คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangกรุงเทพฯ · เปลี่ยน

อดีตนางสาวไทย ป่วยมะเร็งซ้ำ เชื้อลุกลาม โกนผม-พักงาน ไม่รู้อยู่กับลูกได้นานไหม

ที่มา: The Thaigerอ่านแล้ว: 11

อดีตนางสาวไทย ป่วยมะเร็งซ้ำ เชื้อลุกลาม โกนผม-พักงาน ไม่รู้อยู่กับลูกได้นานไหม

อร อรอนงค์ ไม่ท้อ มะเร็งกลับมาอีกครั้ง ลุกลามเยื่อหุ้มปอดและกระบังลม ต้องโกนผมทิ้ง-พักงานแสดงเพื่อรักษาตัว หัวใจแม่เลี้ยงเดี่ยวสุดแกร่ง ฮึดสู้เพื่อลมหายใจอยู่ดูแลลูก

รายการ แฉ ได้พูดคุยกับ อร อรอนงค์ ปัญญาวงศ์ อดีตนางสาวไทยและนักแสดงชื่อดัง เปิดใจครั้งแรกถึงบททดสอบชีวิตสุดโหด ทั้งการต่อสู้กับโรคร้ายอย่างมะเร็ง มรสุมชีวิตครอบครัว และภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล โดยเธอยืนยันหัวใจแข็งแกร่ง ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา เพื่อทำหน้าที่แม่เลี้ยงเดี่ยวดูแลลูกชายทั้งสองคนต่อไป

อร อรอนงค์ เล่าย้อนจุดเริ่มต้นเมื่อ 4 ปีก่อน เคยป่วยเป็นมะเร็งต่อมไทมัสและเข้ารับการผ่าตัดนำต่อมไทมัสออกไป ซึ่งการตัดต่อมไทมัสส่งผลให้ภูมิคุ้มกันในร่างกายลดลง จนกระทั่งเธอตรวจพบโรคแทรกซ้อนแพ้ภูมิกล้ามเนื้อตัวเอง หลังจากดูแลรักษาจนคิดว่าร่างกายแข็งแรงและเริ่มกลับมารับงานแสดงได้แล้ว ในช่วงเดือนมีนาคม 2569 ผลการตรวจติดตามอาการด้วยการเพทซีทีปรากฏเนื้อเรืองแสงขึ้น

แพทย์ระบุว่าเซลล์มะเร็งชนิดเดิมจากต่อมไทมัสได้ลุกลามไปยังเยื่อหุ้มปอดและกระบังลม ทำให้เธอต้องเข้ารับการผ่าตัดใหญ่เพื่อเลาะชิ้นเนื้อร้ายบริเวณเยื่อหุ้มปอดและกระบังลมออกทั้งหมด

การรักษารอบแรก เธอเคยผ่านการฉายรังสีมาแล้วถึง 30 ครั้ง แต่สำหรับการกลับมาเป็นซ้ำครั้งนี้ เซลล์มะเร็งได้เข้าสู่กระแสเลือด แพทย์จึงเปลี่ยนมาใช้วิธีเคมีบำบัด เพื่อทำลายเซลล์มะเร็งที่ลอยอยู่ในเลือด โดยไม่ต้องฉายรังสีซ้ำ

หลังผ่าตัดประมาณ 1 เดือนเมื่อร่างกายเริ่มฟื้นตัว เธอได้รับการฉีดเคมีบำบัดรวม 4 เข็ม ซึ่งรักษาครบถ้วนแล้วเป็นเวลา 1 เดือน ผลจากการรับเคมีบำบัดทำให้ผมร่วงเป็นหย่อม ๆ จนเธอตัดสินใจโกนศีรษะ เพื่อความสะดวกในการใช้ชีวิต นอกจากนี้ยังมีอาการชาปลายมือปลายเท้า และเจริญอาหารมากขึ้น แต่ไม่มีอาการคลื่นไส้อาเจียน เล็บดำ หรือผิวคล้ำเหมือนผู้ป่วยรายอื่น

