาจมีแรงจูงใจจากความต้องการแก้แค้นทางการเมืองของทรัมป์

โคมีย์ถูกทรัมป์ปลดออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการเอฟบีไอในปี 2560 หลังจากเอฟบีไอเริ่มสอบสวนข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ปี 2559 โดยรัสเซีย นับแต่นั้น ทรัมป์เรียกร้องให้ดำเนินคดีกับโคมีย์หลายครั้ง

ก่อนหน้านี้ ในเดือนกันยายนปี 2568 โคมีถูกตั้งข้อหากล่าวข้อความเท็จต่อสภาคองเกรสและขัดขวางกระบวนการของรัฐสภา แต่ศาลยกฟ้องในเดือนพฤศจิกายนปีเดียวกัน เนื่องจากอัยการสหรัฐฯ ผู้ยื่นฟ้องได้รับการแต่งตั้งโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ต่อมาในเดือนเมษายนปี 2569 โคมีย์เข้ามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการข่มขู่เอาชีวิตทรัมป์ จากกรณีที่เขาโพสต์ภาพเปลือกหอยบนชายหาดเรียงเป็นตัวเลข "86 47" ผ่านอินสตาแกรมเมื่อปี 2568 โดยฝ่ายอัยการตีความว่าเลขดังกล่าวสื่อถึงการใช้ความรุนแรงต่อทรัมป์ ซึ่งเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนที่ 47 อย่างไรก็ตาม โคมีย์ปฏิเสธว่าไม่ได้มีเจตนาข่มขู่ และระบุว่าไม่ทราบความหมายของตัวเลขดังกล่าว คดีนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา

การเปิดเผยเอกสารคดีล่าสุดเกิดขึ้นในวันเดียวกับที่ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางมีคำวินิจฉัยว่า การปลดมอรีน โคมี บุตรสาวของเจมส์ โคมีย์ ออกจากตำแหน่งอัยการรัฐบาลกลางในนครนิวยอร์กเมื่อเดือนกรกฎาคมปี 2568 เป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

มอรีนยื่นฟ้องกระทรวงยุติธรรม โดยระบุว่าเธอถูกปลดเพราะความสัมพันธ์กับบิดา ซึ่งวิพากษ์วิจารณ์ทรัมป์ รวมถึงข้อกล่าวหาเกี่ยวกับแนวคิดและความเชื่อมโยงทางการเมืองของเธอ

ผู้พิพากษาเจสซี เฟอร์แมน วินิจฉัยว่า มอรีนถูกละเมิดสิทธิในกระบวนการอันชอบด้วยกฎหมาย และมีคำสั่งให้เธอกลับเข้ารับตำแหน่ง พร้อมได้รับเงินเดือนย้อนหลัง

นับตั้งแต่กลับเข้าดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ทรัมป์ดำเนินมาตรการหลายอย่างต่อบุคคลและองค์กรที่เขามองว่าเป็นฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง รวมถึงการปลดเจ้าหน้าที่รัฐที่ถูกมองว่าไม่ภักดี การดำเนินมาตรการต่อสำนักงานกฎหมายที่เคยเกี่ยวข้องกับคดีของเขา และการระงับเงินทุนรัฐบาลกลางที่จัดสรรให้มหาวิทยาลัยบางแห่ง.

ความคิดเห็น