ศูนย์ข้าวอยุธยา หนุนปลูกข้าวคาร์บอนต่ำ ใช้จุลินทรีย์ RD-1และ PGPR-2 ย่อยสลายฟางข้าว ลดโลกร้อน
นายนพดล ประยูรสุข ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าวพระนครศรีอยุธยา กรมการข้าว เปิดเผยว่า เพื่อเร่งขับเคลื่อนนโยบายส่งเสริมการปลูกข้าวคาร์บอนต่ำ หรือ Low Carbon Rice เพื่อตอบสนองต่อเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของข้าวไทยในตลาดโลกที่ให้ความสำคัญกับสินค้าเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ตามนโยบายของกรมการข้าว ศูนย์วิจัยข้าวพระนครศรีอยุธยา จึงจัดให้มีกิจกรรมสนับสนุนองค์ความรู้เทคโนโลยีการผลิตข้าวคาร์บอนต่ำให้แก่ชาวนาที่สนใจที่มาขอรับคำปรึกษาที่ ศูนย์วิจัยข้าวพระนครศรีอยุธยา ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 50 หมู่2 ต.หันตรา อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา โทรศัพท์ 0-3570-9051
นายนพดล กล่าวว่า หนึ่งในองค์ความรู้ที่ได้รับความสนใจ คือ การจัดการฟางข้าว และตอซังข้าว ทดแทนการเผาทำลาย ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และฝุ่นละออง PM2.5 สู่ชั้นบรรยากาศ ด้วยการใช้จุลินทรีย์ RD-1
"ฟางข้าว และตอซังข้าว ถือเป็นอินทรียวัตถุที่มีคุณค่าทางการเกษตรสูงมาก แต่ชาวนาส่วนใหญ่มักเลือกเผาทิ้งเพราะสะดวกและรวดเร็ว ทั้งที่การเผาทำลายทั้งธาตุอาหารในดิน ทำลายจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ และยังปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกสู่ชั้นบรรยากาศจำนวนมาก การใช้จุลินทรีย์ RD-1 ของกรมการข้าว ในการย่อยสลาย ร่วมกับการใช้ PGPR-2 ของกรมวิชาการเกษตร สำหรับส่งเสริมการเจริญเติบโตของราก จึงเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการจัดการฟางและตอซังอย่างยั่งยืน โดยช่วยให้เศษวัสดุอินทรีย์ในแปลงนาถูกย่อยสลายและหมุนเวียนกลับคืนเป็นอินทรียวัตถุและธาตุอาหารในดิน ลดความจำเป็นในการเผา และช่วยรักษาความอุดมสมบูรณ์ของดินในระยะยาว" นายนพดลกล่าว
ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าวพระนครศรีอยุธยา อธิบายเพิ่มเติมว่า จุลินทรีย์ RD-1 ช่วยย่อยสลายฟางในแปลงนาได้ภายใน 5-7 วัน พร้อมเปลี่ยนฟางให้กลายเป็นปุ๋ยอินทรีย์ช่วย บำรุงดิน เพิ่มอินทรียวัตถุ ปลดปล่อยธาตุอาหาร โดยเฉพาะไนโตรเจน ทดแทนได้ 3-6 กิโลกรัมต่อไร่ ขณะที่ PGPR-2 เป็นจุลินทรีย์ที่ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของรากและลำต้นข้าว ทำให้ต้นข้าวแข็งแรง ดูดซึมธาตุอาหารได้ดีขึ้น และช่วยลดปริมาณการใช้ปุ๋ยเคมีลงได้ โดยไม่กระทบต่อปริมาณและคุณภาพผลผลิต
"วิธีการใช้งานไม่ยุ่งยาก โดยหลังจากไถกลบฟางแล้วให้ทำการฉีดพ่นจุลินทรีย์ RD-1 จากนั้นจะเกิดการย่อยสลายฟางในแปลงนาได้ภายใน 5-7 วัน ส่วนจุลินทรีย์ PGPR-2 ใช้ได้ทั้งแบบการคลุกกับเมล็ดพันธุ์ในอัตรา 20-50 มล. หรือใส่รองพื้นอัตรา 20-30 มล.ต่อน้ำ 20 ลิตรต่อไร่ หรือใช้ร่วมกับปุ๋ยเคมี/ปุ๋ยอินทรีย์ก่อนเพาะกล้า” นายนพดลกล่าว
นายนพดล กล่าวอีกว่า การใช้จุลินทรีย์ RD-1 และ PGPR-2 ช่วยย่อยสลายตอซังและฟางข้าวแทนการเผา ถือเป็น 1 ใน 6 เทคโนโลยีหลักที่เป็นหัวใจสำคัญของการทำนาคาร์บอนต่ำ เนื่องจากช่วยลดการปล่อยก๊าซมีเทนจากนาข้าวได้เป็นอย่างดี อีกทั้งหากสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ตามเกณฑ์ที่กำหนด ก็จะมีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการซื้อขายคาร์บอนเครดิตจากภาคเกษตร ซึ่งจะเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการสร้างรายได้เสริมในอนาคต
ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์วิจัยข้าวพระนครศรีอยุธยา เลขที่ 50 หมู่2 ต.หันตรา อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา โทรศัพท์ 0-3570-9051