อดีตนางสาวไทย อธิบายว่า โรคแพ้ภูมิกล้ามเนื้อตัวเองจะเข้าไปทำลายกล้ามเนื้ออวัยวะภายในที่สำคัญ เช่น กล้ามเนื้อหัวใจและกล้ามเนื้อปอด โดยไม่มีอาการเตือนล่วงหน้า หากตรวจไม่พบอาจรุนแรงถึงขั้นโคม่าหรือเป็นผู้ป่วยติดเตียง

เธอโชคดีที่ตรวจเจอเร็วจาการเจาะเลือดติดตามอาการหลังผ่าตัดต่อมไทมัส จึงได้รับยาควบคุมในโดสเริ่มต้น 500 มิลลิกรัม ต่อเนื่องนาน 2 ปี ปัจจุบันผลเลือดกลับมาเป็นปกติแล้ว แต่แพทย์เตือนว่าห้ามชะล่าใจ ห้ามเครียด และห้ามออกกำลังกายหนักเกินไป เพราะหากภูมิคุ้มกันตก โรคก็สามารถกลับมาได้อีก

แม้จะเป็นคนประหยัดและสะสมเงินเก็บมาตลอดชีวิตการทำงาน แต่การรักษาโรคร้ายสร้างภาระค่าใช้จ่ายจำนวนมาก แม้จะมีประกันสุขภาพที่จ่ายเบี้ยเกือบ 100,000 บาทต่อปี แต่ก็จ่ายครอบคลุมเพียงบางส่วน

การผ่าตัดแต่ละครั้งมีค่าใช้จ่ายไม่ต่ำกว่า 500,000 บาท ส่วนการทำ CT scan หรือ Pet CT scan มีค่าใช้จ่ายส่วนเกินที่ต้องจ่ายเองครั้งละ 20,000-30,000 บาท

ในขณะที่เงินเก็บค่อย ๆ ลดลง เธอจำใจปฏิเสธงานแสดงละครและซีรีส์ที่ติดต่อเข้ามาถึง 3-4 เรื่อง เนื่องจากสภาพร่างกายไม่พร้อมและต้องโกนศีรษะ

เธอมองว่าปัญหาครอบครัวในอดีตกลายเป็นเรื่องเล็กน้อยไปทันทีเมื่อเทียบกับปัญหาสุขภาพ เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือการรักษาลมหายใจไว้เพื่ออยู่ดูแลลูก

“ที่สำคัญ คือ เราจะมีลมหายใจดูแลลูกและครอบครัวได้อีกนานไหม ก็อยู่ที่ตัวเราเองนี่แหละที่จะมีกำลังใจฮึดสู้ เงินถึงจะหมดไป ๆ แต่พอเราดูแลตัวเองแล้ว มันก็สามารถทำงานมีเงินกลับมาได้ อย่างที่บอกว่าเราไม่อายที่จะทำกิน ไปขายของหรือทำอะไรหลาย ๆ อย่าง โดยไม่ต้องไปง้อใคร ระหว่างที่เป็นนักแสดงก็ไปเป็นพนักงานประจำ รวมทั้งทำกับข้าวขาย มันก็ดิ้นรน เพราะเราไม่ได้มีต้นทุนสูง พ่อแม่ก็ไม่ได้มีมาตั้งแต่ต้น เรามาทำเอง มันมีความภูมิใจมากกว่าที่จะไปแบมือขอเงินคนอื่น”

- ไก่ จันทน์จวง โกนผมทั้งหัว ไม่ใส่วิก-ตัดหน้าอก สู้มะเร็งเต้านม ซัดคนแซะโรคเวรกรรม

- แฟนคลับช็อก แรปเปอร์โกนผมทั้งหัว สู้มะเร็งสมอง 2 ปี ก่อนจากไปสงบ

- อาลัยนักสู้! ดาวเด่นรายการยุค 90 โกนผมทั้งหัว สู้มะเร็งหลายปี ก่อนจากไปสงบ

ความคิดเห็น